
นักศึกษาร่วมปลูกป่า ภาคสนามวไลยอลงกรณ์
สดจากราชภัฏ
นพรัตน์ คุ้มศรี
สาเหตุหลักที่ทำให้ทั้งโลกร้อนขึ้น เกิดจากสภาวะที่เรียกกันว่า เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ซึ่งนับวันจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จากกิจกรรมมนุษย์
โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทำให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) ได้แก่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีเธน ไนตรัสออกไซด์ ฯลฯ ถูกปล่อยสู่บรรยากาศห่อหุ้มผิวโลกมากขึ้น กั้นการสะท้อนกลับของรังสีอินฟาเรดส่งผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น
การปล่อยสารเคมีบางชนิดทำให้ชั้นโอโซนในบรรยากาศเกิดช่องโหว่และเบาบางลง รังสีจากดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิดมะเร็งสามารถส่องผ่านเข้ามายังโลกมากขึ้น ทำให้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสิ่งที่มีชีวิตบนโลก
การศึกษาสิ่งแวดล้อมได้เริ่มมาเป็นเวลานานนับร้อยๆ ปีมาแล้ว แต่การศึกษาในสมัยก่อนนั้นไม่ได้เรียกว่าเป็นการศึกษาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการศึกษาเฉพาะเรื่อง เช่น การศึกษาทางด้านวนศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เกษตร อุตสาหกรรม สาธารณสุข เป็นต้น
การศึกษาศาสตร์เหล่านี้มุ่งที่จะศึกษาเฉพาะในสาขานั้นๆ มิได้สนใจสาขาอื่นๆ ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะปัญหาในอดีตไม่ได้มีมาก เช่น ปัจจุบัน เพราะประชากรที่มีไม่มากนัก จึงใช้ทรัพยากรน้อย
แต่ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลภาวะของน้ำ อากาศ ดิน อาหาร และปัญหาการทำลายทรัพยากร ฯลฯ
จึงเป็นแรงจูงใจให้มีการศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการศึกษาจะเริ่มพิจารณาการศึกษาหลายสิ่งหลายอย่างร่วมกัน เพื่อให้สามารถป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดต่อตนเอง แนวทางในการศึกษานั้นต้องใช้ความรู้หลายๆ ด้าน มาดำเนินการร่วมกัน จึงก่อให้เกิดหลักการใหม่ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อม ให้เอื้ออำนวยต่อความต้องการของมนุษย์อย่างเพียงพอและตลอดไป นั่นคือการศึกษาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
ผศ.อรพินท์ พิเนตรพงษ์ หัวหน้าภาควิชาหลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (มรว.) นำนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฝึกภาคสนาม และดูงาน ณ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 จังหวัดจันทบุรี : ระบบนิเวศหิ่งห้อย การจัดการทรัพยากรป่าชายเลน วิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำเวฬุ และร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน หรือป่าโกงกาง เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จากข้อมูลของศูนย์ภูมิลักษณ์ธรรมชาติ ที่มุ่งเสริมสร้างความรู้และปลุกจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้ได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งได้ศึกษาระบบทรัพยากรธรรมชาติของภาคตะวันออก ระบุว่า จังหวัดจันทบุรี จากริมฝั่งทะเล เป็นบริเวณดินเลนอ่อน น้ำทะเลท่วมถึงอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นเขตของไม้โกงกาง
ถัดเข้าไปเป็นเลนตื้นน้ำท่วมสม่ำเสมอ เป็นกลุ่มไม้ถั่วและแสม ถัดเข้าไปเป็นเลนแข็งน้ำท่วมถึงเป็นบางครั้งบางคราว เป็นเขตของไม้ตะบูน โปรง และฝาด ส่วนเขตสุดท้ายบริเวณดินแข็งติดกับแนวป่าบกมีน้ำทะเลท่วมถึงบางครั้งเท่านั้นในรอบเดือน จะเป็นเขตการขึ้นอยู่ของไม้เสม็ดเป็นต้น
หากย้อนหลังไปประมาณ 35 ปี มานี้จะเห็นว่าป่าชายเลนของประเทศไทย ได้ถูกทำลายลงไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด จากสถิติพื้นที่ป่าชายเลนที่รวบรวมไว้เมื่อปี พ.ศ. 2504 ปรากฏว่ามีพื้นที่ปลูกป่าอยู่ถึง 2,229,375 ไร่ แต่จากข้อมูลการสำรวจด้วยภาพถ่ายดาวเทียมครั้งหลังสุดเมื่อปี พ.ศ.2539 พบว่า มีพื้นที่ป่าชายเลนเหลืออยู่เพียง 1,047,390 ไร่เท่านั้น
ในช่วงระยะเวลาแค่ 35 ปีที่ผ่านมา ป่าชายเลนได้ถูกทำลายไปถึง 1,251,958 ไร่ และหากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนหรือป่าโกงกางตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตจะตอบลูกหลานของท่านได้อย่างไรว่าทรัพยากรของพวกเขาหายไปไหน
ผศ.อรพินท์กล่าวว่า การนำนักศึกษาหลักสูตรสิ่งแวดล้อม มาศึกษาดูงาน และฝึกภาคสนามรวมทั้งร่วมกันปลูกป่าชายเลนหรือป่าโกงกาง เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมการจัดเก็บข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้มีการส่งเสริมให้นักเรียน เยาวชน คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้ถูกทำลายคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าโกงกาง และการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศป่าโกงกาง จะช่วยลดสภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้
น.ส.วรรณสุดา ไชยโชค นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า นับว่าเป็นโอกาสดี ที่อาจารย์ได้พาลงมาฝึกภาคสนาม ได้เห็นของจริงป่าชายเลน ที่ถูกบุกรุกทำลายอย่างน่าตกใจจากกลุ่มนายทุนเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์เล็กน้อยไม่คุ้มค่าต่อผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ และได้กระจายออกไปในระดับโลกอย่างรวดเร็ว เช่น สภาวะโลกร้อนที่มวลมนุษย์ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ถ้ามวลมนุษย์ทั่วโลกไม่เห็นถึงสภาวะตรงนี้แล้วอีกไม่กี่สิบปีในวันข้างหน้า เราจะไม่มีโลกใบสวยงามอย่างนี้อีกต่อไป
สิ่งที่ได้สัมผัสและจดบันทึกไว้ในครั้งนี้ จะเป็นตัวกระตุ้นรวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้คิดถึงทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะป่าโกงกางในพื้นที่ตรงนี้ถูกทำลายไปมากจนต้องรณรงค์ให้ปลูกป่าโกงกางใหม่เข้ามาทดแทน เพื่อรักษาสภาพป่าโกงกางชายเลนให้กลับสู่สภาพเหมือนเดิมอีกต่อไป น.ส.วรรณสุดา กล่าว
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน
หน้า 25
| Hit : อรพินท์ จังหวัดจันทบุรี เทคโนโลยี วรรณสุดา สิ่งแวดล้อม house ป่าโกงกาง |














