
โง่...อย่างมีสีสัน ละครเวทีจันทรเกษม
สดจากราชภัฏ
ในศาสตร์การแสดงว่ากันว่า ละครเวที เป็นสุดยอดแห่งศาสตร์การแสดง ที่ถ่ายทอดมานับพันปี
สำหรับผู้ที่ทำงานด้านนี้บอกเสมอว่า ละครเวทีมีมนต์เสน่ห์ในตัวเอง
จึงไม่น่าแปลกใจที่ละครเวทีจะได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน แม้แต่ละครเวทีของนักศึกษาบางมหาวิทยาลัยก็ได้รับการกล่าวขาน และเสียงตอบรับแทบทุกครั้งที่เปิดการแสดง
อาจารย์พรเพ็ญ ชวลิตธาดา อาจารย์ประจำแขนงวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (มจษ.) กล่าวถึงละครเวทีของสาขานิเทศฯ ว่า เป็นงานที่ได้พัฒนามาจากงาน BC MIX ซึ่งเป็นงานของนักศึกษาวิทยุโทรทัศน์ฯ จัดขึ้นทุกปี เพื่อนำเสนอผลงานของนักศึกษาในรูปแบบหนังสั้น มิวสิควิดีโอ ภาพถ่าย งานประกวดต่างๆ
โดยในปีนี้ได้นำเสนอแนวคิด Colour Fools หรือ โง่อย่างมีสีสัน มาใช้ในการแสดง บ่งบอกถึงการแสดงที่มีสีสันของงาน โดยได้แนวคิดมาจากบทละครเวทีเรื่อง Fools ของ Neil Simon
นักศึกษาเอกวิทยุโทรทัศน์ฯ ทั้งภาคปกติ และภาคสมทบ ร่วมกันนำเสนอผลงานละครเวที เรื่อง Fools ซึ่งเป็นการแสดงความสามารถอีกรูปแบบหนึ่งของนักศึกษา ที่พัฒนาความรู้จากห้องเรียนจากตำราเรียน ให้เกิดเป็นรูปร่าง เพื่อถ่ายทอดความบันเทิงนั้นสู่ผู้ชม
ด้วยทีมงานมากกว่า 100 ชีวิต ที่ทุ่มเทเตรียมการแสดงทั้งซ้อม ประชาสัมพันธ์ เตรียมงานกว่า 3 เดือน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ และความเป็นมืออาชีพ และด้วยศักยภาพของนักศึกษา เพื่อให้เกิดงานประเพณีของนิเทศศาสตร์
โดยจัดแสดงไปแล้วระหว่างวันที่ 18-19 ก.ย. รวม 4 รอบ แสดงวันละ 2 รอบ เวลา 14.00 น. และ 18.00 น.
นายพุฒิศักดิ์ นวลแดง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มจษ. กล่าวว่า งาน BC MIX ปีที่ผ่านๆ มาเป็นการจัดแสดงผลงานของนักศึกษา และนำละครเวทีมาเป็นส่วนเสริมเท่านั้น แต่การจัดมาถึง 5 ครั้ง ในรูปแบบเดิมก็ถึงจุดอิ่มตัว จึงได้เกิดแนวคิดนำละครเวทีมาเป็นไฮไลต์ของงาน ปรับเปลี่ยนรูปแบบของละครเวทีให้น่าติดตามได้ทุกฉากทุกตอน
ปีนี้นำเรื่อง Fools ซึ่งเคยทำเป็นละครเวทีมาแล้วครั้งหนึ่งในต่างประเทศ แต่ไม่ได้รับความนิยม แม้ว่าบทประพันธ์จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็ตาม นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่เลือกเรื่องนี้มาแสดง หากประสบความสำเร็จนักศึกษาจะภูมิใจ เกิดแรงบันดาลใจครั้งต่อๆ ไป และมีกำลังใจในการทำงาน
ละครเวทีเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติก เรื่องของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ไม่สมหวังในความรักเนื่องจากความแตกต่างของฐานะ ฝ่ายชายจึงได้สาปให้หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่มีแต่คนโง่จวบจนปัจจุบัน มีครูเข้าไปสอนในหมู่บ้านแห่งนี้ และเมื่อรับรู้เรื่องราวจึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้แก่คนในหมู่บ้านนี้ว่าแท้จริงแล้วทุกคนไม่โง่ ซึ่งบทสรุปของเรื่องให้แนวคิดของการไม่ยึดติดกับสิ่งที่รับรู้ หรือปลูกฝังมา หากต้องลองลงมือทำเพื่อให้ได้คำตอบอย่างชัดเจนว่าใช่หรือไม่
ศักยภาพละครเวทีของนักศึกษาจันทรเกษมไม่ได้ด้อยไปกว่าที่อื่นๆ เพียงแต่เราเป็นปีแรกที่เริ่มทำเท่านั้น อาจจะยังไม่มีคนกล่าวถึง แต่เชื่อว่าในเวลาไม่นานละครเวทีของจันทรเกษมจะเป็นประเพณีที่นักศึกษา และคนทั่วไปให้ความนิยม นายพุฒิศักดิ์กล่าว
เป็นอีกกิจกรรมที่นำนักศึกษาออกจากห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริง
หน้า 25














