คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
คมกฤช ราชเวียง รายงาน
ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติและในเวทีระดับโลกระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านดังกล่าว
ในปัจจุบันถึงแม้จะมีหน่วยงานรับผิดชอบร่วมกันถึง 13 ฝ่าย อันได้แก่ สำนัก งานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบ สวนคดีพิเศษ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ
แต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลสถิติการจับกุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (จัดทำสถิติโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2550) ซึ่งได้รวบรวมผลการกระทำผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 พ.ร.บ.เครื่อง หมายการค้า พ.ศ.2534 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และพ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 พบว่าตั้งแต่ปี 2548-2550 มีการจับกุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งสิ้น 24,382 ราย ยึดของกลางได้ จำนวน 8,831,191 ชิ้น โดยจำนวนของกลางที่ยึดได้ในปี 2550 เพิ่มมากกว่าปี 2548 ถึงร้อยละ 65
นั่นแสดงว่ายังมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันมากมาย
ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และสนับสนุนต่อการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำหนดนโยบายในการป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดังนี้
1. ดำเนินมาตรการในการควบคุมการจำหน่ายสินค้า โดยกำหนดให้แผ่นวิดีโอเกมส์ เลเซอร์ดิสก์ ดิจิตอล วิดีโอดิสก์ วิดีโอซีดี และซีดีรอม ต้องผ่านการตรวจเซ็น เซอร์โดยเจ้าพนักงาน กับทั้งให้ร้านค้ารวมถึงแผงลอยที่ขายแผ่นซีดีหรือสินค้าดังกล่าวข้างต้น ต้องมีใบอนุญาตการค้า นอกจากนี้ ควรจัดทำรายชื่อร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจริง และสถานที่น่าสงสัยว่าจะมีการจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
2. ดำเนินมาตรการในการปราบปราม โดยจำแนกกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มผู้ค้า (ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง) ทั้งนี้ ให้มีการสนธิกำลังทั้งฝ่ายตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามความเหมาะสมกับภารกิจ เพื่อตรวจสอบตรวจตรา สืบสวน ตรวจค้น และจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยประ สานงานกับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ตามความจำเป็นและเหมาะสม
3. ดำเนินมาตรการในด้านการประชา สัมพันธ์ ให้ประชาชนทราบและตระหนักถึงผลเสียของปัญหาดังกล่าว เพื่อช่วย ให้เบาะแสข้อมูลข่าวสารในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดและร่วมมือกันไม่ซื้อสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้กระทำผิดทราบถึงอัตราโทษตามกฎหมาย เพื่อลด ละ เลิกการกระทำความผิด
พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผช.ผบ.ตร.ปป. ในฐานะที่ได้รับมอบหมายในการป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการด้านสินค้าลิขสิทธิ์ทางปัญญา ตัวแทนจากบริษัทต่างประเทศ เพื่อหารือในการหามาตรการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อไม่นานที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกอย่างบรรลุตามวัตถุประสงค์
ซึ่งภายหลังการหารือ พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระดับ PWL ถือว่าค่อนข้างรุนแรง เป็นสาเหตุให้เราอาจถูกตัดสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากต่างประเทศได้ ตนในฐานะที่รับผิดชอบได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ที่เป็นเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นย่านตลาดคลองถม บ้านหม้อ หรือบางส่วนในต่างจังหวัด โดยให้นโยบายว่า พื้น ที่ที่มีการละเมิดมากต้องจับกุมจนไม่มีสินค้าเหล่านี้จำหน่าย ถ้าขายต้องเป็นการลักลอบขาย ไม่กระทำอย่างโจ่งแจ้ง และหากพบต้องจับกุมทันที หรือพื้นที่อื่นที่มีการขายเบาบาง ก็ต้องเข้มงวดจนไม่มีการขายได้อย่างเด็ดขาด และต้องขยายผลหาแหล่งผลิตให้ได้ โดยย้ำ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเฉียบขาด ห้ามมีการยอมความกัน
ส่วนผู้ที่ขายสินค้าละเมิด ถ้าถูกจับกุมตำรวจต้องให้ข้อมูลข่าวสารว่า การกระทำเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเป็นอย่างมาก อีกทั้งขณะนี้ได้มีพ.ร.บ.ภาพยนตร์ ออกมาบังคับใช้ ซึ่งกฎหมายนี้ไม่มีโทษจำคุก แต่มีโทษปรับซึ่งสูงมาก คือ ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 1 ล้าน ต้องประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ค้าเปลี่ยนอาชีพ และต้องให้ตัวแทนของเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสินค้า ด้วยว่า ตำรวจได้ปราบปรามอย่างจริง จัง เป็นการส่งกระแสให้มีการลดระดับประเทศเฝ้าระวังในการละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์ของไทยลงหรือไม่มีเลย
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการกีดกันทางการค้าได้อย่างถาวร
ด้ านพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก. ปศท. แสดงความเห็นว่า ตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ในเดือน พ.ค. 2551 ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด เพื่อเร่งรัดในการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา เราสามารถจับกุมผู้ค้าผู้ผลิตไว้ได้มากมาย โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ซึ่งการทำงานของเราได้ทำให้การค้าสินค้าละเมิดลดลงได้ ในระดับหนึ่ง เป็นการแสดงให้เห็นว่าตำรวจใส่ใจ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดเป็นจำนวนมากหรือพื้นที่สีแดง ไม่ว่าจะเป็นตลาดคลองถม บ้านหม้อ สะพานเหล็ก ตะวันนา และหลายพื้นที่ในต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้เรากำลังสืบสวนจับกุมแหล่งผลิตสินค้าเหล่านี้ เพื่อให้การปราบปรามได้ผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
นับเป็นความพยายามทำเมืองไทยให้เป็นเมืองปลอดการละเมิดลิขสิทธิ์
ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลและขจัดให้หมดไป!?!
หน้า 2














