ชี้ต้องขออนุญาต ฝ่าฝืนโทษถึงคุก!
หมักส่งซิกแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 สิทธิการชุมนุม แจกเอก สารกลางวงครม.ระบุบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่สร้างข้อมูลเท็จกล่าวหา ไม่ปลุกระดมประชาชนให้หลงผิด ไม่ใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อ ไม่บังคับ ไม่จ้างวานให้มาร่วมชุมนุม ขณะที่สภาเรียกประชุมสมัยสามัญ 6-7 ส.ค. ถก พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ตามที่ ส.ส.รัฐบาลเสนอ มี 20 มาตรา สาระสำคัญ ต้องขออนุญาตจัดชุมนุม ห้ามปิดถนน ใช้เครื่องขยายเสียง ฉายภาพนิ่ง เคลื่อนไหว ถ่าย ทอดการชุมนุม ห้ามเคลื่อนขบวน ในกรุงเทพฯ มีผบช.น.เป็นปธ.กก.อนุญาต ต่างจังหวัดให้ผู้ว่าฯ เป็นปธ. มีสิทธิสั่งยุติ หรือสลายม็อบ ฝ่าฝืนมีโทษถึงคุกตั้งแต่ 6 เดือน สูงสุด 3 ปี ด้าน ปชป. ม็อบพันธมิตรฯ เดินหน้าขวาง โวยบ้าอำนาจ ออกกฎหมายถอยหลังเข้าคลอง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ครั้งที่ 1/2551 แต่ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายสมัครนำเอกสารการแก้รัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหาระบุว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกลัวจะแก้ให้มีเนื้อหาว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธโดยไม่มีการสร้างข้อมูลเท็จเอามากล่าวหา ไม่ปลุกระดมประชาชนให้หลงผิด ไม่ใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อ ไม่บังคับและไม่จ้างวานกลุ่มบุคคลใดๆ ให้มาร่วมชุมนุม มาให้ พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ่านให้ผู้เข้าร่วมประชุมฟัง และหลังจากอ่านจบ นายกฯ สั่งให้นำเอกสารไปแจกจ่ายสื่อมวลชนด้วย
ต่อมา พล.ต.ท.วิเชียรโชติ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน นายกฯ หยิบยกการแก้รัฐธรรมนูญมาพูดถึงโดยเฉพาะมาตรา 63 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งการเขียนเช่นนี้ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นในการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 โดยจะเพิ่มประโยคเข้าไปว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ โดยไม่มีการสร้างข้อมูลเท็จมากล่าวหา ไม่ปลุกระดมประชาชนให้หลงผิด ไม่ใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อ ไม่บังคับ และไม่จ้างวานกลุ่มบุคคลใดๆ ให้มาร่วมชุมนุม
ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพัช ภาวิตไกรวัลย์ ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายชุมชนเมืองกรุงเทพ มหานคร พร้อมสมาชิกกว่า 10 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ให้ดำเนินการกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ชุมนุมปิดถนนบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และยังใช้เครื่องขยายเสียงรบกวนผู้อื่น ทั้งที่มีอำนาจสั่งการตามข้อบัญญัติของกทม. ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แต่กลับไม่ดำเนินการ
สำหรับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยังคงปิดถนนปักหลักอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราช ดำเนินนอกนั้น ในช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมอยู่ไม่กี่ร้อยคน เนื่องจากส่วนใหญ่เดินทางกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนบนเวทีจัดรายการข่าวสภาท่าพระอาทิตย์ สลับรายการธรรมะ และดนตรี เนื้อ หาของรายการข่าวเป็นการโต้ตอบนายกฯ ที่พูดในราย การ สนทนาประสาสมัคร ว่าพันธมิตรฯ กลัวรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 63
นายพิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง พันธมิตรฯ ไม่เคยคิด หรือกลัว การที่นายกฯ หยิบประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ขึ้นมาพูดเพื่อต้องการสร้างข่าวเท่านั้น ที่ผ่านมา นายกฯ มีแนวคิดจะสลายการชุมนุมมาตลอด ไม่ว่าจะนำคนไปฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้พันธมิตรฯ รื้อเวทีออกจากผิวการจราจร ขณะนี้รัฐบาลกำลังถึงทางตัน เมื่อพลังประชาชนกดดันรัฐบาลมากๆ ก็ไร้อำนาจ รัฐบาลทำงานไม่ได้ แบ่งเป็น 4 ก๊ก ทั้งกลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ นายยงยุทธ ติยะไพรัช และอีก 2 ยังไม่ชัดเจน
แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการแบ่งขั้วอำนาจ ไม่รวมศูนย์อำนาจเดียวเหมือนแต่ก่อน เพราะแต่ละฝ่ายต้องการสร้างฐานอำนาจของตน แม้ แต่นายสมัครก็เช่นกัน เห็นได้จากการปรับครม. มีความพยา ยามหลุดพ้นจากคำว่า นอมินี ส่วนที่นายสมัครแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ที่มีนายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานนั้น แม้จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ตำแหน่งยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากนายวีรพงษ์ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมครม. ทั้งที่ยังเป็นที่ปรึกษาของบริษัทเอกชนอยู่ แต่กลับไม่มีกระบวนการตรวจสอบ จึงสุ่มเสี่ยงให้เกิดการแทรกแซงนโยบายทางด้านการตลาดของภาครัฐได้
ต่อมาเวลา 11.20 น. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และ นายวสันต์ พานิช อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมชัย หัสกุล พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มอบหมายให้นายวาสุเทพ ศรีโสดา ทนายความร้องทุกข์ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท โดยกล่าวหาว่า บุคคลทั้ง 2 พูดบนเวทีพันธ มิตรฯ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2551 เกี่ยวกับการฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด ทำให้มีผู้ถูกฆ่าตายถึง 2,500 ศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายไกรศักดิ์ และนายวสันต์ เข้าพบพนักงานสอบสวน ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าพูดจากการรวบรวม ศึกษา ค้นคว้า และรับเรื่องร้องเรียนตามรายงานการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษ และการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนเดินทางกลับทันที
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือเชิญสมาชิกประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญนิติบัญญัติ ในวันที่ 6 และ 7 ส.ค. โดยมีพ.ร.บ.ที่น่าสนใจที่จะเข้าสู่การพิจารณา คือ ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ที่นาย จุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคพลังประชาชน และคณะ เป็นผู้เสนอเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา บรรจุอยู่ในวาระที่ 6 เรื่องที่เสนอใหม่ โดยหลักการของร่างระบุว่า เพื่อให้การชุมนุมในที่สาธารณะเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าว ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนเสียหายกับสาธารณชนทั่วไป จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อจัดระเบียบการชุมนุม จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.นี้
สำหรับร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ มี 20 มาตรา ที่สำคัญคือ มาตรา 2 ให้พ.ร.บ.มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 3 นิยามคำว่า ผู้จัดให้มีการชุมนุม หมายถึงผู้ยื่นคำขออนุญาตชุมนุม รวมถึงบุคคลที่ปราศรัย ผู้ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ชักชวน ยุยง หรือผู้ร่วมเป็นตัวการ หรือสนับ สนุน มาตรา 4 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ แต่การชุมนุมในที่สาธารณะจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
มาตรา 5 ห้ามมิให้ดำเนินการชุมนุมในที่สาธารณะ ที่มีลักษณะเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ได้แก่ ใช้ช่องทางการเดินรถ หรือพื้นผิวการจราจร ตั้งเวทีปราศรัยในลักษณะกีดขวางการจราจร หรือทางสัญจรของประชาชน ใช้เครื่องขยายเสียง เครื่องฉายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือเครื่องมือใดๆ เพื่อถ่าย ทอดการชุมนุม ใช้ยานพาหนะ เคลื่อนย้ายสถานที่ชุมนุม มาตรา 6 ภายใต้การบังคับตามมาตรา 5 มิให้ใช้บังคับแก่ การชุมนุมที่มีกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การชุมนุมที่ทางราชการเป็นผู้จัด มาตรา 7 การยื่นขออนุญาตชุมนุมในที่สาธารณะ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 8 คณะกรรมการผู้พิจารณาคำขออนุญาตชุมนุมในที่สาธารณะทุกจังหวัด โดย (1) ในส่วนกทม. ประกอบด้วย ผบช.น. เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธาน ผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนบช.น. ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาลที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบสถานีที่ชุมนุม ผบก.ตปพ. ผู้แทนกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ ผบก.อก.บช.น. เป็นกรรมการและเลขา ส่วน (2) ในต่างจังหวัด มี ผวจ.เป็นประธาน ผบก. จังหวัด เป็นรองประธาน นายกอบจ. อัยการจังหวัด นายอำเภอที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบการชุมนุม เป็นกรรมการ ส่วนปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขา
สำหรับมาตรา 9 คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาคำขอตามมาตรา 5 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 10 การขออนุญาต จะมีผลเฉพาะในเขตจังหวัดนั้น หากมีการเคลื่อนย้ายการชุมนุมไปในเขตจังหวัดอื่น จะกระทำได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามมาตรา 8 (2) ส่วน มาตรา 11 ผลการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 8 ให้ถือเป็นที่สุด มาตรา 12-14 การชุมนุมที่ เข้าเกณฑ์มาตรา 5 แต่ไม่มีการขออนุญาต หรือได้รับอนุญาตแล้วแต่การชุมนุมไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาต ให้ถือว่าบุคคลที่ปราศรัย ผู้ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ชักชวน ยุยง หรือสนับสนุน เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม ต้องประกาศยุติการชุมนุมโดยเร็วที่สุด แล้วรีบแจ้งหัวหน้าสถานีตำรวจที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบการชุมนุม โดยเมื่อได้รับแจ้งหัวหน้าสถานีตำรวจ ต้องรีบรายงานประธานกรรมการเพื่อให้สั่งยุติการชุมนุม
มาตรา 15 หากประธานกรรมการสั่งยุติการชุมนุมแล้ว ยังมีการฝ่าฝืน ประธานกรรมการมีอำนาจสั่งเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมได้ มาตรา 16 เจ้าหน้าที่หรือผู้ใช้อำนาจสลายการชุมนุมตามมาตรา 15 ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง อาญา หากเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่เกินกว่าเหตุหรือไม่เกินความจำเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหาย ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ยังมีบทกำหนดโทษ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง ผู้ใดจัดให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะภายใต้ข้อบังคับมาตรา 5 แต่มิได้ขออนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วรรคสอง ผู้ใดจัดให้มีการชุมนุมตามวรรคหนึ่ง แล้วเกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือมีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย แม้จะได้ปฏิบัติตามมาตรา 13 แล้วก็ตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วรรคสาม ผู้ใดจัดให้มีการชุมนุมตามวรรคหนึ่ง แล้วเกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือมีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หากไม่ได้ ปฏิบัติตามมาตรา 13 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 18 วรรคหนึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืนจัดให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ แม้การชุมนุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วรรคสอง ผู้ใดจัดชุมนุมโดยฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง แล้วเกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือมีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย แม้จะได้ปฏิบัติตามมาตรา 13 แล้วก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วรรคสาม ผู้ใดจัดให้มีการชุมนุมโดยฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง แล้วเกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือมีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หากไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 13 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 19 การชุมนุมในที่สาธารณะภายใต้บังคับมาตรา 5 กรณีขออนุญาตหรือไม่ขออนุญาตก็ตาม หากผู้จัดให้มีการชุมนุมไม่ควบคุมดูแล ปล่อยปละจนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมทำผิดทางแพ่งหรืออาญา ผู้จัดให้มีการชุมนุมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 20 นายกฯ เป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.นี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพ.ร.บ.นี้
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากจะแก้มาตรานี้ เพราะเชื่อว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศอย่างแน่นอน มาตรานี้เขียนเอาไว้ไม่ต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540 เข้าใจว่านายกฯ จงใจจะจุดประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนเสนอแก้ แต่ไปอ้างว่าเป็นเรื่องที่คนอื่นคัดค้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการพูดถึงมาตรานี้เลย
ส่วนที่เวทีพันธมิตรฯ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนยื่นญัตติแก้พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ต่อสภาไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้เสนอร่างพ.ร.บ.มี 25 คน เป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนทั้งหมด จากรายละเอียดของร่างพ.ร.บ. เห็นว่ารัฐบาลต้องการสกัดกั้นการชุมนุมของพันธมิตรฯ อีกทั้งร่างพ.ร.บ.ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 63 ที่รับรองให้ประชาชนสามารถมีสิทธิในการชุมนุมในที่สาธารณะได้ โดยปราศจากอาวุธ ถ้าหากพ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ จะมีประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ที่หากจะชุมนุมจะต้องขออนุญาต ถึงจะสามารถจัดการชุมนุม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังบ้าอำนาจ และออกกฎหมายถอยหลังเข้าคลอง
นายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัยว่า หากรัฐบาลยังพยายามจะยื่นร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา กลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมจะยื่นพ.ร.บ.ดังกล่าว ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
หน้า 1














