สินีนาฎ ทาบึงกาฬ
สงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย และเป็นโอกาสที่สมาชิกในครอบครัวจะได้พบกันพร้อมหน้า
คำว่า สงกรานต์ มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้นสู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 13 เมษายน เรียกว่าวันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เมษายน เป็นวันเนา วันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก
ประเพณีวันสงกรานต์นั้น มี แง่งาม อยู่ที่การได้แสดงความเคารพรักต่อปู่ ย่า ตา ยาย และผู้อาวุโส และความศรัทธาต่อพุทธศาสนา ด้วยการทำบุญและขนทรายเข้าวัด และได้กลายมาเป็นประเพณีการเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสุดเหวี่ยง จนบางครั้งกลายเป็นสาดน้ำใส่กัน
นอกจากนี้ ในยุคไซเบอร์ยังมีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ทางอินเตอร์เน็ตด้วย
ไหนๆ ก็สนุกสนานกับวันสงกรานต์กันแล้ว คุณครู คุณพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็อย่าลืมให้ความรู้คู่ความสนุกแก่บุตรหลานไปพร้อมกันด้วย
รู้ไหมว่าวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์อย่างไร ??
ผู้รู้หลายๆ คน มีความเห็นตรงกันว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่อยู่รอบๆ ตัว ใกล้ๆ ตัวเราไปเสียทุกเรื่อง ไม่ว่าเราจะหยิบยกเรื่องใดมาพูด ก็สามารถนำวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงได้ทุกเรื่องไป
ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ที่เรากล่าวถึงนี้ ก็มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาบอกเล่าให้สอดคล้องกับความสนใจของเยาวชนได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ ขึ้นไปได้ ถือว่าเป็นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปตามกระแสความสนใจ
หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์ได้ ก็มีทั้งการถ่ายโอนความร้อน การไหลของของไหล ความดันอากาศ แรงเสียดทาน และความตึงผิวของน้ำ เป็นต้น
หลักการถ่ายโอนความร้อนนั้น จะพบว่าความร้อนมีการถ่ายโอนได้ ถ้าอุณหภูมิของบริเวณที่สัมผัสต่างกัน จะมีการถ่ายโอนความร้อนให้แก่กันจนอุณหภูมิเข้าสู่สมดุล และความร้อนจะถ่ายโอนจากที่ๆ มีอุณหภูมิสูงกว่าไปสู่ที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า กรณีนี้อาจารย์รังสรรค์ ศรีสาคร นักวิชาการสาขาฟิสิกส์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้อธิบายว่า น้ำ กับ ผิวหนัง มีอุณหภูมิไม่เท่ากัน พอราดน้ำไป น้ำซึ่งเย็นกว่าก็จะดูดเอาความร้อนจากผิวหนังไปทันที เมื่อร่างกายถ่ายโอนความร้อนก็จะเย็นลง เมื่อเปลี่ยนจากราดน้ำมาใช้แป้ง หรือดินสอพองละลายน้ำข้นๆ แป้งก็จะเข้มข้นกว่าน้ำ และถ่ายโอนความร้อนได้ดีกว่า ร่างกายจึงเย็นขึ้น
สมัยโบราณมีการใช้น้ำอบ น้ำหอม ก็จะทำให้เกิดความสดชื่นภายใน ทำให้จิตใจสงบขึ้น และหากใส่เสื้อผ้าบางๆ ความตึงผิวของน้ำก็จะทำให้เนื้อผ้าแนบตัว อาจจะโป๊ได้ไม่รู้ตัว
มาถึงของเล่นชิ้นสำคัญที่เด็กๆ ชอบมาก นั่นก็คือ ปืนฉีดน้ำ
กลไกหลักๆ ของปืนฉีดน้ำคือทำให้ข้างในเป็นสุญญากาศก่อน แล้วความดันอากาศจะดันน้ำเข้ามา จังหวะที่เราบีบแรงบีบจะดันน้ำออก ถ้าเราปล่อยมือจากก้านบีบเกิดสุญญากาศ ทำให้ลูกสูบดูดน้ำข้างล่างขึ้นไปรอ และพอเราบีบก็จะฉีดน้ำออกไป เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อาจารย์ราม ติวารี นักวิชาการสาขาฟิสิกส์ สสวท. อธิบายเสริม เช่นเดียวกับเวลาที่เราดูดน้ำ แล้วน้ำขึ้นมาตามหลอดดูดได้ หรือเวลาที่เราใช้หลอดหยดยา เวลาที่เราบีบกระเปาะลมน้ำก็จะถูกดูดขึ้นมาได้ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า เมื่อใช้ปากดูดน้ำที่ปลายหลอดแล้วจะทำให้ความดันอากาศในหลอดลดลง เมื่อความดันในหลอดลดลงความดันอากาศภายนอกก็จะช่วยดันให้น้ำขึ้นมาตามหลอดดูดได้นั่นเอง
อาจารย์รามให้ความรู้ต่อว่า ขนาดท่อของปืนฉีดน้ำก็มีผลต่อความแรงของน้ำที่ฉีดออกไป หากท่อของปืนฉีดน้ำมีขนาดใหญ่ แต่มาบีบที่ปลายปากท่อให้เล็กลง ทำให้ปากท่อเล็กกว่าตัวท่อ ความเร็วของน้ำที่ฉีดออกไปก็จะมากขึ้น เหมือนสายยางรดน้ำที่บีบปลายสายยางไว้น้ำก็จะฉีดแรงขึ้น ตรงกับหลักการที่ว่าเราสามารถเพิ่มความเร็วโดยการทำให้พื้นที่หน้าตัดเล็กลง
แต่ปืนฉีดน้ำก็อาจจะกลายเป็นอาวุธที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เพราะถ้าแรงดันน้ำสูงๆ กระแทกนัยน์ตาก็อาจทำให้ตาบอดได้
และถ้าเคยไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร หรือตามถนนในต่างจังหวัด ที่มีคนไปเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคักจนพื้นถนนเปียก ก็ระวังลื่นล้มกันได้ ซึ่งหลักการวิทยาศาสตร์ที่ใช้อธิบายเรื่องนี้ได้ก็คือ แรงเสียดทาน เนื่องจากวิถีการเดินของคนเราคือถีบที่พื้น ทำให้เกิดแรงเสียดทาน เมื่อใดที่แรงเสียดทานไม่มากพอก็จะลื่น ถ้าเล่นน้ำเพลินไปหน่อยโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากการลื่นก็มีมาก เพราะเท้าไม่ได้สัมผัสกับพื้นโดยตรง แต่สัมผัสผ่านตัวกลางคือแป้งกับน้ำบนพื้น จึงทำให้แรงเสียดทานลดลง
พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรจะแนะนำเยาวชนหรือหนุ่มๆ สาวๆ ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสงกรานต์ด้วยว่า บริเวณที่ราดน้ำเยอะๆ เล่นแป้งเยอะๆ โอกาสที่จะเกิดอันตรายก็มีสูง โดยเฉพาะเวลาที่เลี้ยวโค้ง
ขอฝากทิ้งท้ายไว้อีกประการว่า เวลาเล่นน้ำสงกรานต์ควรจะรักษาวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของไทยเราไว้ด้วย อย่าให้ เทศกาลสงกรานต์กลายมาเป็นเรื่องลามปาม คอยฉกฉวยโอกาสประแป้งและลวนลามคนอื่นไป !!
หน้า 7
| Hit : เมษายน นักวิชาการสาขาฟิสิกส์ สสวท แรงเสียดทาน |














