คอลัมน์ สดจากเยาวชน
ภัทรภร ยอดนครจง
การเดินทางไปยังที่หนึ่งๆ ของใครบางคน อาจมีจุดมุ่งหมายต่างกัน
บางคนเดินทางเพื่อไปพักผ่อน บางคนเลือกไปอยู่ยังที่ไกลแสนไกล
แต่สำหรับบางคน พวกเขาเลือกเดินทางไปยังชุมชนที่น่ารักและน่าอยู่ เพื่อไปเรียนรู้ความหมายของการใช้ชีวิตที่มีความสุข...
พ่อ แม่ ลูก 10 ครอบครัว เลือกเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ มุ่งหน้าไปเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวสวนที่บ้านบุกลาง ต.บุเปือย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
การจัดการเดินทางครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างรายการทุ่งแสงตะวัน และสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีจุดมุ่งหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ครอบครัวคนเมืองทั้ง 10 ครอบครัว ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม และเรียนรู้วิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับชาวบ้านบุกลาง
ทั้ง 10 ครอบครัวเข้าพักกิน อยู่ นอน และเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านกับครอบครัวเกษตรกรตัวอย่างเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกันอย่างใกล้ชิด
เช้าแรกที่มาถึงรถทัวร์แล่นเข้าหมู่บ้านยามรุ่งสาง น้ำข้าวโพดอุ่นๆ รสหวานหอมที่ทำด้วยใจถูกหยิบยื่นให้ผู้มาเยือน ถ้อยคำต้อนรับถามไถ่ มิตรภาพก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนในบ้านแต่ละหลัง โดยมีเจ้าของบ้านเดินนำทาง
ที่นี่คุณยายใจดีมาก อนุญาตให้หนู พ่อ และแม่ เก็บเงาะกินสดๆ ได้จากต้น หนูไม่ต้องกลัวว่าจะมีสารพิษ เพราะเงาะที่นี่มีมด มีเพลี้ยขึ้น ถ้าฉีดยามดกับเพลี้ยคงอยู่ไม่ได้ น้องฝ้าย ด.ญ.ชนิดาภา อติเทพเสถียร วัย 10 ขวบ พูดเสียงใส เด็กหญิงดูมีความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางสวนผลไม้ที่ไว้ใจได้ และมีเพื่อนใหม่ที่รู้ใจ
บ้านบุกลาง ได้ชื่อว่าเป็นโอเอซิสอีสาน เนื่องจากเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่มีชื่อเสียงโดดเด่น มีสวนเงาะ ทุเรียน ลำไย น้อยหน่า มะม่วง แก้วมังกร สะตอ แม้กระทั่งสวนยางพารา เราแทบไม่ต้องเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อลิ้มรสลำไยเนื้อฉ่ำ ไม่ต้องลงใต้เพื่อไปเก็บเงาะ สะตอ และกรีดยาง ฯลฯ ใครจะคาดคิดว่าภาคอีสานจะเป็นแหล่งรวมพืชผักและผลไม้จากทุกภูมิภาคได้หลากหลายในแหล่งเดียวเช่นนี้
ครอบครัวน้องฝ้าย เด็กหญิงเล็กๆ จากกรุงเทพมหานคร เข้าพักที่บ้านสวนของคุณยายทองใบ ทองอยู่ ชาวสวนเกษตรอินทรีย์ สวนผลไม้ของคุณยายทองใบวันนี้มีชีวิตชีวากว่าวันไหนๆ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ดังมาจากท้ายสวน เงาะผลใหญ่ถูกปลิดจากขั้ว ชาวสวนหลายวัยช่วยกันแนะเพื่อนใหม่อย่างน้องฝ้ายให้รู้จักวิธีเก็บเงาะที่ถูกต้อง เด็กๆ สนุกสนาน เก็บไปกินไปเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เด็กเมืองกรุงอย่างฝ้ายไม่เคยมีโอกาสได้เข้าสวนเก็บผลไม้สดๆ จากต้นอย่างนี้มาก่อน
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ชาวบ้านบุกลางมีชีวิตที่เป็นสุขเรียบง่าย ทำการเกษตรแบบทำอยู่ทำกินใช้ชีวิตพอเพียง จนกระทั่งช่วงหนึ่งได้ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตมาสู่การเกษตรเชิงพาณิชย์ ปลูกพืชผลเชิงเดี่ยว เช่น มันสำปะหลัง และมันเทศ ปี 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ลงทุนมาก หนี้สินเยอะ ส่งผลกระทบกับชาวบ้านถ้วนหน้า จนต้องเลี้ยวกลับมาสู่วิถีชีวิตพอเพียง หันมาร่วมมือกันค้นหาตัวเอง วิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนวทางชีวิตกันใหม่ โดยเดินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
10 ปีให้หลัง ความเพียรและอดทนก็ออกดอกออกผลให้ชื่นใจ มองเห็นอนาคตที่สดใสต่อไป
ครอบครัวน้องบุ๊คกี้ ด.ช.วีระนนท์ เขตร์ขัน จากกรุงเทพฯ ได้มาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวชาวสวนยางพารา วันแรกที่ครอบครัวเขตร์ขันไปถึง เจ้าบ้านกำลังง่วนอยู่กับการรีดยาง บุ๊คกี้ พ่อ และแม่ ต่างสนใจกระบวนการและขั้นตอนการทำน้ำยางจนกระทั่งขึ้นรูป รีดเป็นแผ่น พร้อมตาก ชาวสวนยางแห่งบ้านบุกลางไม่แล้งน้ำใจ ช่วยสอนพ่อลูกมือใหม่หัดเกลี่ยน้ำยางในแม่พิมพ์ก่อนนำไปรีดเป็นแผ่น พ่อ แม่ ลูก สนุกกับประสบการณ์ใหม่อันมีค่าน่าจดจำตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง
ผมชอบลูกยางพาราครับ รูปร่างมันเหมือนไข่นกกระทา เราเอามาทำของเล่นได้ครับ พี่อ๊อฟลูกชายเจ้าของบ้านที่ผมไปพักเขาสอนให้ผมเล่น เช่น เล่นตีกอล์ฟ โดยสมมติลูกยางเป็นลูกกอล์ฟ เล่นของเล่นที่ทำขึ้นเองแบบนี้ประหยัดและพอเพียงดีครับ เราไม่ต้องไปเสียเงินซื้อของเล่นแพงๆ น้องบุ๊คกี้เล่าความสนุกและประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้รับจากเพื่อนรุ่นพี่วัยไล่เลี่ยกัน
ยังมีกิจกรรมกลุ่มที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ทั้ง 10 ครอบครัวเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ วิถีการพึ่งตนเอง เช่น เยี่ยมชมการสาธิตทำน้ำสกัดชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ กลุ่มอาชีพแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ธนาคารชุมชน กลุ่มทอผ้ามัดหมี่ เยี่ยมชมตลาดชุมชน ช่วยกันซ่อมและสร้างตลาดชุมชน เป็นต้น
ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน สำหรับบางคนอาจน้อยเกินไป แต่ในใจเด็กหญิงฝ้าย ประสบการณ์เพียง 2 วัน ก็ทำให้เธอมีความสุขไม่รู้เลือน
ได้มาเที่ยวครั้งนี้สนุกมากเลยค่ะ ที่นี่หนูได้เห็นชาวบ้านทำปุ๋ยใช้เอง โดยนำมูลสัตว์ที่เราเลี้ยงไว้ เช่น มูลวัว มูลไก่ มาผลิตเป็นปุ๋ยเอาไว้ใส่ต้นไม้ในสวน ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมีให้สิ้นเปลือง กลับไปกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เวลาที่หนูคิดถึงบ้านบุกลาง หนูจะคิดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คิดถึงเพื่อนๆ และน้องๆ ที่นี่ค่ะ
เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง ความทรงจำในทุกเรื่องราว ภาพวิถีชีวิตที่ดีงามและพอเพียงของชาวบ้านบุกลางจะยังคงกระจ่างชัดในใจผู้มาเยือน และเป็นแรงดลใจในการนำหลักคิดความพอเพียงไปปรับใช้ในวิถีของตน
ติดตามภาพความประทับใจ ของผู้เดินทางจากเมืองหลวงกับชาวบ้านผู้อารี และติดตามข่าวคราวทุ่งแสงตะวันสัญจรกับการเดินทางครั้งใหม่ ใน รายการทุ่งแสงตะวัน ตอน สวรรค์บุกลาง วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม เวลา 06.25 น. ทางช่อง 3 www.payai.com
หน้า 24














