
โจรใจบาปย่องเบาเข้าลักพระพุทธรูป-คัมภีร์ไตรปิฎก
โจรใจบาปแอบย่องเบาลักกุญแจมาเปิด พิพิธภัณฑ์วัดท่าตะเคียนแล้วลักพระพุทธรูป หลวงพ่อพระพุทธชินราชกว่า 10 องค์ พร้อมพระคัมภีร์ใบลานที่เก็บรักษาไว้ภายในตู้พระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ 5 จำนวน 1 เล่ม ไปได้ ซึ่งเบื้องต้นประเมินมูลค่าไม่ได้
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว
(1ส.ค.) เช้าวันนี้ พ.ต.ท.วิสุทธิ์ คล้ายแสง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจาก นายสุนทร สมบุญมี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 3 ต.จอมทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ว่ามีเหตุลักทรัพย์ที่วัดท่าตะเคียน ไปตรวจสอบพร้อมตำรวจกลุ่มงานสืบสวนจำนวนหนึ่ง ถึงที่เกิดเหตุบริเวณพิพิธภัณฑ์วัดท่าตะเคียน ซึ่งมีหลวงพ่อสุขประดิษฐานอยู่
พบพระปลัดทวน อาภาทโร (ฑุมาภา) อายุ 49 ปี เจ้าอาวาสยืนรออยู่ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีรอยงัดแงะกุญแจวิหารด้านนอก ทรัพย์ สินที่หายไป คือ พระพุทธรูปหลวงพ่อพระพุทธชินราช หน้าตัก 9 นิ้ว 1 องค์ หน้าตัก 5 นิ้ว 1 องค์ และพระพุทธรูปอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหมด 10 องค์ ซึ่งเก็บไว้ในตู้กระจกภายในพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งคัมภีร์ใบลานที่เก็บรักษาไว้ภายในตู้พระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ 5 จำนวน 1 เล่ม พระเครื่องหลวงปู่ฤทธิ์ ซึ่งใส่ไว้ในพานประมาณ 100 องค์ และพระประจำวันอีก 2 องค์
สอบสวนเบื้องต้น พระปลัดทวน เจ้าอาวาสให้การว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากทำวัตรเย็นในพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับพระเฉลิมพล เก่งปานสิงห์ และพระอดุลศักดิ์ หรือเจมส์ เชื้อทองแล้ว พระอดุลศักดิ์ออกจากพิพิธภัณฑ์เป็นรูปสุดท้าย โดยปิดกุญแจด้านหน้าวิหารไว้เรียบร้อยแล้ว ช่วงกลางคืนที่ผ่านมีฝนตกลงเล็กน้อยและมีเสียงสุนัขเห่าทั้งคืน แต่เจ้าอาวาสไม่กล้าที่จะออกมาดูเพราะว่าที่วัดยังมีปัญหาภายในกันอยู่
เนื่องจากเจ้าอาวาสเป็นคนกรุงเทพฯพึ่งมาอยู่ที่วัดได้ประมาณ 3 เดือน และพึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ให้ดำรงตำ แหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าตะเคียนได้เพียง 1 เดือน จึงทำให้มีชาวบ้านบางส่วนไม่พอใจที่พระต่างถิ่นมาเป็นเจ้าอาวาส ถึงกับไม่ยอมมาทำบุญที่วัดอีก ดังนั้นการที่มีพระพุทธรูปหายเช่นนี้ น่าจะเป็นลางบอกเหตุถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องผิดปกติที่ไม่มีรอยงัดแงะประตูเลย
สำหรับวัดท่าตะเคียนเป็นวัดที่อยู่หมู่บ้านแสงดาว ฝั่งตะวันตก ได้ใช้วิหารหลวงพ่อสุขเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัด ภายในเก็บโบราณวัตถุต่าง ๆ คัมภีร์ใบลานมากมาย เครื่องลายคราม ตู้ลายรดน้ำไม่ทราบปีที่สร้าง ศิลปวัตถุที่รวบรวมไว้อีกจำนวนหนึ่ง และตำรายาโบราณที่ผ่านมา ตั้งแต่ตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ไม่ปรากฏว่ามีสิ่งของหรือวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่เก็บรักษาไว้หายไป จึงทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวและมาดูเหตุการณ์ที่วัด วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา และเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดคนใหม่ ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานตามกฎหมายต่อไป
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว














