โดย สุวรรณดี จันทรา
ปัจจุบัน ผู้ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม มีจำนวนลดน้อยลง โดยเหลือเพียงร้อยละ 40 หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ อนาคคตอันใกล้จะลดเหลือเพียงร้อยละ 30 และอายุโดยเฉลี่ยของเกษตรกรจะสูงขึ้น คือมากกว่า 45 ปี เพราะนับวันจะขาดแรงงานในครัวเรือนภาคเกษตรที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว อีกทั้งเกษตรกรขาดการพัฒนาความรู้ และทักษะ ทำให้ไม่มีการปรับปรุงพัฒนาการผลิต และการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงร่วมกันจัดทำ โครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ผ่านกลไกสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา และการเข้าถึงองค์ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติในภาคการเกษตร โดยจัดทั้งหมด 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคกลาง 26 จังหวัด ภาคใต้ 14 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด
ซึ่งนายพงศกร อรรณนพพร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ได้กล่าวในการประชุมสร้างและพัฒนาเกษตรรุ่นใหม่แก่หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้อำนวยการเกษตรและเทคโนโลยี และผู้เกี่ยวข้องในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่า ภาคการเกษตรมีบทบาทสำคัญต่อเศรฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ประเทศไทยประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก สร้างรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท แต่ปัจจุบันกลับพบว่า อาชีพทางการเกษตรกรรมมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้ ศธ.และกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยผ่านกระบวนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวะ เพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรให้แข็งแกร่ง และยั่งยืนมากขึ้น โดยต้องเร่งทำเพื่อหาทางออก ไม่เช่นนั้นแรงงานก็จะไหลออกจากภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพด้านการผลิต และการแข่งขันภาคเกษตรกรของไทยในอนาคตได้
ด้านนายวีรศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นปฏิบัติการใหม่ให้แก่เกษตรกร ลูกหลานเกษตรกร และนักศึกษา ที่จะได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพเกษตรอย่างแท้จริง โดยมีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเป็นหน่วยผลักดัน และสนับสนุน โดยผ่านกระบวนการเรียนการสอน และเป็นปฏิบัติการครั้งใหม่ เพื่อปรับโฉมเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยจัด 3 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรปกติ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2.หลักสูตรครบวงจร (ระยะยาว) และ 3.หลักสูตรเฉพาะทาง (ระยะกลาง) เพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ และหลักสูตรเสริมความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามความต้องการ
สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 76 จังหวัด ที่สนใจเข้าเรียนใน 3 หลักสูตรดังกล่าว ไม่ต้องสอบเข้า และไม่จำกัดพื้นฐานความรู้ โดยผู้เรียนจะได้เรียนฟรี หอพักฟรี อาหาร 3 มื้อฟรี มีทุนการศึกษา เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถขอที่ดินทำกินได้ โดยให้เสนอโครงการที่จะประกอบอาชีพในอนาคตเพื่อเข้าสู่การพิจารณาต่อไป
นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะสนับสนุนปัจจัยต่างๆ ร่วมรณรงค์สร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่สนใจประกอบอาชีพเกษตร
โดยอาชีพที่สถานศึกษาอาชีวะสนับสนุนนั้น มีหลากหลายอาชีพ แต่บางส่วนก็ยังขาดเครื่องมืออุปกรณ์ และตลาดรองรับ จึงทำให้อาชีพบางอย่างมีขีดความจำกัด ส่วนอาชีพที่อาชีวะได้ส่งเสริม เช่น การทำน้ำนมข้าวโพด การทำไอติมน้ำนมข้าวโพด การทำฮอร์โมนผลไม้ การทำอินทรีย์แห้ง การทำอินทรีย์น้ำ สารไล่แมลง ทำเครื่องบดผลิตผลทางการเกษตร สูตรไล่แมลง สูตรไล่หอย เพลี้ยไฟ การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น
นับเป็นโอกาสดีที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมไม้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งช่วยกันสร้าง และพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้อยู่คู่กับภาคเกษตรกรรมของไทยตลอดไป
หน้า 23














