เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายธเนศ วีระศิริ อาจารย์พิเศษคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ คณะทำงานตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ในซ.รามคำแหง 58/4 เขตบางกะปิ ซึ่งร่วมกับกองควบคุมอาคาร กทม. เปิดเผยหลังตรวจสอบอาคารว่า จากการตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีปัญหาฐานราก เนื่องจากเสาเข็มสั้น ปลายเสาเข็มไม่ได้อยู่ในชั้นทราย ซึ่งควรอยู่ในระดับความลึกของผิวดิน 18-20 เมตร แต่ปลายเสาเข็มกลับอยู่ในชั้นดินเหนียวซึ่งมีระดับน้อยกว่า เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานหลายสิบปีก็ทำให้อาคารเอียงไปด้านหลัง เกิดลักษณะเอียงตามกันไปทั้งอาคารแบบโดมิโน อย่างไรก็ตามอาคารจะไม่ทรุดเพิ่มขึ้นอีกหากไม่มีสิ่งใดมากระทบ เพราะอยู่ในระดับชะลอตัวแล้ว
นายธเนศกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการแก้ไขนั้น ลักษณะอาคารเก่าอายุ 20-30 ปี การแก้ไขโดยซ่อมหรือปรับปรุงอาจไม่คุ้มค่าเพราะค่าใช้จ่ายสูง ส่วนการทุบทิ้งต้องให้เขตบางกะปิในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่ง โดยวันที่ 24 ก.ค.เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ ทองนุ่น ผอ.เขตบางกะปิจะหารือกับเจ้าของอาคารเพื่อสรุปว่าจะทุบทิ้งหรือจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้เป็นห่วงอาคารหลายหลังในพื้นที่ใกล้เคียง ถึงแม้จะยังไม่ทรุดก็ควรตรวจสอบ เพราะน่าจะมีโครงสร้างอาคารและลักษณะดินใกล้เคียงกัน ส่วนการเจาะเสาเข็มของอาคารใกล้เคียงไม่น่าเป็นสาเหตุทำให้อาคารทั้งหมดทรุดตัว
รายงานข่าวจากสำนักการโยธา(สนย.) กทม. เปิดเผยว่า สาเหตุที่อาคารทรุดส่วนหนึ่งเกิดจากพื้นดินเป็นดินอ่อนทรุดตัวง่าย ทั้งนี้ในกทม.ประสบปัญหาเรื่องดินอ่อนมากด้านฝั่งตะวันออก คือ ประเวศ ลาดกระบัง เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารหมู่บ้าน ทาวน์เฮาส์จำนวนมาก บางจุดมีปัญหาดินอ่อน เนื่องจากเคยเป็นบ่อดิน ขุดดินไปขาย ทำให้อาคารพื้นที่ด้านตะวันออกเสี่ยงต่อการทรุดตัวในอนาคต
หน้า 11














