แจงองค์การค้าฯถังแตกไม่มีเงินซื้อกระดาษ ยันขายตำราให้เอกชนครบ 600 ล้านบาท จำเป็นต้องกระจายให้เอกชนช่วยพิมพ์ตำราเรียน เหตุเครื่องจักรเก่า-เวลาน้อย หวั่นพิมพ์ไม่ทันเปิดเทอม
นายชัชพัฒน์ บุญประเสริฐ
ผู้ช่วยภาคการค้า องค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ชี้แจ้งกรณีที่องค์การค้า ทำสัญญาซื้อขายตำราเรียนกับ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยให้ส่วนลด 35 % ว่า กรณีที่องค์การค้าฯ ให้เอกชนรายหนึ่ง มาทำสัญญาซื้อหนังสือกับองค์การค้าซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายหนังสือล่วงหน้านั้น สาเหตุเพราะองค์การค้าประสบปัญหาทางการเงินอย่าหนัก โดยเฉพาะขาดเงินที่จะนำไปจัดซื้อกระดาษ จึงต้องการเงินหมุนเข้ามาเพื่อนำเงินไปจัดซื้อกระดาษ
แต่เนื่องจากเป็นการทำสัญญาซื้อขายหนังสือล่วงหน้า ไม่ใช่การซื้อขายหนังซื้อในฤดูกาลปกติช่วงเปิดเทอมเดือน ก.พ. ซึ่งเมื่อร้านค้าซื้อหนังสือไปแล้วสามารถจำหน่ายหนังสือได้เลย อีกทั้งเอกชนคู่สัญญาต้องรับภาระขนส่งหนังสือเอง เพราะฉะนั้น องค์การค้า ฯ จึงยอมให้เปอร์เซ็นต์ส่วนลดแก่เอกชนดังกล่าว 20 % บวก 15 % หรือคิดแล้ว 32 % แต่เบ็ดเสร็จแล้ว องค์การค้าก็ยังได้กำไรอยู่ อีก 7% อย่างไรก็ตาม องค์การค้าไม่ได้มีระเบียบตายตัวว่า จะให้ส่วนลดในการขายหนังสือเท่าใด แต่แนวปฏิบัตินั้น
สามารถให้ส่วนลดเท่าใดก็ได้ตราบเท่าที่องค์การค้ายังมีกำไร ซึ่งสามารลดให้เต็มที่ถึง 40 %
แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเป็นการขายหนังสือให้ร้านค้าในฤดูกาลตามปกติแล้ว จะลดให้ 20 - 25 % และองค์การค้าได้นำเรื่องนี้ แจ้งบอร์ดองค์การค้า รับทราบแล้ว
องค์การค้า ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ถ้าจะไปกู้เงินธนาคารมาพิมพ์หนังสือก็ต้องเสียดอกเบี้ยปีละกว่า 10% แต่ถ้าใช้วิธีขายหนังสือล่วงหน้าให้เอกชน ก็จะได้เงินมาหมุนใช้เช่นกัน แม้ว่าจะต้องยอมให้ส่วนลดมากกว่าปกติ แต่องค์การค้าไม่ต้องเสียค่าขนส่งหนังสือ ต่างจากการขยายหนังสือให้ร้านค้าทั่วไปจะต้องขนหนังสือไปส่งถึงที่ ต้นทุนค่าขนส่งประมาณ 35 % ของต้นทุนทั้งหมด
นายชัชพัฒน์
กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม องค์การค้า ขายหนังสือให้เอกชนรายดังกล่าวครบ 600 ล้านบาทตามสัญญา ไม่ได้ซื้อแค่ 100 ล้านบาทตามข่าว เมื่อหักส่วนลดแล้ว 32 % เหลือ 408 ล้านบาท แต่หนังสือที่ขายให้เอกชนรายนี้นั้น แค่ 1 ใน 3 ของหนังสือเรียนทั้งหมด หนังสือที่เหลือองค์การค้า ยังส่งให้ร้านค้าที่เป็นตัวแทนกว่า 300 แห่งจำหน่ายตามเดิม แต่โดยสรุปแล้ว ด้วยการบริหารจัดการการขายหนังสือในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้องค์การค้า มีกำไร มาจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 2,053 คนและจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ ส่วนในปีนี้ สมาคมผู้ซื้อหนังสือเรียน ได้รับการคัดเลือกจากองค์การค้าให้เป็นผู้ทำสัญญาซื้อขายหนังสือกับองค์การค้าฯ แทน
นายชัชพัฒน์
กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการจ้างโรงพิมพ์เอกชนช่วยพิมพ์หนังสือนั้น ปัจจุบัน องค์การค้ามีเครื่องจักรทั้งหมด 20 ตัว แต่ส่วนใหญ่อายุเกิน 20 ปี มีที่อายุไม่เกิน 10 ปี ประมาณ 3 เครื่อง ซึ่งถ้าต้องพิมพ์หนังสือเรียนเกือบ 50 ล้านเล่มแล้ว ต้องใช้เวลาประมาณพิมพ์ 200 กว่าวัน แต่จริง ๆ แล้ว องค์การค้า มีเวลาพิมพ์แค่ 2 เดือนก่อนเปิดเทอม เพราะฉะนั้น หากไม่กระจายงานให้โรงพิมพ์เอกชนทำแล้ว คงไม่สามารถพิมพ์ได้เสร็จทันตามกำหนด อีกทั้ง ต้นทุนในการจ้างโรงพิมพ์เอกชนพิมพ์นั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ สามารถนำเงินที่ประหยัดได้มาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ขณะเดียวกัน ก็ยังทำให้องค์การค้าบรรลุภารกิจ สามารถพิมพ์ตำราเรียนได้เสร็จทันเวลา














