คอลัมน์ เลาะเลียบคลองผดุงฯ
ตุลย์ ณ ราชดำเนิน Tulacom@gmail.com
ตามปกติข้าราชการทั่วไปที่ไม่ใช่ระดับที่เป็นผู้บริหารหรือมีส่วนในการกำหนดนโยบาย มักไม่ค่อยสนใจในมติของคณะรัฐมนตรีเท่าใดนัก เพราะถือว่าตัวเองเป็นผู้ปฏิบัติ ส่วนผู้บริหารในระดับหน่วยงานเองมักจะรอหนังสือแจ้งสั่งการจากหน่วยเหนือ แต่ในเชิงปฏิบัติและติดตามผลตามมติครม.นั้นอย่างจริงจังนั้น มักไม่ค่อยได้เห็น
ถ้าจะถามกระทรวงศึกษาธิการขณะนี้ว่า มติครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ เอาแค่ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ทั้งหมดมีอะไรบ้าง ดำเนินการไปแล้วแค่ไหนอย่างไร แยกให้เห็นเป็นรูปธรรม คงวุ่นวายน่าดู
ความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ มติครม.ถือว่าเป็นกฎหมายที่หน่วยงานต่างๆ ต้องรับไปปฏิบัติโดยพลันในทุกกรณี แต่กลไกและกระบวนการที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลนั้น อ่อนแอ ไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วน และไม่เคยมีการลงโทษต่อการไม่ปฏิบัติตาม จึงมักไม่เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของมติครม.อย่างที่หวัง
อย่างไรก็ตาม น่าติดตาม มติครม.เมื่อวันอังคารที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา กับส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการหลายเรื่องล้วนมีความสำคัญ อาทิ การกำหนด พ.ร.บ. เพื่อเป็น พ.ร.บ.กลางใช้กันได้ในทุกมหาวิทยาลัย คือ ให้สภาสถาบันมีมติให้จัดตั้งส่วนราชการภายในขึ้นแต่ต้องใช้เงินรายได้ของตนเอง
อนุมัติในหลักการให้จัดสรรอัตราข้าราชการครูเพิ่มใหม่ เพื่อรองรับการบรรจุนักเรียนทุนโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบันและจะสำเร็จการศึกษาในปี 2550-2552 ปีละไม่เกิน 580 อัตรา ในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะได้รับการบรรจุครบทุกคน
อนุมัติให้ปรับอัตราจ้างครูรายเดือนสังกัด สพฐ. 1,639 คน รวมทั้งครูประจำการศูนย์การเรียนชุมชนและศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ในจ.สงขลา ได้แก่ จะนะ สะบ้าย้อย นาทวี และเทพา 326 คน เป็นพนักงานราชการ โดยได้รับสัญญาระยะยาว 4 ปี และอัตราเงินเดือน 9,160 บาท รวมทั้งเงินค่าครองชีพพิเศษอื่นๆ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า มติครม.ครั้งนี้ คงไม่มีการเลี่ยงบาลีและน่าจะได้รับการปฏิบัติโดยเร็ว
หน้า 25
| Hit : มติครม |














