คณะกรรมการค่าจ้างกลางมีมติขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 2-11 บาท มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายนนี้ เชียงรายรับไปเต็มๆ จังหวัดเดียวปรับ 11 บาท กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวมสระบุรี อุบลฯ เชียงใหม่ ได้ 9 บาท ขณะที่สุโขทัย อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ ปรับต่ำสุด 2 บาท
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ได้มีการประชุมพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่ผู้ใช้แรงงานเรียกร้อง เนื่องจากปัญหาความเดือดร้อนค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยมี
นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี
ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 5 ชั่วโมง
นายจุฑาธวัชแถลงภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ 2-11 บาททั่วประเทศ โดยจังหวัดที่ได้รับการปรับขึ้นสูงสุด 11 บาท คือ จ.เชียงราย รองลงมาปรับขึ้น 9 บาท มี 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.นครปฐม จ.สระบุรี จ.อุบลราชธานี และ จ.เชียงใหม่ และมี 3 จังหวัดที่ได้ปรับค้าจ้างขึ้นต่ำสุด 2 บาท คือ จ.สุโขทัย จ.อุตรดิตถ์ และ จ.ชัยภูมิ ที่เหลือจะปรับขึ้นในอัตราเฉลี่ย 7-8 บาท
เหตุที่ จ.เชียงรายได้ปรับมากที่สุด เพราะคณะอนุกรรมการจังหวัดได้ขอมาเองและคณะกรรมการค่าจ้างกลางก็พิจารณาว่ามีอัตราค่าครองชีพรวมทั้งเงินเฟ้อสูงสุด
ส่วนจังหวัดที่ปรับให้น้อยเนื่องจากพิจารณาว่ามีค่าครองชีพต่ำและมีโรงงานอุตสาหกรรมน้อย ดังนั้นตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นตัวเลขที่ได้รับข้อยุติแล้ว โดยจะเสนอให้นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงานลงนามก่อน และเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายนนี้ นายจุฑาธวัชกล่าว
นายจุฑาธวัชกล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เพราะนายจ้างพิจารณาจากพื้นฐานความเป็นจริงของแต่ละจังหวัดและมีการตกลงกันว่า หากอัตราเงินเฟ้อไม่สูงไปกว่านี้ก็จะไม่มีการเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างปลายปี 2551 ทั้งนี้ขอยืนยันว่า สาเหตุการปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ไมได้มาจากการกดดันของลูกจ้าง แต่คณะกรรมการได้ตกลงกันตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนแล้ว อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง เช่น ภาษี การควบคุมราคาสินค้า ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการเลิกจ้าง มีคนตกงานตามมาอีกเยอะ
นายทวี เตชะธีราวัฒน์
เลขาธิการสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย และกรรมการค่าจ้างฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า ตัวเลขที่ปรับขึ้นนั้นลูกจ้างก็ยังไม่พอใจเท่าไร เนื่องจากยังมีค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงที่ไม่ได้หยิบมาพิจารณา แต่ทั้งนี้ตัวเลขค่าจ้างที่ปรับขึ้นก็พอบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้แรงงานประหยัดในการใช้เงินอย่างพอเพียงคงพออยู่ได้
นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์
เลขาธิการองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย และกรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างรอบนี้มั่นใจว่าลูกจ้างทุกจังหวัดจะพอใจ แต่ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสถานประกอบการ โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็กและขนาดกลาง จึงอยากให้ภาครัฐมีการดูแลควบคุมออกมาตรการต่างๆ เช่น เรื่องลดภาษี และเชื่อว่าการปรับค่าจ้างจะไม่เกิดประโยชน์กับลูกจ้างมากนักถ้ารัฐบาลไม่ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะวันนี้นายจ้างก็เดือดร้อนเช่นกันเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต้นทุนสูง
นายเทิดศักดิ์ แสงภักดี
อดีตคณะอนุกรรมการค่าจ้างฝ่ายลูกจ้าง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างแค่ 2 บาท ถือว่าไม่เป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของผู้ใช้แรงงาน เพราะตอนนี้ราคาสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะข้าวมีราคาแพงขึ้นเกือบเท่าตัว ค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะนี้อยู่ที่ 146 บาท ขึ้นมาแค่ 2 บาท จะไปพออะไร อย่างน้อยต้องขึ้น 10 บาทถึงจะพอ
นางทิวารัตน์ เทียนทิพย์วิบูล
คณะอนุกรรมการค่าจ้างฝ่ายลูกจ้าง จ.สุโขทัย กล่าวว่า ทางฝ่ายลูกจ้างได้ขอในที่ประชุมให้มีการปรับขึ้นค่าจ้าง 5 บาท แต่ที่ประชุมมีมติปรับให้แค่ 2 บาท ตรงนี้ผู้ใช้แรงงานคงอยู่ไม่ได้ เพราะขณะนี้ข้าวของมีราคาที่แพงมาก ซึ่งไม่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของสภาวะเศรษฐกิจในจังหวัด
ภาพประกอบ : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ














