เลี้ยบ เจรจา เอดีบี ซื้อข้าวล่วงหน้าจากชาวนาไทยก่อนเริ่มฤดูการผลิต สร้างความมั่นคงด้านอาหารโลกได้ สกัดพ่อค้าคนกลางกดราคา สะพัดซาอุฯสนลงทุนทำนาข้าวในไทยเพื่อส่งกลับไปกินในประเทศ
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่อิมแพค เมืองทองธานี
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง
นโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรและชาวชนบท
จัดโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่าในการหารือร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตนได้ขอให้เอดีบีเข้ามามีส่วนร่วมเรื่องการซื้อขายข้าวล่วงหน้า เพื่อให้เกิดการตกลงราคาขายสินค้าเกษตรกันล่วงหน้าและสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารในโลกได้ ว่าจะมีข้าวเพื่อการส่งออกและคนในประเทศก็จะมีข้าวกินอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกัน ราคาที่ขายก็จะได้เป็นที่น่าพอใจ ท่าทีของเอดีบีคือรับฟังและจะเก็บไปคิดพิจารณา
'จากการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ
นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ประธานเอดีบี
ก็ได้รับคำตอบว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ควรจะสนับสนุน เพราะเอดีบีก็มีแผนคร่าวๆ อยู่แล้ว ดังนั้น เบื้องต้นผมจึงมอบการบ้านให้กับ ธ.ก.ส.ไปศึกษาและคิดวิธีการดำเนินงานให้ละเอียดรอบคอบว่าต้องการการสนับสนุนจากแหล่งทุนอย่างไร พร้อมทั้งดูความเป็นไปได้ในการจัดการรายได้ คาดว่าจะซื้อล่วงหน้าจากเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่เริ่มฤดูกาลผลิต ทำให้รัฐบาลสามารถเข้าไปช่วยดูแลกระบวนการซื้อขายข้าวได้ ชาวนาไม่ถูกกดราคาจากคนกลาง โดย ธ.ก.ส.อาจจะประสานงานขอความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในการดูแลโครงการ'
นพ.สุรพงษ์
กล่าว และว่า จะเริ่มกับข้าวนาปีก่อนเป็นชนิดแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ถ้าหากโครงการนี้สำเร็จจะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตข้าวจากเดิมที่เกษตรกรที่ทำงานหนัก แต่ได้ผลตอบแทนน้อย ให้คุ้มค่ามากขึ้น
สะพัด ซาอุฯ สนลงทุนทำนาข้าวในไทย
วันเดียวกัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อ้างแหล่งข่าวในแวดวงอุตสาหกรรมและการค้า ระบุว่า
ซาอุดีอาระเบีย
ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับหนึ่งของโลก อาจเริ่มต้นหันมาลงทุนทำนาข้าวในไทยในราวปลายปี 2551 นี้ อันเป็นความเคลื่อนไหวส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศ
โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อระบุว่า มีการพบหารือกันระหว่างบริษัทเอกชนจำนวนหนึ่งและเจ้าหน้าที่ของทางการซาอุดีอาระเบียกับนักลงทุนไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่จะเป็นหุ้นส่วนกันเพื่อการนี้
โดยตั้งเป้าหมายว่าจะดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นหลัก หากมีมากพอก็อาจส่งออกไปขายให้กับประเทศอื่นๆ ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวเปอร์เซียด้วยกัน โดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหลัก














