ญาติร่ำไห้รับศพพริตตี้สาว-น.ศ.หนุ่ม ตำรวจพบจดหมายลาตายแฟนหนุ่มมือปืน เขียนระบายความในใจ พร้อมฝากฝังให้แฟนสาวเข้าไปช่วยดูแลกิจการของบิดา เชื่อเจตนาฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายเกิดการทะเลาะจึงบันดาลโทสะตัดสินใจพรากชีวิตแฟนสาวก่อนฆ่าตัวตายตาม พ่อพริตตี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์ ตำรวจพระโขนงแฉนาทีสลด ระบุฝ่ายหญิงเคยมาปรึกษาขอเลิกเพราะทนความหึงหวงไม่ไหว
จากกรณีนายจิรายุ มูลศรี นักศึกษาชั้นปวส. ร.ร.เทคนิคศรีวัฒนาบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีนานาชาติ บุกสน.พระโขนง ใช้อาวุธ
ปืนยิง
น.ส.อมรทิพย์ โชติจิรกาล อายุ 19 ปี
พริตตี้
สาวงานมอเตอร์โชว์ นักศึกษา ปวช. 3 ร่วมสถาบัน ซึ่งเป็นแฟนสาวเสียชีวิต ขณะไปฝึกงานด้านธุรการ โดยสาเหตุมาจากความหึงหวงและฝ่ายหญิงขอบอกเลิก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 เม.ย. พ.ต.ต.ภัทรวุฒิ สุนทรศาลทูร สว.อก.
สน.พระโขนง
ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลการฝึกงานของ น.ส.อมรทิพย์ โชติจิรกาล อายุ 19 ปี เปิดเผยว่า น.ส.อมรทิพย์ เข้ามาฝึกงานที่ฝ่ายธุรการของ
สน.พระโขนง
ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และจะเสร็จสิ้นการฝึกงานสิ้นเดือนเม.ย.นี้ โดยในการมาฝึกงานที่
สน.พระโขนง
เป็นการเลือกของเจ้าตัวเอง เลือกตามลิสต์รายชื่อสถานที่ราชการที่ทางโรงเรียนได้กำหนดไว้ให้นักศึกษาเข้าฝึกงานในหน่วยของภาครัฐ เนื่องจากว่าจะสามารถควบคุมความประพฤติของนักศึกษาไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางได้ โดยทาง
สน.พระโขนง
ได้รับความไว้วางจากโรงเรียนดังกล่าวมาตลอดทุกปี ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเรื่องขึ้นแต่อย่างใด
พ.ต.ต.ภัทรวุฒิ กล่าวต่อว่า ตอนแรกที่น.ส.อมรทิพย์ มาฝึกงานนั้นก็ยังไม่สนิทเท่าไหร่ แต่ทราบว่า น.ส.อมรทิพย์ นั้นมีปัญหากับฝ่ายชายอยู่ก่อนแล้ว มักจะนำเรื่องไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงฝ่ายธุรการที่สนิทด้วยตลอด จนกระทั่งได้มาปรึกษากับตนจึงได้ทราบปัญหาของทั้งคู่ ว่ามีปัญหาเรื่อง
หึงหวง
กันมาตลอด เท่าที่ทราบทั้งสองคบหากันมาได้ประมาณปีเศษ มีการไปมาหาสู่ที่บ้านฝ่ายชายตลอด ซึ่งทั้งคู่ก็รักใคร่กันดีแต่ก็มีการแง่งอนกันบ้างเป็นระยะตามประสาวัยรุ่น ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี มักจะได้งานเป็น
พริตตี้
หรือประชาสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ เลยทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันเรื่อยมา บางครั้งฝ่ายชายเคยตามมาทะเลาะถึง สน. ตนเคยว่ากล่าวและเตือนสติอยู่บ่อยครั้ง เท่าที่ดูฝ่ายชายก็ดูเชื่อฟังดีไม่คาดคิดว่าจะตัดสินใจใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา
"ล่าสุดที่งานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ฝ่ายชายก็ยังเป็นคนติดต่อหางานให้ไปเป็น
พริตตี้
ให้กับรถยี่ห้อหนึ่ง โดยมีการไปรับส่งอยู่ตลอด แต่วันที่ทั้งคู่เกิดทะเลากันอย่างรุนแรง เนื่องจากมาพบว่า มีลูกค้าผู้ชายมาขอถ่ายรูปคู่กับผู้ตาย จึงเกิดอาการ
หึงหวง
จนทะเลาะกันอย่างรุนแรงภายในงาน สร้างความไม่พอใจกับฝ่ายหญิงอย่างมาก ถึงขนาดไม่ยอมไปมาหาสู่หรือติดต่อกันอีกเลย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของฝ่ายชาย แต่น.ส.อมรทิพย์ ก็ไม่ยอมไปพบหน้า หรืออวยพรวันเกิด" สว.อก.
สน.พระโขนง
กล่าว
พ.ต.ต.ภัทรวุฒิ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 13.00 น. นายจิรายุ มาหา น.ส.อมรทิพย์ ที่สน.หลังจากไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ เมื่อมาถึงตนก็ให้ทั้งสองคนเข้าไปนั่งคุยปรับความเข้าใจกันในห้องประชุมของโรงพัก โดยไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วย แต่ระหว่างนั้นได้ให้เพื่อนนักศึกษาฝึกงานด้วยกันไปสังเกตการณ์อยู่ตลอด เพื่อนก็บอกว่า ดูแล้วท่าทางจะไม่มีปัญหา เลยเข้าไปเคาะห้องสอบถามว่า ตกลงกันว่าอย่างไร นายจิรายุก็บอกว่าจะขอปรับเนื้อปรับตัว แต่น.ส.อมรทิพย์ กลับบอกว่า จะขอเป็นแค่เพื่อนกัน ทำให้รู้ว่าทั้งสองฝ่ายอาจจะยังตกลงกันไม่ได้
หลังจากนั้น น.ส.อมรทิพย์ ก็กลับเข้ามาทำงานตามปกติ แต่นายจิรายุก็ไม่ยอมกลับ ยังนั่งรออยู่ที่หน้าห้องทำงาน ตนก็ออกไปเตือนว่า เป็นผู้ชายมานั่งเฝ้าผู้หญิงแบบนี้มันไม่ดี อีกทั้งเป็นสถานที่ราชการ จนกระทั่งฝ่ายหญิงก็มาบอกว่า ฝ่ายชายชวนไปกินข้าว จากนั้นก็จะเข้าไปโรงเรียนต่อ ตนดูเวลาแล้วก็เห็นว่าบ่ายสามโมงกว่าแล้วใกล้เลิกงาน จึงปล่อยให้ทั้งคู่ออกไปข้างนอกกันโดยที่ไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปไหน แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างนั้น แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า น.ส.อมรทิพย์ อาจจะขอฝ่ายชายเลิก เพราะช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังมาจากบริเวณบันไดทางลงชั้นล่าง พอออกมาดูก็เห็นทั้งสองคนกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันรุนแรงอยู่ จึงรีบเข้าไปห้ามปราม พร้อมกับกอดคอนายจิรายุพาลงมาสงบสติอารมณ์ที่ชั้นล่าง
จากนั้นเจ้าตัวก็เดินกลับไปนั่งที่รถ ตนจึงถาม น.ส.อมรทิพย์ ว่าจะเอาอย่างไร จังหวะนั้นมีเพื่อนรุ่นพี่ของ น.ส.อมรทิพย์ 2 คนที่ฝึกงานอยู่ที่สน.เดินเข้ามาบอกว่า กำลังจะไปโรงเรียน ก็เลยชวนไปด้วยกัน ทำให้ตนสบายใจขึ้น เพราะคิดว่าหน้าที่ตนหมดแล้ว เลยเดินเลี้ยวซ้ายออกจากจุดเกิดเหตุตรงไปที่รถของตน เพื่อจะเดินทางไปธุระ แต่เมื่อหันมาอีกทีก็เห็นนายจิรายุวิ่งลงมาจากรถ ตรงเข้าหาน.ส.อมรทิพย์ โดยถือ
ปืน
มาด้วย ตนจึงรีบตะโกนให้ระวังตัว พร้อมกับรีบหันไปหยิบ
ปืน
ในรถออกมา
"จังหวะนั้นได้ยินเสียง
ปืน
ดังขึ้นหลายนัด พอหันไปก็เห็นน.ส.อมรทิพย์ ถูก
ยิง
ล้มลงกับพื้นแล้ว ส่วนนายจิรายุตอนนั้น พบว่ายังมีลมหายใจรวยรินอยู่ ได้แต่บอกว่า "ทิพย์พี่ขอโทษนะ พี่ทำดีที่สุดแล้ว แก้ไขปัญหาได้แค่นี้ คิดว่าทำบุญมาเท่านี้นะ หลับให้สบายนะทิพย์" แล้วเขาก็สิ้นใจ" พ.ต.ต.ภัทรวุฒิ กล่าวและว่า สำหรับนายจิรายุนั้น ตอนแรกตนไม่ทันสังเกต แต่มีตำรวจตะโกนว่า
ยิง
ตัวตายแล้ว พอหันไปเลยเห็นว่า เขายิงตัวตายอยู่ข้างๆ ตอนนั้นถ้าหยิบปืนทันก็ต้อง
ยิง
เป็นตำรวจคนไหนในโรงพักก็ต้องยิง เพราะไม่รู้ว่าเขาคลั่งแล้วจะไปทำร้ายใครอีกหรือเปล่า ตนคิดว่าโชคดีนะที่ไม่ได้ยิงใส่เขาไป เพราะถ้ายิงเขา เรื่องจะออกมาเป็นคนละแบบเลย ต้องถูกมองเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นมือที่ 3 ด้วยแน่นอน
พ.ต.ต.ภัทรวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่มีข่าวว่า จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นมือที่ 3 ของทั้งสองฝ่ายนั้น ก่อนที่จะมีกลุ่มนักศึกษามาฝึกงานที่โรงพัก ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจในฝ่ายแล้ว โดยกำชับไม่ให้เกิดเรื่องในทำนองชู้สาวขึ้น พร้อมทั้งบอกนักศึกษาฝึกงานที่เป็นผู้หญิงทุกคนด้วยว่า หากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วทำให้เกิดอึดอัดไม่สบายใจ ให้มาบอกตนโดยตรง ซึ่งเท่าที่ผ่านมาตนตอบไม่ได้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดชอบฝ่ายหญิงหรือไม่ แต่ในเชิงพฤติกรรมที่จะแสดงให้เห็นนั้นตอบได้ว่าไม่มี แต่หลังเวลางานนั้น อยู่นอกเหนือที่จะรู้ได้
ด้าน ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ภาดี ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้เรียกตัวญาติผู้ตายทั้ง 2 ฝ่ายเข้าให้ปากคำและสรุปได้ว่าสาเหตุในการสังหารครั้งนี้มาจากประเด็นชู้สาวเรื่อง
หึงหวง
กัน และทั้งสองฝ่ายก็มีปากเสียงและระหองระแหงกันมานานแล้ว ในวันนี้จะได้เรียกแม่ของนายจิรายุมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง สำหรับอาวุธปืนจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีปลอกกระสุนคาในรังเพลิง 5 ปลอก กับกระสุนอีก 1 นัด สำหรับเลขทะเบียนยังไม่ชัดเจนเพราะตัวอักษร ยี่ห้อทับหมายเลขทะเบียนบางตัวอยู่ จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นทะเบียนหมายเลขอะไรและเป็นทะเบียนของจริงหรือไม่ และใครเป็นเจ้าของ ในส่วนของสำนวนก็จะต้องสอบพยานและรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และทำความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ด้วยสาเหตุแห่งความตายของผู้ต้องหา เสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป ส่วนญาติของผู้ตายหากจะเรียกร้องทางแพ่งก็จะต้องไปฟ้องร้องกันในศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ น.ส.จันทร์จิรา บุตรชาลี อายุ 18 ปี นักศึกษาฝึกงานจากโรงเรียนศรีวิกรม์ ซึ่งถูกลูกหลงกระสุนปืนถากเข้าที่โหนกแก้มซ้ายแพทย์ต้องเย็บแผลถึง 20 เข็ม เดินทางมาพร้อมกับมารดาเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ พร้อมร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ซึ่งทางพนักงานสอบสวนรับจะทำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูงต่อไป
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายเพียว โชติจิรกาล อายุ 61 ปี พร้อมนางเบญจวรรณ โชติจิรกาล อายุ 57 ปี บิดาและมารดาน.ส.อมรทิพย์ และบรรดาญาติๆ เดินทางมาติดต่อเพื่อรับศพบุตรสาว ท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าสลด นายเพียวกล่าวว่า ตนทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรองเท้าที่ย่านคลองเตย โดยมีลูกทั้งหมด 6 คน น.ส.อมรทิพย์เป็นลูกคนสุดท้อง ปกติแล้วลูกสาวเป็นเด็กที่มีนิสัยอ่อนโยน ร่าเริง เป็นคนชอบรักสวยรักงาม รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเกิดเหตุก็ไม่ได้มีเค้าลางบอกเหตุเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ทุกอย่างก็เป็นปกติดี กับฝ่ายชายทราบว่าคบหากันมาประมาณปีเศษ โดยลูกสาวเคยพาฝ่ายชายมาที่บ้าน ก็ดูเป็นคนเรียบร้อยดี เจอหน้าก็ยกมือไหว้ แต่ก็ไม่รู้เรื่องส่วนตัวอะไรมากเพราะลูกสาวไม่ค่อยได้เล่าให้ฟัง เห็นว่าไม่มีเรื่องเสียหายจึงไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนอะไร เพียงแต่แนะนำว่าให้ค่อยๆ คบหาดูใจกันไป แต่ก็ให้ตั้งใจเรียน
นายเพียวกล่าวต่อว่า ช่วงที่ลูกสาวไปทำงานพิเศษเป็นสาวพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ เขาเองก็รู้สึกดีที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ตนเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงได้อนุญาต อย่างไรก็ตามระหว่างที่ลูกสาวทำงานเป็นสาวพริตตี้ ในงานมอเตอร์โชว์ ลูกสาวมาเล่าให้ฟังว่าระหว่างอยู่ในงานทางฝ่ายชายได้แสดงอาการหึงหวงจนเกินเหตุ มีการยื้อยุดฉุดกระชากดึงลงจากเวที จึงมาเปรยว่าอยากเลิกคบกับฝ่ายชาย เพราะทนกับพฤติกรรมที่หึงหวงจนเกินเหตุไม่ไหว บอกฝ่ายชายชอบแสดงความเป็นเจ้าของ ทั้งที่เพิ่งคบกันได้ไม่นาน แต่ตนก็ได้แนะนำให้ลูกสาวใช้เหตุผล ค่อยๆ พูดคุยกัน ถ้าไปกันไม่ได้ก็อย่าไปฝืน
"อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ของ
วัยรุ่น
ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา อยากให้ลูกสาวเป็นศพสุดท้าย เพราะเคยเห็นข่าวทำนองนี้มามาก แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับตัวเอง อยากฝากว่าหากไม่เห็นแก่ตัวเองก็อยากให้เห็นแก่ครอบครัวที่ต้องพลอยมาทุกข์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" นายเพียวกล่าว
สำหรับศพของน.ส.อมรทิพย์ทางญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 4 วัดคลองเตยนอก โดยจะสวดพระอภิธรรมคืนนี้ 2 จบ ก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 10 เม.ย. เวลา 17.00 น.
ส่วนทางด้านศพของนายจิรายุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามีญาติของนายจิรายุเดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับศพ จากนั้นจึงได้เดินทางกลับไปทันที ส่วนศพให้ทางเจ้าหน้าที่นิติเวช ร.พ.จุฬาฯ เป็นผู้ดำเนินการนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดอรุณรังสี อ.องครักษ์ จ.นครนายก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าหลังเกิดเหตุทางญาติของนายจิรายุพบจดหมายเขียนด้วยดินสอ เป็นลายมือของนายจิรายุ วางอยู่ในห้องนอน มีข้อความว่า "เมื่อเธออ่านจดหมายฉบับนี้แล้วฉันอาจจะไม่ได้อยู่แล้ว เค้าไม่รู้อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ เธอยืนต่อไปนะ ไม่มีฉันเธอคงอยู่อย่างสบายกว่านี้นะ ถ้าชั้นไม่อยู่โลกนี้แล้วฉันอยากให้เธอดูแลกิจการของชั้นทีนะ ช่วยป๊าฉันหน่อยนะ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าหลุย และสมุดจด u & me นะ พยายามศึกษามันนะ อย่าลืมดูแลออฟฟิศด้วยนะ ถ้าไม่ไหวพาครอบครัวเธอมาร่วมงานด้วยก็ได้นะ อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิด มีเกิดก็ต้องมีตาย ฝากดูแลเจ้าซันนี่ด้วยนะมันผอมลงมากเลย ถ้าเธอไม่ดูแลกิจการให้ฉัน ป๊าฉันคงโดนโกงจนหมดตัวแน่ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันทำเต็มที่แล้ว"
เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าฝ่ายชายน่าจะเขียนจดหมายระบายความในใจให้ฝ่ายหญิงช่วยมาดูแลครอบครัวด้วย ก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อยุติปัญหา จากนั้นจึงไปหาฝ่ายหญิงเพื่อพูดคุยปัญหาแต่สุดท้ายอาจจะคุยกันไม่เข้าใจ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงตัดสินใจใช้
ปืนยิง
ฝ่ายหญิงจนเสียชีวิตก่อนจากนั้นจึงได้ใช้
ปืน
กระบอกเดียวกันยิงตัวตายตาม
และเมื่อเวลา 16.00 น. ที่วัดอรุณรังสี ต.บางลูกเสือ อ.องครักษ์ จ.นครนายก สถานที่ตั้งศพนายจิรายุ โดยมีนายนิวัฒน์ และนางธนวรรณ มูลศรี บิดามารดา และนางแสวง มูลศรี ผู้เป็นย่านั่งร้องไห้เสียใจ โดยมีญาติๆ เข้ามาปลอบ นอกจากนี้ยังมีนายบุญเกิด แซ่เตียว อาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครองและอาจารย์อีกส่วนหนึ่งมาร่วมงานด้วยความเศร้าโศก และเตรียมรดน้ำศพในเวลา 17.00 น.
นายนิวัฒน์เล่าว่า ปัจจุบันประกอบอาชีพรับซ่อมจำหน่ายเครื่องปรินเตอร์และทำป้ายโฆษณา ระยะหลังเดินสายไปทางภาคใต้ ส่วนลูกชายหรือ "ตี้หลุง" ดูแลตลาดทางกรุงเทพฯ และออกซ่อมเครื่องให้ลูกค้า จนลูกค้าติดใจในด้านบริการ ตี 1 ตี 2 ยังให้บริการถ้ามีงานเร่งด่วน จึงมีเงินใช้ไม่ต้องมาขอตนเอง นิสัยส่วนตัวทุกคนที่ได้ใกล้ชิดและได้คบหาต่างพูดว่าเป็นคนมีน้ำใจ ส่วนสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ตนยังงงอยู่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ปืน .38 ก็ไม่ทราบว่าเป็นปืนของใคร ลูกชายเอามาจากไหน เพราะตนไม่เคยมี
ปืน
ใช้ ส่วนกำหนดบำเพ็ญกุศลคงจะสวดประมาณ 3 คืน ยังกำหนดแน่นอนไม่ได้ต้องปรึกษาทางวัดก่อน เนื่องจากติดเทศกาลสงกรานต์
ด้านนายบุญเกิด แซ่เตียว หัวหน้าฝ่ายปกครองโรงเรียน กล่าวว่า นายจิรายุเป็นเด็กดี ไม่มีปัญหาในด้านความประพฤติ มีความสามารถในงานฝีมือ จนสามารถหาเงินได้ขณะที่ยังเรียนอยู่ ตลอดเวลาที่มาเรียนอยู่ในสายตาตลอด ส่วนแฟนสาวได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของโรงเรียน จึงนับเป็นการสูญเสียของโรงเรียน
ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลา 4 วัดคลองเตยนอก แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กทม. ที่ตั้งศพสวดพระอภิธรรมศพของ น.ส.อมรทิพย์ หรือ "เนเน่" หรือ "ทิพย์" บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้อง และเพื่อนนักเรียนกว่า 200 คน ร่วมทั้งยังมีข้าราชการเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พระโขนง กว่า 30 นาย นำโดย พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.
สน.พระโขนง
เดินทางมาร่วมฟังพิธีสวดพระอภิธรรมศพ
นางเบญจวรรณ โชติจิรกาล มารดา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นกับครอบครัวอย่างปัจจุบันทันด่วนจนรับกับเหตุการณ์ไม่ได้ ตนมีลูกทั้งหมดรวม 6 คน ผู้ตายเป็นลูกสาวคนเล็ก ก่อนหน้าทราบว่าทั้งสองคนนั้นคบหากันอยู่นานกว่า 2 ปี เคยห้ามปราบแล้วเพราะเคยเห็นหน้าฝ่ายชายหลายครั้งจะขับรถมาส่งที่บ้าน ลูกสาวเริ่มมีปัญหากับฝ่ายชาย เพราะรู้สึกว่าเป็นคนขี้หึงมากและมักตบตีลูกสาวบ่อยครั้ง ทำให้ลูกสาวมาบ่นกับตนว่าทนไม่ไหว ตนก็บอกว่าให้ค่อยๆ คุย อย่าใช้กำลัง โดยส่วนตัวแล้วลูกสาวเป็นคนชอบแต่งตัว และเป็นคนหน้าตาดี เมื่อปี"50 ก็เคยเข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ แต่ไปตกรอบ 45 คนสุดท้ายเสียก่อน ส่วนที่สวดพระอภิธรรมศพเพียงคืนเดียว เป็นเพราะความเชื่อว่า ลูกสาวอายุน้อยจะไม่ตั้งศพไว้นาน และก็ให้เหตุการณ์ผ่านไปเร็วๆ เพราะทุกคนในครอบครัวต่างก็ทำใจไม่ได้
ข่าวเกี่ยวข้อง
- หึงโหด! บุกยิงหัว ฆ่า นร.สาวฝึกงาน หน้าโรงพัก
- เพื่อนเหยื่อแจงพริตตี้สาวยืนยันต้องบอกเลิกให้ได้














