ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟเตือนราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นจะนำไปสู่ความอดอยาก ความวุ่นวายทางสังคมและสงคราม
นายโดมินิก สเตราส์ คาห์น
กล่าวหลังการประชุมไอเอ็มเอฟ ที่กรุงวอชิงตัน สิ้นสุดลงว่าถ้าราคาอาหารยังพุ่งขึ้นอย่างทุกวันนี้จะส่งผลร้ายแรงตามมา ประชาชนจำนวนมหาศาลจะอดอยาก การพัฒนาที่เกิดขึ้นในช่วง 5-10 ปี จะถูกทำลายพร้อมทั้งเตือนว่าความวุ่นวายทางสังคมอาจนำไปสู่สงครามได้ ถ้าประชาคมโลกต้องการหลีกเลี่ยงผลร้ายแรงนี้ จะต้องรีบแก้ปัญหาอาหารแพงโดยเร็ว เขายังชี้ว่าปัญหานี้จะนำไปสู่ความไม่สมดุลทางการค้า ซึ่งในที่สุดก็อาจกระทบต่อประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้น จึงไม่ใช่ปัญหาด้านมนุษยธรรมเพียงอย่างเดียวแล้ว
ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ราคาอาหารพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น สภาพอากาศเลวร้ายในบางประเทศและการนำที่ดินไปปลูกพืชพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ และราคาน้ำมันที่สูงเป็นประวัติการณ์ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดได้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจน ในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตเพราะความหิวโหยทั่วโลกถึง 10 ล้านคน และอีก 854 ล้านคนมีอาหารไม่พอกับความต้องการ
ปัญหาข้าวยากมากแพงนำไปสู่การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศ นายกรัฐมนตรีเฮติถูกสภาลงมติปลดจากตำแหน่งเมื่อวานนี้ หลังเกิดเหตุจลาจลประท้วงอาหารแพงกว่า 1 สัปดาห์ ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน
ไอเอ็มเอฟ
เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว พร้อมย้ำว่าสิ่งท้าทายที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และประเทศสมาชิกไอเอ็มเอฟต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด













