
เยือนแดนจิงโจ้ สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย ผ่านการศึกษา เอดิเลด
ระหว่างวันที่ 6-11 พฤษภาคมที่ผ่านมา หน่วยงานการศึกษาเอดิเลด หรือ Education Adelaide ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เผยแพร่การศึกษาของรัฐออสเตรเลียใต้ ประเทศออสเตรเลีย ได้เชิญสื่อมวลชนจาก 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฮ่องกง จีน เกาหลี อินเดีย เวียดนาม และไทย ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐออสเตรเลียใต้ ณ เมืองเอดิเลด เพื่อโปรโมตและเผยแพร่สถานศึกษาเอดิเลดให้กับเด็กต่างชาติได้มาเรียนที่นี่
เอดิเลด : เมือง TOP 10 น่าอยู่ที่สุดในโลก
เอดิเลด เป็นเมืองหลวงของรัฐออสเตรเลียใต้ รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม จึงได้ชื่อว่าเมืองแห่งเทศกาล มีอาคารที่ได้รับการสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ทำให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ในอดีตกาลของบ้านเมือง ทั้งยังมีความงดงามทางธรรมชาติ หุบเขาและชายหาด หนึ่งชั่วโมงขึ้นไปทางเหนือของเอดิเลด สามารถสัมผัสถึงความอุดมสมบูรณ์และพรั่งพร้อมในธรรมชาติของหุบเขา Barossa ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ถึง 445 ล้านลิตร เอดิเลดมีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน คือร้อนแห้งในฤดูร้อน อากาศสบายๆ ในฤดูใบไม้ร่วง และใบไม้ผลิอากาศเย็น และชื้นในฤดูหนาว
นักศึกษาต่างชาติจำนวนมากที่ศึกษาอยู่ในเอดิเลดให้ความเห็นว่าเอดิเลดเป็นเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตร เป็นสังคมที่เปิดกว้างและให้การยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ ไร้ปัญหาเหยียดสีผิว มีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ มีเสถียรภาพทางการเมือง เอดิเลดได้รับการยอมรับระดับนานาชาติว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยและสะดวกสบายในการใช้ชีวิต จากการสำรวจระดับนานาชาติประจำปีซึ่งดำเนินการโดยบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกที่ชื่อ William M. Mercer ในปี 2003 พบว่าเมืองเอดิเลด ติด 10 อันดับแรกของเมืองที่น่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก
ระบบการศึกษาของออสเตรเลีย
ที่นี่การจัดการศึกษาเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐแต่ละรัฐ ดังนั้น ระบบการศึกษาในแต่ละรัฐจึงอาจมีมาตรฐานและกฎเกณฑ์แตกต่างกันไปบ้าง โดยทั่วไปจะแบ่งการศึกษาออกเป็น 5 ระดับ คือ อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา การฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพหรือวิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง และอุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 1 ถึงปีที่ 10 หรือระหว่างอายุ 6-15 ปี แต่นักเรียนส่วนใหญ่จะเรียนต่อปีที่ 11-12 เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง ผลการเรียนในระดับปีที่ 11-12 มีความสำคัญต่อการเลือกอันดับมหาวิทยาลัยและสาขาวิชา เนื่องจากไม่มีระบบการสอบเข้า
สาขาทำอาหาร-บริหารโรงแรม แต้มต่อขอ PR
ประเทศออสเตรเลียขาดบุคลากรทางด้านการทำอาหารและการบริหารการโรงแรม ฉะนั้นผู้ที่จบในสาขานี้จะได้รับคะแนนพิเศษเพื่อสะสมขอเป็นผู้พำนักถาวร หรือ Pernament Resident (PR) โดยคะแนนจะต่างกันในสายอาชีพ สายอาชีพที่เป็นที่ต้องการของประเทศจะอยู่ในกลุ่มคะแนนสูงสุด และถ้าจบในเอดิเลดด้วยแล้ว จะได้คะแนนเพิ่มอีก ทั้งนี้ เนื่องจากเอดิเลดเป็นหนึ่งในเมืองที่ยังมีประชากรน้อยมาก รัฐบาลจึงต้องการประชากรเพิ่ม และหนึ่งในวิธีที่ใช้จูงใจให้ผู้คนมาศึกษาต่อในรัฐนี้คือการให้คะแนนเพิ่มแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากรัฐนี้ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องเรียนอย่างน้อย 2 ปี เรียกได้ว่าผู้ที่จบการศึกษาในสาขาวิชาการทำอาหารการโรงแรมจากรัฐนี้ รวมถึงสาขาที่ขาดแคลนอื่นๆ ก็จะมีคะแนนสูงเพียงพอที่จะทำให้ได้ PR อย่างแน่นอน และเมื่อครบ 120 คะแนนก็สามารถขอ PR ได้
ช่วงที่ Education Adelaide เชิญให้ไปเยี่ยมชมสถานศึกษาในเอดิเลดนั้น ได้มีโอกาสเยี่ยมชมสถานศึกษาฝึกอบรมวิชาชีพ 2-3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ Le Cordon Bleu Adelaide, Tafe SA และ The International College of Hotel Management (ICHM)
Le Cordon Bleu : แหล่งผลิตพ่อครัวระดับโลก
Le Cordon Bleu (LCB) หรือเลอ กอ ดอง เบลอนั้น เป็นวิทยาลัยสอนการทำอาหารและการโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก เลอ กอ ดอง เบลอแห่งแรกก่อตั้งเมื่อปี 1895 ที่กรุงปารีส ปัจจุบันมีอายุ 112 ปี เลอ กอ ดอง เบลอ ผลิตบุคลากรชั้นนำในด้านการทำอาหารชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงทั่วโลก กุ๊กระดับโลกมากมายผ่านการอบรมที่นี่ ปัจจุบันวิทยาลัยเลอ กอ ดอง เบลอ มีสาขาต่างๆ กว่า 10 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย เปรู เกาหลี เลบานอน เม็กซิโก ตลอดระยะเวลาได้การปรับหลักสูตรให้ครอบคลุมทันสมัย
เลอ กอ ดอง เบลอ ในออสเตรเลีย มี 2 วิทยาเขต คือ เมืองซิดนีย์ เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับการทำอาหารในระดับประกาศนียบัตร ส่วนที่เมืองเอดิเลด เปิดสอนที่สถาบันรีเจนซี่ในหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรถึงปริญญาโท ค่าเล่าเรียนต่อปีประมาณ 10,000-59,400 เหรียญออสเตรเลีย สนใจดูรายละเอียดได้ที่ http://www.lecordonbleu.com.au
สาเหตุที่เลอ กอ ดอง เบลอ มีชื่อเสียง เนื่องจากการครัวแบบฝรั่งเศสมีมาช้านานหลายศตวรรษ โดยเริ่มจากงานเลี้ยงฉลองการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง LOrdre des Chevaliers du Saint Esprit ซึ่งกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสพระราชทานให้กับพระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลสำคัญ ผู้ได้รับจะถือเป็นเกียรติยศอย่างสูง จึงต้องจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างใหญ่โต จะมีการระดมพ่อครัวผู้มีฝีมือมาปรุงอาหารโดยคัดเลือกทั้งวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันตลอดจนเครื่องดื่มชั้นดี และด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ประดับอยู่บนแถบแพรสีน้ำเงิน จึงเรียกงานฉลองนี้ด้วยถ้อยคำสั้นๆ ตามสีของแถบแพรนี้ว่า Le Cordon Bleu และเมื่อใดที่เอ่ยชื่อนี้ก็เป็นที่เข้าใจว่าเป็นงานฉลองที่มีอาหารมื้อสุดยอด ต่อมาในปี 1895 ก็ได้เริ่มเปิดโรงเรียนการครัวเป็นครั้งแรกที่กรุงปารีส โดยใช้ชื่อเลอ กอ ดอง เบลอตามสัญลักษณ์ของงานเลี้ยงมื้อสำคัญ สมัยนั้นผู้ให้ความรู้ จะมาจากพ่อครัวที่ได้รับความเชื่อถือจากชนชั้นสูงและชนชั้นศักดินา และที่สุดกลายเป็นที่นิยมของครอบครัวผู้มีฐานะทั่วยุโรปในสมัยนั้น ที่จะต้องส่งบุตรหลานมาเรียนที่นี่เพื่อปลูกฝังให้เป็นสตรีที่มีความรู้และความสามารถในเรื่องของการเรือน อันเป็นคุณสมบัติของกุลสตรีในยุคนั้น
Tafe SA : แหล่งผลิตช่างฝีมือ
สำหรับ Tafe South Australia หรือ Tafe SA เป็นหน่วยงานรัฐบาลที่จัดการฝึกอบรมทางด้านอาชีวศึกษา ตั้งอยู่ที่เมืองเอดิเลด และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสถาบันแห่งชาติทางด้านอาชีวศึกษาของออสเตรเลีย ที่เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรจนถึงระดับปริญญา หลักสูตรทั้งหมดได้รับการพัฒนาและปรับปรุงตามคำแนะนำของมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม หลักสูตรที่เปิดสอน ได้แก่ ธุรกิจและบริการทางการเงิน การโรงแรม/การประกอบอาหาร/วิทยาศาสตร์อาหาร การบริหารจัดการการท่องเที่ยว เป็นต้น ปัจจุบันสถาบันแห่งนี้มีนักศึกษาทั้งสิ้น 80,000 คน โดยเป็นนักศึกษาต่างชาติ 1,000 คน ค่าเล่าเรียนต่อปีประมาณ 8,000-21,750 เหรียญออสเตรเลีย สนใจดูรายละเอียด www.tafe.sa.edu.au
น้องก้อง ขำสังข์ นักศึกษาไทยหลักสูตรอนุปริญญาสาขาการบริหารจัดการท่องเที่ยว สถาบัน Tafe SA กล่าวว่า ตนเลือกเรียนสาขาการบริหารจัดการท่องเที่ยวเพื่อต้องการกลับไปช่วยธุรกิจของครอบครัวซึ่งปัจจุบันทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ตอนนี้ตนเรียนอนุปริญญาเป็นปีที่ 2 เรียนอีก 1 ปี ก็จะได้วุฒิปริญญาตรี ตั้งใจว่าจบปริญญาตรีแล้วจะอยู่ต่ออีกสักพักเพื่อทำงานด้านการท่องเที่ยวหาประสบการณ์ ที่เลือกเรียนออสเตรเลีย เพราะน้องชายเรียนระดับมัธยมศึกษาอยู่ที่นี่จึงมาดูแลน้องชาย แต่ปัจจุบันเรียนจบและกลับไปเมืองไทยแล้ว อีกเหตุผลคือ เมืองเอดิเลดสงบปลอดภัย บรรยากาศดี เป็นธรรมชาติ ไม่มีสิ่งเร้าที่จะทำให้ออกนอกลู่นอกทาง ผู้คนเป็นมิตร เมืองเล็กการเดินทางสะดวก คนไทยยังไม่มากนัก ที่สำคัญค่าครองชีพที่เมืองเอดิเลดต่ำกว่าเมืองซิดนีย์และเมลเบิร์น จึงเหมาะที่จะเป็นเมืองแห่งการศึกษา
ใน Tafe SA มีคนไทยเรียนอยู่ประมาณ 10 คน ส่วนใหญ่เลือกเรียนสาขาการบริหารจัดการโรงแรม การเรียนที่นี่ไม่ยากแต่รายงานและการนำเสนอรายงานมาก โดยการสอนเน้นการค้นคว้าเพื่อมาทำรายงาน สำหรับการปรับตัวนั้น ช่วงแรกที่มาอยู่ก็ไม่คุ้นกับภาษาอังกฤษสำเนียงออสซี่ อาจารย์แนะว่าต้องหมั่นเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ไปไหนมาไหนต้องพกสมุดเล่มเล็กติดตัวเพื่อเวลาเจอคำศัพท์ใหม่ๆ จะได้จดแล้วค่อยมาหาความหมายในภายหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเขียนรายงาน นอกจากนี้อาศัยการดูหนัง ฟังข่าว น้องก้องกล่าว
ICHM : วิทยาลัยชั้นนำด้านการโรงแรม
ส่วน ICHM เป็นวิทยาลัยนานาชาติที่ร่วมกับ the Swiss Hotel Association (SHA) สอนหลักสูตรอนุปริญญาจนถึงปริญญา เกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงแรม อาจารย์ผู้สอนมาจาก SHA และนักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในโรงแรมชั้นนำในรัฐออสเตรเลียใต้ซึ่งอยู่ในเครือของ SHA ค่าเล่าเรียนต่อปีประมาณ 26,000 เหรียญออสเตรเลีย ดูรายละเอียดที่ http://www.ichm.edu.au/
หน้า 7
| Hit : Tafe Bleu ได้แก่ เบลอ เหรียญออสเตรเลีย ค่าเล่าเรียนต่อปีประมาณ Adelaide วิทยาลัยเทคนิค Educatio มิตร ประเทศ |














