เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายวานิจ ปิณฑวนิช ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, บริษัทเอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทไทยเดย์ดอทคอม จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานละเมิด เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
โจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.2551 ถึงปัจจุบัน จำเลยกับพวกรวม 5 คน ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ในนามกลุ่มพันธมิตรฯ ร่วมกันจัดการชุมนุมและเวทีปราศรัยตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจำเลยกับพวกได้ออกแถลงการณ์รวม 5 ฉบับ อีกทั้งจำเลยยังกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ เมื่อคืนวันที่ 25-26 และ 31 พ.ค. มีเนื้อหาให้ร้ายโจทก์ทำนองว่าต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบสาธารณรัฐ โดยโจทก์หวังเป็นประธานาธิบดี นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่ชอบธรรม พยายามเข้าไปยุ่งเหยิงกับกระบวนการการยุติธรรม และผลักดันให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตัวเองและพวกพ้องไม่ต้องรับโทษ ทำให้โจทก์และครอบครัวได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย
ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดชี้สองสถานในวันที่ 27 ตุลาคม เวลา 13.30 น. ทั้งนี้ โจทก์ยังยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามไม่ให้จำเลยที่ 1 กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ รวมทั้งห้ามนำเอาถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นโจทก์มากล่าวในทางเสียหาย และห้ามจำเลยที่ 2 และ 3 เผยแพร่ถ้อยคำของจำเลยที่ 1 ซึ่งอาจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายด้วย
ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์ห้องพิจารณาคดีที่ 412 เพื่อทำการไต่สวน โดยนายวานิจขึ้นเบิกความด้วยตัวเอง ยืนยันถึงความจำเป็นที่ต้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากที่ผ่านมาจำเลยได้กล่าวให้ร้ายโจทก์และครอบครัวให้ได้รับความเสียหาย และถูกดูหมิ่นและเกลียดชังจากประชาชนทั่วไป รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของโจทก์ โดยหลังตอบคำถามทนายโจทก์เสร็จสิ้น ศาลนัดพยานไต่สวนอีกครั้งเพื่อตอบคำถามค้านทนายจำเลยในวันที่วันที่ 23 ก.ค. เวลา 13.30 น.
หน้า 10














