ผอ.ส่วนคุ้มครองและช่วยเหลือคนไทย กระทรวงพม.แฉเหยื่อค้ามนุษย์ในอังกฤษถูกบังคับให้ค้ากามวันละ 5-10 คน ยันขบวนการฟันเงินสัปดาห์ละ 70 ล้านบาท
ความคืบหน้ากรณีตำรวจอังกฤษจับกุมคนไทย 9 คน ในข้อหามีส่วนรู้ร่วมคิดในการ
ค้าประเวณี ลักลอบค้ามนุษย์
และฟอกเงิน โดยมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 60 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่ถูกล่อลวงไป
ขายบริการทางเพศ
น.ส.พัชรี แนวพานิช ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองและช่วยเหลือเหยื่อคนไทย สำนักงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า จากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศทราบว่า มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊ง
ค้าประเวณี
ข้ามชาติประมาณ 60 คน ทั้งคนมาเลเซีย เกาหลี และไทย ประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่เป็นคนภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งอยู่ในสภาพลูกหนี้ มีหนี้เฉลี่ยคนละ 2 ล้านบาท จึงต้องจำยอมไป
ค้าประเวณี
เพื่อใช้หนี้ สภาพความเป็นอยู่เท่าที่พบ ต้องอยู่ในรั้วมิดชิด มีประตูกั้น 2 ชั้น ถูกควบคุมและขังไว้ในบ้าน บางรายต้องให้บริการวันละ 5-10 คน ทำให้เอเย่นต์กลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ 70 ล้านบาท นับเป็นธุรกิจที่ทำเงินอย่างมหาศาล
น.ส.พัชรีกล่าวอีกว่า เท่าที่ติดตามและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับแก๊ง
ค้าประเวณี
ข้ามชาติโดยเฉพาะที่อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ข้ามแดนยาก บางครั้งต้องทำหนังสือเดินทางถึง 5 เล่ม ทำวีซ่า 2 ครั้ง ดังนั้น จึงใช้วิธีหลบเลี่ยงเข้าทางประเทศไอร์แลนด์
แก๊งเหล่านี้จะพาเหยื่อขายบริการตามชานเมือง โดยเหยื่อจะถูกหลอกล่อด้วยวิธีการต่างๆ บางรายไปในลักษณะการท่องเที่ยว บางรายไปในนามบุตรบุญธรรม หรือไม่ก็เป็นคู่สมรส ซึ่งจะดำเนินการกันเป็นขบวนการ หากินผ่านเอเย่นต์ ที่ทำทีมาให้ความช่วยเหลือ สร้างความไว้วางใจจนเหยื่อหลงเชื่อ และส่วนใหญ่จะไป
ค้าประเวณี
เพราะเป็นลูกหนี้ โดยเฉพาะประเทศที่เจริญแล้วแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เหยื่อเป็นหนี้ถึง 7 หลัก ส่วนในกลุ่มประเทศขนาดเล็ก เช่น แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ บาห์เรน และฮ่องกง จะเป็นหนี้ประมาณ 3-4 แสนบาท
พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ตำรวจสากล กองการต่างประเทศ ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษ ผ่านเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เบื้องต้นจากการตรวจสอบรายชื่อและข้อมูลต่างๆ ทางทะเบียนราษฎร พบว่าทั้ง 9 คนน่าจะเป็นคนไทยทั้งหมดซึ่งไม่ประสงค์จะขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยประจำอังกฤษ เดิมทีศาลอังกฤษให้ประกันตัว แต่ล่าสุดปรากฏว่าไม่อนุญาตให้ประกันตัวแล้ว โดยให้ควบคุมตัวไว้ ส่วนกระบวนการสอบสวนต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของตำรวจอังกฤษ จากการตรวจสอบไม่พบว่าเคยมีประวัติอาชญากรในประเทศไทยมาก่อน
โฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าหากคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นผู้เสียหายในกรณีนี้เดินทางกลับมาประเทศไทย ต้องขอความร่วมมือในการสอบถามรายละเอียด จนอาจทำให้ได้ผู้ต้องหาที่มีส่วนสมรู้ร่วมคิด ซึ่งตำรวจไทยสามารถสอบสวนได้ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตาม พ.ร.บ.ค้าหญิงและเด็กพ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้าประเวณีเพราะตามประมวลกฎหมายอาญาถือว่าความผิดนี้แม้จะเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่รับโทษในราชอาณาจักรได้ ฉะนั้นหลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอังกฤษแล้วมีข้อมูลเกี่ยวพันมาถึงภายในประเทศไทย ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของทางการไทยที่จะสอบสวนสืบสวนจับกุมดำเนินคดีต่อไปได้ ถือว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทยด้วย
พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่าขั้นตอนการสอบสวนจะเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดเป็นผู้สอบสวน สามารถมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดูแลได้ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อมูลไว้ก่อน ถ้าพบผู้กระทำผิดก็จะไปสู่ขั้นตอนการสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งมอบให้ตำรวจสากล กองการต่างประเทศ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี เข้าไปดูแล
ส่วนการใช้พาสปอร์ตปลอมในการเดินทางไปอังกฤษโดยมีการแจ้งหายแล้วทำใหม่ หลายครั้งมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่า ระบบการรับแจ้งพาสปอร์ตหายที่โรงพักยังไม่มีการออนไลน์ คนร้ายอาจใช้ช่องว่างนี้นำไปทำพาสปอร์ตปลอม ในอนาคตคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศเพื่อให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
รายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ตำรวจสากลอยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนจากตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด โดยคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์จะได้ข้อมูลในการสอบสวน 2 ทางคือ จากตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด และจากเหยื่อที่ถูกหลอกไป ขณะนี้สถานทูตไทยประจำอังกฤษยังไม่สามารถเข้าพบเหยื่อที่เป็นคนไทยได้ เพราะเหยื่อเหล่านี้ไม่ยอมพบ แต่ตำรวจสากลไทยเชื่อว่าการกระทำครั้งนี้เป็นขบวนการอย่างแน่นอน เนื่องจากการขอวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้ทำได้ง่ายๆ ต้องมีคนอังกฤษพาเข้าไป และต้องมีคนไทยที่เป็นคนติดต่อพาไป จึงอยากได้ข้อมูลมาขยายผลขบวนการนี้ในประเทศไทย
นายธฤตจรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า นายธีรกุล นิยม อธิบดีกรมการกงสุล ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 คนมีข้อมูลอยู่ในทะเบียนราษฎร ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลไปยัง นายกิตติ วะสีนนท์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ทราบว่า เหยื่อจากขบวนการค้ามนุษย์มีทั้งหมด 30 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีชาริ่ง ครอสส์ นำตัวไปที่ศูนย์สงเคราะห์ผู้ประสบภัย เพื่อดูแลสุขภาพและสภาพจิตใจ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและอาจขยายผลต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตได้ขอเข้าพบเหยื่อกลุ่มดังกล่าวเพื่อสอบถามว่าต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไรบ้าง แต่ยังไม่สามารถเข้าพบได้
อธิบดีกรมสารนิเทศกล่าวอีกว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหา 1 ใน 9 คนมีหนังสือเดินทางของสหราชอาณาจักรและอาจเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาบางคนอาจพักอาศัยในอังกฤษนานแล้ว โดยมีหนังสือเดินทางไทยและต่ออายุอย่างสม่ำเสมอ ไม่เข้าไทยเป็นเวลานาน หรือบางคนอาจจะใช้สิทธิสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยในอังกฤษ
ต่อข้อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่มีขบวนการค้ามนุษย์ในไทยนายธฤตกล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ จะต้องขยายผลต่อไป ซึ่งไทยและอังกฤษมีข้อตกลงการดำเนินคดีทางอาญา ปี 1990 ทางอัยการทั้งสองฝ่ายสามารถขอข้อมูลสำนวนต่างๆ ในการขยายผลได้
ด้านนายนพดลปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากกรุงอักกรา สาธารณรัฐกานา ในระหว่างไปร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนาหรืออังค์ถัดครั้งที่ 12 ว่า ได้สั่งการให้ นายกิตติ วะสีนนท์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาคนไทย 9 คน และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการ
ค้าประเวณี
ทั้ง 30 คน โดยทั้งสองฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษว่า ไม่ขอติดต่อกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ในส่วนของผู้ตกเป็นเหยื่อ หากบุคคลใดมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย สถานทูตก็จะอำนวยความสะดวกเรื่องที่พักก่อนเดินทางกลับและตั๋วเครื่องบิน หรือหากบุคคลใดต้องการทำงานที่อังกฤษต่อ คงเป็นเรื่องยากที่จะได้รับการอนุญาตให้ทำงานต่อ
รมว.การต่างประเทศกล่าวว่ากระทรวงมีแผนจะเปิดศูนย์ประชาไมตรี ที่ถนนพหลโยธิน ในสิ้นปีนี้ เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายภายในและต่างประเทศ รวมทั้งช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแก่คนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศจะเปิดศูนย์พิทักษ์ไทย เพื่อช่วยเหลือให้คำปรึกษาปัญหาครอบครัว และคำแนะนำในการใช้ชีวิตในต่างแดนแก่คนไทยในต่างประเทศ โดยจะเปิดศูนย์ดังกล่าวที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เป็นแห่งแรก จากนั้นจะเปิดศูนย์ดังกล่าวอีกหลายแห่งในประเทศที่มีคนไทยในประเทศนั้นๆ จำนวนมาก นอกจากนี้จะพยายามออกสปอตทางโทรทัศน์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และรู้เท่าทันกลุ่มขบวนการค้าแรงงานเถื่อนในต่างประเทศ
ภาพ ; ประกอบจากอินเทอร์เน็ต














