
โจ๋ใต้เข้าค่าย หยุดโลกร้อน
สดจากเยาวชน
รอซิดะห์ ปูซู
ภาวะโลกร้อนหยุดหรือชะลอได้หากทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ
เยาวชนเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายที่มีบทบาทช่วยหยุดโลกร้อน ล่าสุด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมอบรมค่าย ทีโอที ยัง คลับ กับปัญหาสภาวะโลกร้อน เพื่อสนองแนวพระราชดำริ หยุดโลกร้อน ด้วยชีวิตพอเพียง ที่สำนักงานส่วนบริการลูกค้าปัตตานี เมื่อไม่นานนี้
ผู้เข้าร่วมเป็นตัวแทนเยาวชนจำนวน 40 คน จาก 6 โรงเรียนภาครัฐและเอกชนที่สอนศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดปัตตานี คือ โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล โรงเรียนเทศบาล 1 โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ โรงเรียนศาสน์สามัคคี โรงเรียนบำรุงอิสลาม และโรงเรียนจงรักษ์สันติวิทยา
นายวรากร เย็นตระกูล ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภูมิภาคที่ 4.1 เล่าว่าสภาพโดยรวมในพื้นที่ภาคใต้สิ่งแวดล้อมดีอยู่แล้ว แต่อยากให้เยาวชนตระหนักว่าถ้าสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่ได้คนเราก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน จึงนำเทคโนโลยีสารสนเทศผนวกกับความรู้ด้านวิชาการมาจัดกิจกรรมให้เยาวชนเรียนรู้ว่าการลดพลังงานเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ทำอย่างไรเราจึงจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เช่นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หากธรรมชาติถูกทำลาย ผลที่ตามมาคือน้ำท่วม ไฟไหม้ป่า ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งถือเป็นบทลงโทษของธรรมชาติ
สิ่งที่คาดหวังคืออยากให้เยาวชนตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม นำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน เหมือนการอบรมที่ผ่านมา เช่น เยาวชนจากจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรัง เมื่อกลับไปที่โรงเรียนแล้วสามารถทำโครงการน้ำชีวภาพ โครงการรีไซเคิลขยะ การปลูกต้นไม้เพิ่มเติมในที่ต่างๆ เชื่อว่าถ้าเยาวชนได้รับการปลูกฝังในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทุกคนจะร่วมมือร่วมใจกันรักษา และเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน
น้องไมค์ ด.ช.ธนพรรช สุวรรณจินทร์ อายุ 15 ปี ชั้นม.3 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล กลุ่มหกพันท้าย เล่าให้ฟังภายหลังร่วมกิจกรรมว่า ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครั้งนี้ เพราะยังไม่เข้าใจดีพอในเรื่องสภาวะโลกร้อน ที่เห็นอยู่ตอนนี้โลกเราประสบเหตุวาตภัยและอุทกภัยบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ การได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ต่างโรงเรียนรู้สึกสนุก ได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
หลังฟังวิทยากรบรรยายทำให้เข้าใจสภาวะโลกร้อนมากขึ้น จะนำไปเผยแพร่ให้เพื่อนๆ ในโรงเรียนทราบและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
ด้านน้องเบ็นซ์ ด.ช.จิรศักดิ์ ไชยมณี อายุ 14 ปี ชั้นม.2 กลุ่มเดอะทรี จากโรงเรียนเดียวกัน กล่าวว่า จากการเข้าค่ายทำให้รู้โทษของการทิ้งขยะไม่เป็นที่ การตัดต้นไม้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ผลการอบรมครั้งนี้จะนำไปใช้รณรงค์ในโรงเรียน เช่น รณรงค์ให้โรงเรียนปลูกต้นไม้เดือนละ 1 ต้น หรือสัปดาห์ละต้น เพราะทุกวันศุกร์นักเรียนจะมีช่วงว่าง 2 คาบ อาจจะให้เพื่อนแต่ละห้องนำต้นไม้ที่แจกไปมาปลูกกัน โดยจะพูดจูงใจว่าทำไมเราต้องปลูกต้นไม้
น้องดา น.ส.นูรีดา บาสอลอ อายุ 15 ปี ชั้นม.3 โรงเรียนบำรุงอิสลาม กลุ่มจีเนส โพส ทู บอกว่า จะกลับไปประชาสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนว่าสภาวะโลกร้อนคืออะไร เราจะแก้ปัญหาได้แบบไหน เพื่อนบางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสภาวะโลกร้อนเกิดจากอะไร และจะกลับไปศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการใช้โทรศัพท์ว่าควรใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ การโทร.ฟรีควรใช้ในกรณีไหน
สิ่งที่ช่วยได้ตอนนี้คือที่บ้านจะช่วยกันลดใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น โทรทัศน์ที่เคยเปิด 2-3 เครื่อง ตอนนี้จะเปิดแค่เครื่องเดียว ตอนอยู่โรงเรียนหากเห็นไฟดวงไหนเปิดทิ้งไว้จะช่วยปิดให้ อย่าลืมว่าปัญหาสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันเกิดจากการกระทำของเราบวกกับความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ทั้งสิ้น
น้องยุทธ นายชาญยุทธ บุตรกริม อายุ 17 ปี ชั้นม.5 โรงเรียนศาสน์สามัคคี กลุ่มหกพันท้าย เล่าว่า ได้ร่วมอบรมมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเป็นการอบรมเกี่ยวกับการใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะและโทรศัพท์บ้าน เพราะเด็กวัยรุ่นในปัจจุบันใช้มือถือกันมาก ครั้งนี้เกี่ยวกับปัญหาสภาวะโลกร้อน ประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกันไป
ปัญหาโลกร้อนเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลเพื่อรักษาสมดุลของโลกให้กลับมาเหมือนเดิม ปัจจุบันจะสังเกตเห็นได้ชัดว่ามีหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล การแก้ปัญหาถือว่ายากเหมือนกัน แต่ยังมีวิธียับยั้งหรือชะลอให้ช้าลง เช่น การปลูกต้นไม้ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ใช้ของพลาสติก อาจใช้ใบตองห่อข้าวแทน
ยุทธบอกด้วยว่า ในฐานะที่เป็นประธานนักเรียน ที่ผ่านมาจะรณรงค์เรื่องการทิ้งขยะ หลังจากนี้จะเสริมเรื่องการปลูกต้นไม้เพิ่มเติม เพื่อรักษาดุลยภาพในโรงเรียน เช่น หากมีอาคารเรียนเพิ่มขึ้นต้นไม้ต้องเพิ่มขึ้นตาม
หน้า 22














