
ธนาคารสเปิร์ม
คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com
สวัสดีค่ะ คุณน้าชาติ อยากทราบว่า มีธนาคารสเปิร์มในประเทศไทยหรือไม่ จะติดต่อขอใช้บริการ
ได้อย่างไร และที่ไหนคะ ขอบคุณค่ะ/ประทับใจ
ตอบ ประทับใจ
ธนาคารอสุจิหรือธนาคารสเปิร์ม เป็นการนำอสุจิมาเก็บแช่แข็งเอาไว้เพื่อนำกลับมาใช้ในภายหลัง ซึ่งการแช่แข็งน้ำอสุจิมีมานานร่วม 50 ปีแล้ว
วัตถุประสงค์ของการแช่แข็งอสุจิก็เพื่อ
1.สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บน้ำอสุจิไว้ก่อนรับการผ่าตัด หรือรังสีรักษา หรือต้องรับยารักษามะเร็ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะเป็นหมันตามมา
2.สำหรับแช่แข็งอสุจิจากผู้บริจาค เพื่อใช้ผสมเทียมให้คู่สมรสที่สามีเป็นหมัน แต่ทั้งนี้ต้องเช็กเลือดผู้บริจาคว่าปราศจากเชื้อเอดส์ หรือโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสียก่อน
3.สำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยฝ่ายสามีต้องเดินทางบ่อยๆ ทำให้ไม่อาจอยู่กับภรรยาในช่วงไข่ตกได้
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในการรักษาผู้มีบุตรยากในปัจจุบันก้าวหน้ามากขึ้น ประกอบกับคนไข้อยากได้ลูกที่เกิดจากสายพันธุ์ของตนเองมากกว่า ในส่วนของการใช้เชื้ออสุจิจากผู้บริจาคจึงลดน้อยลง ทำให้ปัจจุบันธนาคารอสุจิหันมาเก็บอสุจิของบุคคลที่สุขภาพร่างกายสมบูรณ์มากขึ้น โดยบุคคลเหล่านี้มักจะมีตารางเวลาทำงานไม่แน่นอน เช่น นักธุรกิจ นักบิน สจ๊วร์ด ดารา นักการเมืองระดับวีไอพี ฯลฯ
ธนาคารอสุจิ เป็นถังบรรจุด้วยไนโตรเจนเหลว มีอุณหภูมิ ลบ 196 องศาเซลเซียส ซึ่งจะต้องมีการเช็กปริมาณ และเติมไนโตรเจนเหลวสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อรักษาอุณหภูมิ ถังหนึ่งใบบรรจุหลอดอสุจิได้มากกว่าหนึ่งพันหลอด โดยหลอดบรรจุหลอดหนึ่งจะบรรจุอสุจิประมาณครึ่งซีซี สามารถเก็บอสุจิไว้ได้นาน 8-10 ปี ก่อนนำมาใช้ต้องทำให้อยู่ในอุณหภูมิธรรมชาติเสียก่อน แล้วจึงใส่เข้าไปในโพรงมดลูกของผู้ที่ต้องการจะตั้งครรภ์
ก่อนนำอสุจิไปแช่แข็งต้องนำไปวิเคราะห์ก่อนว่าอสุจินั้นสมบูรณ์หรือไม่ โดยควรมีอสุจิไม่ต่ำกว่า 40 ล้านตัว/ซีซี มีอัตราการเคลื่อนไหวมากกว่าร้อยละ 60 และต้องมีรูปร่างของอสุจิปกติมากกว่าร้อยละ 30 เนื่องจากเวลาใช้จริงจะมีบางส่วนตายไปประมาณร้อยละ 30-40 จากนั้นจะนำไปผสมกับสารละลาย เช่น glycerol, sodiumcitrate, glucose, fructose, ไข่แดง แล้วบรรจุในหลอดก่อนนำไปใส่ไว้ในธนาคาร
ปัจจุบันมีโรงพยาบาลหลายแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนที่เปิดแผนกบริการรักษาผู้ที่อยู่ในภาวะมีบุตรยาก ซึ่งจะมีบริการธนาคารอสุจิด้วย สามารถสอบถามได้ที่แผนกสูตินรีของโรงพยาบาลนั้นๆ ครับ
หน้า 22














