ผู้ว่าฯเพชรบุรีสั่งพักงานอส.โหดร่วมกับลูกและเพื่อนลูกรุมตื้บหนุ่มนักเที่ยวแล้ว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนมีปลัดจังหวัดเป็นประธาน ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ชี้นอกจาก อส. พ่อลูกแล้ว ตร.ต้องดำเนินคดีกลุ่มวัยรุ่นที่ผสมโรงรุม
ทำร้าย
ด้วย ด้านเหยื่อโหดทรุดมีอาการปวดหัวอย่างแรง พ่อต้องพาเข้าร.พ. หมอชี้สมองได้รับความกระทบกระเทือน แต่จะอันตรายหรือไม่ต้องรอดูอีกระยะ ตร.เตรียมออกหมายเรียกพ่อลูกโหดมารับทราบข้อหาแล้ว
พักงานอส.โหด เหยื่อทรุดเข้ารพ.
จากกรณีนายกฤษดา ทองเนื้อนุ่ม อายุ 42 ปี อาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.) จ.เพชรบุรี และบุตรชายทราบชื่อเพียงนายเหน่งอายุ 20 ปี ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ ทองคล้ำ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 3 ต.หัวสะพาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ระหว่างคณะทำงานจัดระเบียบสังคมจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจหาสารเสพติดกลุ่ม
วัยรุ่น
ใน
สถานบันเทิง
"โนฮาร์ม ผับ" เชิงเขาวัง เพราะไม่พอใจที่นายสมเกียรติขัดขืนการตรวจปัสสาวะ โดยนายเหน่งร่วมกับกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน รุมชกต่อยเตะถีบนายสมเกียรติ จากนั้นนายกฤษดาก็ตามเข้ามาสมทบ ล็อกคอนายสมเกียรติแล้วใช้ไฟฉายเหล็กตีเข้าใบหน้าและศีรษะอย่างแรงหลายครั้งจนศีรษะแตกเลือดอาบ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 ก.พ. หลังเกิดเหตุนายสมเกียรติได้เข้าแจ้งความตำรวจ ยืนยันเอาเรื่อง 2 อส.พ่อลูกถึงที่สุด ขณะที่นายสยุมพร ลิ่มไทย ผวจ.เพชรบุรี สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนายกฤษดาแล้ว ซึ่งถ้าพบว่าผิดจริงจะถึงไล่ออก ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร.พ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ซึ่งนายสมเกียรตินอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 726 เมื่อเข้าไปในห้องพบว่าแพทย์ได้ให้น้ำเกลือและให้นอนพักผ่อน มีนายสมศักดิ์ ทองคล้ำ อายุ 45 ปี บิดาและญาติๆ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
นายสมเกียรติกล่าวว่า ในวันนี้หลังจากที่ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แก่ผู้ดำเนินรายการข่าวทางโทรทัศน์ช่องต่างๆ ก็เกิดอาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรง เดินไม่ได้ รู้สึกบ้านหมุนไปรอบๆ บิดาและญาติจึงนำส่งร.พ. เบื้องต้นแพทย์ได้ให้นอนพักเพื่อตรวจดูอาการข้างเคียง เพราะเกรงว่าสมองจะกระทบกระเทือนรุนแรงจนเป็นอันตราย ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างนั้น
น.พ.สาธิต รัตนศรีทอง รักษาการผอ.ร.พ.พระจอมเกล้า กล่าวว่า อาการที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากการที่ศีรษะได้รับกระทบกระเทือน จึงทำให้เกิดการวิงเวียน ปวดหัว และมีอาการข้างเคียงอื่นตามมา แต่จากการทดสอบตามหลักการรักษาของแพทย์ ยังไม่พบว่ามีอาการทางสมองขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตามผู้ป่วยจะต้องนอนพักรักษาตัวเพื่อตรวจดูอาการและผลข้างเคียงอีก 2 วัน หากไม่พบสิ่งผิดปกติมากกว่านี้ คงจะแน่ใจได้ว่าสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง
เวลา 15.20 น. นายสยุมพร ลิ่มไทย ผวจ.เพชรบุรี พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมนายสมเกียรติ โดยนายสยุมพรกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้พักราชการนายกฤษดาแล้ว พร้อมให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นซึ่งมีปลัดจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน ดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยกำชับให้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมา และประสานตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิดทั้งหมด ทั้งนี้นอกจากนายกฤษดาและลูกแล้ว ยังมีกลุ่ม
วัยรุ่น
รุม
ทำร้าย
นายสมเกียรติอีกหลายคน จะต้องดำเนินคดีทั้งหมด และขอรับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมดด้วย
ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากการดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป หรือทำเกินกว่าเหตุ เพราะลูกชายของตนไม่ได้ขัดขืนรุนแรงแต่อย่างใด ยืนยันว่าจะขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
นางเตือนใจ เนียเติม อายุ 37 ปี น้าสาวนายสมเกียรติ เผยว่า ได้แต่ภาวนาขออย่าให้นายสมเกียรติ เป็นอะไรไปมากกว่านี้ และรู้สึกอุ่นใจที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาดูแลด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามยังมีความกลัวว่านายสมเกียรติ จะไม่ปลอดภัย หลังจากคดีจบสิ้น เพราะนายสมเกียรติและพี่น้อง ยังต้องทำงานและอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงต้องการให้มีหลักประกันความปลอดภัยหลังจากนี้ด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้ว่าราชการจังหวัดว่า จะให้การช่วยเหลือในจุดนี้
เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานจังหวัดเพชรบุรี คณะสอบสวนที่มีนายนิรันดร์ สมสมาน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน ได้เรียกนายกฤษดา มาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเปิดให้สื่อมวลชนบันทึกภาพเล็กน้อย แล้วปิดห้องสอบสวน หลังสอบสวนเสร็จไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด
พ.ต.ท.หาญ แก้ววิชิต พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกายของแพทย์ เพื่อที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ได้เรียกผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในเวลาที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วส่วนหนึ่ง สำหรับนายสมเกียรติเบื้องต้นแจ้งความเพื่อเอาผิดนายกฤษดากับลูกชายเพียง 2 คน เท่านั้น ส่วนคนอื่นไม่ได้แจ้งความ และขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งข้อหากับใคร เมื่อทราบผลตรวจของแพทย์มาประกอบพยานหลักฐานถึงจะแจ้งข้อหาได้ มีตั้งแต่
ทำร้าย
ร่างกายไปจนถึงพยายามฆ่า และจะแจ้งไปยังต้นสังกัดพร้อมทั้งออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา
รายงานข่าวแจ้งว่าในวันนี้นายเหน่ง บุตรชายของนายกฤษดา ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่จังหวัดทหารบกเพชรบุรี ติดต่อกับทางตำรวจว่าจะเข้ามอบตัวในวันที่ 16 ก.พ.นี้
นายวิชัย ศรีขวัญ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางไปตรวจสอบแล้ว กำลังรอผลรายงานกลับเข้ามา เรื่องนี้ผวจ.ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการ และบก.
อส.
ในจังหวัดจะต้องดูแลรับผิดชอบสอบสวนทางวินัย ส่วนเรื่องอาญาเป็นหน้าที่ของตำรวจ หากมีความผิดจริงก็มีระเบียบปฏิบัติเรื่องโทษทางวินัยและอาญาอยู่แล้ว สำหรับการทำหน้าที่ของ
อส.
ซึ่งถือว่าเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในเรื่องการตรวจสถานบริการ ต้องดำเนินการต่อไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ต่อไปคงจะต้องเรียกประชุมเพื่อมอบนโยบายอย่างเป็นทางการ และกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีการก่อเหตุ
ทำร้าย
ร่างกายครั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า อส.คนดังกล่าวกับผู้บาดเจ็บเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีเรื่องกันในสถานบริการ ทำให้เมื่อฝ่ายนายกฤษดาสบโอกาสจึงลงมืออย่างรุนแรง














