คอลัมน์ ข้าราษฎร
โดย สายสะพาย
ได้รับทราบจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาว่า มีผู้เดือดร้อนได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ข้างเคียงเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะช่วงการตอกเสาเข็มที่ทำให้อาคารที่อยู่ข้างเคียงแตกร้าวหรือทรุดตัว แต่ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาไม่สามารถช่วยเหลือใดๆ ได้ ได้แต่แนะนำให้ไปฟ้องคู่กรณีในข้อหาละเมิดต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย
เมื่อได้รับคำแนะนำเช่นนี้ ผู้เดือดร้อนเสียหายย่อมชะงักเพราะเข้าใจว่า การฟ้องศาลมีขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก ที่สำคัญต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากตั้งแต่ค่าจ้างทนาย ค่าธรรมเนียมศาล
อาจมีคำถามว่า ทำไมไม่ไปร้องเรียนหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้าง เช่น สำนักงานเขต (สำหรับพื้นที่ในเขต กทม.) หรือเทศบาล ซึ่งถ้าสำนักงานเขตหรือเทศบาลไม่เอาใจใส่ก็ให้ฟ้องศาลปกครองฐานละเลยต่อหน้าที่
ตัวอย่างล่าสุดที่ทำให้เห็นว่า ผู้เดือดร้อนเสียหายก็อับจนหนทางชนิดหาทางออกไม่เจอเหมือนกันเพราะไม่รู้เป็นความผิดของใครที่หน่วยงานของรัฐละเลยไม่ยอมออกกฎกระทรวงและข้อบัญญัติในการควบคุมวิธีการก่อสร้าง
ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของอาคารไม้หลังเก่าที่ทำเป็นห้องเช่ามีผู้อยู่อาศัย 16 ราย ส่วนใหญ่เป็นพวกหาเช้ากินค่ำ เช่น ร้อยพวงมาลัย สาวโรงงาน ยื่นฟ้องเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่ปล่อยให้มีการตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ขนาด 8 ชั้น เนื้อที่เกือบ 4,000 ตร.เมตร จนทำให้อาคารไม้แตกร้าวและทรุดตัวโดยเรียกค่าเสียหายจากเทศบาลจำนวนหนึ่ง มีการเจรจากันระหว่างเทศบาล บริษัทก่อสร้าง และผู้เสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงนำมาฟ้องศาลปกครองและขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวหยุดตอกเสาเข็มจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือเปลี่ยนวิธีการตอกเสาเข็มเพื่อมิให้เป็นอันตรายต่ออาคารไม้หลังเก่า
หลังจากการไต่สวนฉุกเฉินแล้ว ศาลมีความเห็นว่า กฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กำหนดว่า ในกรณีที่อาคารมีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของแก้ไขให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10
แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่กำหนดห้ามมิให้เห็นมีการก่อสร้างโดยวิธีการตอกเสาเข็มในบริเวณที่พิพาท ดังนั้นเทศบาลจึงยังไม่มีอำนาจสั่งให้เจ้าของอาคารดำเนินการแก้ไขได้
ความเสียหายต่อทรัพย์สินได้รับจากการตอกเสาเข็มของผู้ร้องสอดตามคำฟ้อง จึงเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันในทางแพ่งกรณีจึงไม่มีเหตุพิพาทที่ศาลจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ผู้ฟ้องคดีตามคำขอ
หน้า 26














