โดย สำนักงานเลขานุการ กรมการศาสนา
กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จัดโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเยาวชน : ค่ายคุณธรรมจริยธรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อนำคนดีคืนสู่สังคม โดยนำเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่กระทำความผิด ซึ่งอยู่ในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้าค่ายปฏิบัติธรรมเพื่อกล่อมเกลาจิตใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้าสู่สังคมได้อย่างปกติ
สืบเนื่องจากปีงบประมาณ 2551 กรมการศาสนาได้จัดโครงการนำร่อง โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม : เข้าค่ายปฏิบัติธรรมสร้างคนดีสู่สังคมตามหลักธรรมคำสอน ให้กับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในการดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จำนวน 100 คน ผลคือ เด็กชายผู้กระทำผิดและผู้ปกครอง จำนวน 200 คนประทับใจและยอมรับว่าการนำมิติศาสนามาขัดเกลาจิตใจเป็นเรื่องที่ยั่งยืน และกลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โดยนายสด แดงเอียด อธิบดี ศน. กล่าวว่า ศน.ได้ดำเนินการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรมเพื่อนำผลที่ได้ขยายการดำเนินงานต่อไปทั่วประเทศ โดยการดำเนินการในส่วนกลาง แบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 200 คน ประกอบด้วยเด็กเยาวชนและผู้ปกครอง รวม 600 คน เด็กและเยาวชนต้องอยู่ภายใต้การดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่มีพฤติกรรมการกระทำผิดไม่รุนแรง มีแนวโน้มว่าสามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกระทำผิดให้กลับตัวเป็นคนดีได้ ด้วยการติดตามดูแลความใกล้ชิดจากผู้ปกครอง ระยะเวลาในการเข้าค่าย 4 วัน 3 คืน โดยใช้ค่ายพุทธบุตรอารยาภิวัทธน์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ในรุ่นแรกนั้นได้ดำเนินการไปแล้วระหว่างวันที่ 20-23 มีนาคม 2551 ทั้งนี้พบว่าเยาวชนกับผู้ปกครองมีความเข้าใจกันมากขึ้น สัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดี และเรียนหนังสือ ส่วนรุ่น 2 นั้นจะดำเนินการต่อเนื่องระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2551 และรุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2551 ทั้งนี้ กำหนดให้มีการนำร่องทั้ง 4 ภาค คือในภาคกลาง จังหวัดระยอง, ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์, ภาคตะวันออก จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเยาวชนภายใต้การดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำหลักธรรมทางศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจ ป้องปรามมิให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นได้กระทำผิดซ้ำอีก ปรับทัศนวิสัยในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้โดยปกติ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือบุคคลที่ด้อยโอกาส และอยู่ร่วมกับบุคคลหรือชุมชนที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม ในการนี้กรมการศาสนาได้จัดทำคู่มือการดำเนินการเข้าค่าย กำหนดหลักสูตร กระบวนการดำเนินการ วิธีการขั้นตอน ตลอดจนการติดตามประเมินผลเพื่อใช้ในการนำร่องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคด้วย
นายอริยะ นาวินธรรม รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการจัดโครงการในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการสร้างจิตสำนึกที่ดีและไม่ให้เด็กไปกระทำผิดซ้ำ จากการติดตามประเมินผลโครงการที่ผ่านมา พบว่าเด็กจะไม่กลับมาทำความผิดซ้ำอีก ขณะที่การเก็บข้อมูลในสถานพินิจพบว่า เด็ก 459 คน ทำความผิดซ้ำ 167 ซึ่งน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวให้เด็กและผู้ปกครองเข้าค่ายด้วยกัน เพราะสาเหตุคิดว่ามาจากครอบครัว การนำเด็กเข้าค่ายปฏิบัติในครั้งนี้จะคัดเลือกเด็กที่กระทำความผิดที่ไม่รุนแรง จะคัดเด็กที่ดูแล้วคิดว่ายังอยู่ในสังคมและมีโอกาสที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ ทั้งนี้จะต้องดำเนินการก่อนที่ศาลจะตัดสิน ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ก็จะถูกปล่อยตัวให้ควบคุมความประพฤติ ส่วนเด็กที่กระทำความผิดขั้นรุนแรงก็จะถูกส่งตัวเข้าสถานฝึกของสถานพินิจ แต่ขณะนี้ศาลเยาวชนฯกำลังจะพิพากษาโดยจำแนกคดีของเด็กให้ชัดเจน โดยจะบอกแนวปฏิบัติว่า เด็กทำความผิดประเภทไหนควรจะนำไปบำบัด หรือจะต้องใช้สถานฝึก เพราะที่ผ่านมาไม่มีการจำแนกเด็ก เมื่อนำไปฝึกรวมกันแล้วปล่อยออกมาทำให้เกิดปัญหาสังคมได้อีก
พระมหาวิชา สุวิชาโน ประธานกรรมการบริหารค่ายคุณธรรมฯ กล่าวว่า กระบวนการปฏิบัติจะต้องทำให้เด็กเหล่านี้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีความสามัคคี มีความรู้สึกอยากกลับตัวเป็นคนดี พร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น รวมทั้งเปิดใจรับคำอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่และผู้ปกครอง หลังจากที่เด็กได้ร่วมกิจกรรมแล้ว เห็นได้ว่าเด็กรักพ่อแม่และพร้อมสำนึกตนเป็นคนดี
เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มุ่งหวังจะคืนคนดีสู่สังคม แม้เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด ก็ควรมุ่งแก้ไข บำบัดและฟื้นฟูให้ตรงตามสาเหตุ เพื่อมิให้เด็กหรือเยาวชนเหล่านั้นกระทำความผิดซ้ำอีก ซึ่งทุกภาคส่วนของสังคมควรตระหนักในการดำเนินแก้ไข ให้เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดสามารถกลับไปอยู่ร่วมได้อย่างปกติสุข
หน้า 7














