สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาข้าวในตลาดโลกยังพุ่งไม่หยุด ล่าสุด สร้างสถิติใหม่อีกครั้งด้วยการปรับขึ้นไปอีกเกือบ 4% นักวิเคราะห์ชี้ราคาข้าวจะสูงอีกนาน เพราะผลผลิตไม่พอกับความต้องการ
วานนี้ (18 เม.ย.) ราคาซื้อขายข้าวล่วงหน้าของสหรัฐฯในตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 24.550 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 761 บาทต่อ 54 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการสร้างสถิติครั้งที่ 4 ติดต่อกัน
ทำให้เฉพาะปีนี้ราคาข้าวปรับตัวขึ้นไปแล้วกว่า ร้อยละ 76 เนื่องจากความต้องการมากขึ้นในเอเชียและปริมาณอาหารทั่วโลกลดน้อยลง หลังผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ห้ามการส่งออก
การขาดแคลนอาหารยิ่งเห็นได้ชัดในกรณีฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อฟิลิปปินส์ได้รับข้อเสนอขายข้าวเพียง 320,000 กว่าตันเท่านั้น ทั้งที่ต้องการถึง 500,000 ตัน ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่ฟิลิปปินส์ไม่สามารถซื้อข้าวได้เต็มปริมาณที่ต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นการปลูกข้าวในหลายรัฐของสหรัฐฯ ก็เริ่มได้ช้า เพราะสภาพอากาศไม่อำนวย แม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ แต่หลายประเทศก็หวังนำข้าวสหรัฐฯ ไปชดเชยกับปริมาณข้าวที่ถูกห้ามส่งออกจากเวียดนาม อินเดีย และที่อื่นๆ
ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า ราคาข้าวจะอยู่ในระดับสูง หรืออาจปรับสูงขึ้นกว่านี้อีก เนื่องจากหลายประเทศเร่งสำรองข้าวเพื่อให้พอกับการบริโภคในประเทศ ขณะเดียวกัน
นายชารัด พาวาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ของอินเดีย
ตอบคำถามในที่ประชุมรัฐสภาถึงประเด็นการขึ้นราคาอาหาร ว่าการขึ้นราคาอาหารเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งโลก และกำลังส่งผลกระทบโดยเฉพาะต่อประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตามเขารับรองว่า อินเดียจะมีปริมาณอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ
ทางด้าน
กระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์
เปิดเผยวันนี้ว่า จะส่งเสริมให้เกษตรกรหันไปปลูกข้าวสายพันธุ์ผสมตามอย่างประเทศจีน ที่เป็นต้นแบบในการพึ่งพาตนเอง โดยปลูกข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ โดยฟิลิปปินส์จะส่งเสริมให้กลุ่มบริษัทด้านการเกษตรเพิ่มการผลิตเมล็ดพันธุ์ของข้าวสายพันธุ์ผสม เพื่อให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกเพิ่มขึ้นอีก 400,000 ไร่ในปีนี้ ตามความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการผลิตข้าวให้เพียงพอสำหรับการบริโภคในประเทศ ภายในปี 2553 นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งราคาถูกกว่า และส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรที่ยั่งยืน













