คอลัมน์ สถานีคิด ก.ค.ศ.
โดย ไข่มุก หล่ำวิไลเกษร ผู้อำนวยการกลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการทางการศึกษา
ตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้เคยนำเรื่องกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2550 ที่กำหนดขั้นตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 101 ก เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2550 แล้ว ซึ่งกฎ ก.ค.ศ. ดังกล่าวบัญญัติให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยยึดหลักการปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ถือว่า ผู้นั้นสมควรได้รับบำเหน็จความชอบ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จึงขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่าขณะนี้ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว โดยมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้
1) การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1.1 การเลื่อนขั้นเงินเดือน การให้รางวัลประจำปีและค่าตอบแทนอื่นๆ
1.2 การพัฒนาและการแก้ไขการปฏิบัติงาน
1.3 การให้ออกจากราชการ
1.4 การให้รางวัลจูงใจ และการบริหารงานบุคคลเรื่องอื่นๆ
2) ให้ประเมินปีละ 2 ครั้ง ตามรอบปีงบประมาณ
ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม ของปีถัดไป
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน ของปีเดียวกัน
3) การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้ประเมินจาก
3.1 ผลการปฏิบัติงาน
โดยพิจารณาจาก
(1) ปริมาณจาก
(2) คุณภาพของงาน
(3) ความยุ่งยากในการจัดการเรียนรู้
(4) ความขาดแคลน
(5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของห้องเรียน/โรงเรียน
(6) ความทันเวลา
(7) ผลลัพธ์ ประโยชน์ในการนำไปใช้ และประสิทธิผลของงาน
(8) การประหยัดทรัพยากรหรือความคุ้มค่าของผลงาน
3.2 ความประพฤติในการรักษาวินัย
3.3 คุณธรรม จริยธรรม
3.4 จรรยาบรรณวิชาชีพ/จรรยาบรรณ
4) ให้นำระบบเปิดมาใช้ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ รายละเอียดสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ค.ศ. www.moe.go.th/webtcs/
หน้า 22














