คอลัมน์ รู้แล้วบอกต่อ
โดย ธันวา วิน
ภาพการประท้วงของนักเรียนทิเบตในเนปาล
นับตั้งแต่มีการประท้วงต่อต้านทางการจีนของชาวทิเบตและพระสงฆ์ชาวทิเบตครั้งล่าสุด เพื่อรำลึก 49 ปีการยึดครองทิเบตของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีผู้เสียชีวิตไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังสรุปตัวเลขที่แท้จริงไม่ได้ เพราะตัวเลขที่ทางการจีนเปิดเผยกับตัวเลขที่รัฐบาลพลัดถิ่นทิเบตในอินเดียระบุไม่เท่ากัน โดยตัวเลขของทางการจีนนั้นมีน้อยมากเมื่อเทียบกับตัวเลขที่รัฐบาลพลัดถิ่นทิเบตกล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับว่า มีผู้เสียชีวิตและจับกุมผู้ประท้วง ทั้งหมดที่เล่ามาคือสิ่งที่เกิดขึ้นภายในทิเบตเท่านั้น
แต่ยังมีการประท้วงของชาวทิเบตเองและผู้สนับสนุนในประเทศต่างๆ ด้วย รวมทั้งในประเทศไทย โดยเหตุการณ์ประท้วงที่รุนแรงที่สุดนอกทิเบตเกิดขึ้นที่ประเทศเนปาล มีทั้งการจับกุมเกือบร้อยคน และมีการใช้กำลังกับผู้ประท้วง โดยหนึ่งในผู้ที่ตำรวจเนปาลใช้กำลังคือพระสงฆ์ทิเบตที่ลี้ภัยอยู่ในเนปาล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชาวทิเบตอาศัยอยู่มากที่สุด และมีชาวทิเบตอพยพเข้าเนปาลจำนวนมากในแต่ละปี
การที่ตำรวจเนปาลใช้ความรุนแรงกับชาวทิเบตนั้น ส่งผลให้รัฐบาลเนปาลถูกประณามจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและนานาชาติ แต่ทางการเนปาลเองตอบโต้ว่า ไม่สามารถปล่อยให้มีการประท้วงเช่นนั้นได้ เนื่องจากเนปาลยอมรับว่าทิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีน
อย่างไรก็ดี ชาวทิเบตในเนปาลก็ยังเดินหน้าประท้วงต่อไปทุกวันจนถึงวันนี้ โดยสถานที่ที่ชาวทิเบตไปชุมนุมประท้วงมี 2 จุด คือบริเวณด้านหน้าสถานทูตจีนในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงเนปาล และสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในกาฐมาณฑุ โดยกลุ่มที่ออกมาร่วมประท้วงล่าสุดคือ นักเรียนชาวทิเบต
ตามข่าวระบุว่า มีนักเรียนทิเบตมากกว่า 20 คน อายุระหว่าง 15-18 ปี สวมชุดนักเรียนไปร่วมชุมนุมประท้วงบริเวณด้านหน้าสำนักงานยูเอ็น และปีนกำแพงเข้าไปภายในด้วย ซึ่งถือเป็นการประท้วงที่กล้าหาญที่สุด แต่ภายหลังนักเรียนกลุ่มนี้ก็ได้ออกมาขอโทษเจ้าหน้าที่ยูเอ็นที่ทำเช่นนั้น โดยกลุ่มนักเรียนให้เหตุผลที่ต้องทำว่า เป็นเพราะต้องการให้นานาชาติเห็นใจชาวทิเบต และให้ชาวโลกสนใจในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในทิเบตด้วย
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเองก็ไม่ให้ตำรวจเข้าจับกุมนักเรียน และยังเรียกร้องให้ยุติการใช้กำลังกับผู้ประท้วงชาวทิเบตอีกด้วย...
หน้า 22














