
เลี้ยบ นำทัพโรดโชว์นิวยอร์ก ดึงกองทุนยักษ์เข้าไทย
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รมว.คลัง นำทีมบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ โรดโชว์ แสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจและยืนยันปัญหายุบพรรคไม่มีผลกระทบต่อต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทย หวังดึงผู้จัดการกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่ กว่าแสนล้านดอลลาร์ เข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
โดยมี
บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน)
และ
บริษัท เมอร์ริล ลินซ์
เป็นผู้ร่วมการจัดโรดโชว์ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14 เมษายน 2551 ซึ่งการโรดโชว์ในครั้งนี้ มีผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ 32 ราย ที่ดูแลสินทรัพย์มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าร่วมโรดโชว์ ซึ่งปัจจุบันผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนเหล่านี้ ลงทุนอยู่ในตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า นักลงทุนมีการสอบถามภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยว่า มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งนักลงทุนก็มีความพึงพอใจเพราะได้รับทราบข้อมูลจากรัฐบาลไทยโดยตรง ซึ่งได้ชี้แจงต่อนักลงทุนว่า ปัญหาทางการเมืองเรื่องของกรรมการบริหารพรรคทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง และจะมีการลงโทษถึงขั้นยุบพรรคการเมืองนั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนที่พรรคร่วมรัฐบาลดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น และคนไทยก็ไม่ต้องการเห็นปัญหาทางการเมืองขยายวงกว้าง โดยคนไทยห่วงปัญหาเศรษฐกิจ และต้องการให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้า ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจต้องเดินหน้าได้ และไม่ให้ปัญหาการเมืองมาบั่นทอนเศรษฐกิจเหมือนที่เกิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ได้ย้ำว่า สภาพเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 2 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะรัฐบาลได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติยังเป็นห่วงอัตราเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งได้ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ดูแลเป็นอย่างดี พยายามลดผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น และย้ำว่ามาตรการตรึงราคาสินค้าเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า นักลงทุนมีการตอบรับที่ดี และเชื่อมั่นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง และได้มีการติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยมาอย่างต่อเนื่อง และอยากเห็นรัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ทั้งนี้หากนักลงทุนมั่นใจ ก็จะเพิ่มการลงทุนในไทย เพราะตลาดหลักทรัพย์ของไทย ยังมีเสน่ห์น่าจูงใจ โดยมีราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (พีอี เรโช) ต่ำ ถ้าเทียบกับตลาดหุ้นในหลายประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นจะต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยในวันที่ 23 เมษายน จะมีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย โดยจะแจ้งให้คณะกรรมการทราบถึงข้อเสนอแนะของนักลงทุนต่างชาติ ทำการปฏิรูปตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีลดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เพิ่มธรรมาภิบาล













