โดย พงศ์พิพัฒน์ มูลมิตร
เร็วนี้ๆ ผมจะทำสมุดปกขาว โดยจะรวบรวมรายงานของสภา ICOMOS คำแถลงการณ์คัดค้านและผลสรุปจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อนำมาชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงและคลายข้อกังขา ไม่ใช่รับฟังข้อมูลจากผู้ที่ไม่รู้จริง
หมายเหตุ มติชน - สัมภาษณ์นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก หลังกลับจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 2-10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางที่ประเทศไทยจะต้องดำเนินการต่อไป รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อน หลังจากที่ปราสาทพระวิหารได้รับการรับรองให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
- การที่คณะกรรมการมรดกโลกมีมติรับรองให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ถือว่าประเทศไทยตกหลุมพรางของกัมพูชาหรือไม่
คงต้องย้ำอีกครั้งว่าการที่คณะกรรมการมรดกโลกมีมติรับรองให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น เป็นการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนที่ไทย-กัมพูชายังมีข้อพิพาทกันอยู่ ซึ่งที่บอกว่าประเทศไทยตกหลุมพรางของกัมพูชานั้น ประเทศไทยไม่ได้ตกหลุมพรางใครหรอก แต่ตกหลุมพรางของตัวเองต่างหาก แม้หลายฝ่ายพยายามที่จะทำให้คณะกรรมการมรดกโลกชะลอการพิจารณาปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ ปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถคัดค้านหรือท้วงติงได้นั้น เป็นเพราะประเทศไทยไม่เหลืออำนาจต่อรองในเวทีประชาคมโลก เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ฉะนั้นกรณีปราสาทพระวิหารจึงเป็นบทพิสูจน์และเป็นบทเรียนให้เห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยไม่มีอำนาจการต่อรองในเวทีโลกเลย
- บทบาทของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกจากนี้จะเดินไปในทิศทางไหน
จากนี้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกจะเร่งศึกษาและเตรียมข้อมูลที่จะนำเสนอให้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร สระตราว สถูปคู่ ซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศไทย เป็นมรดกโลกทางภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม ฉะนั้นจะต้องเร่งผลักดันให้เข้าไปอยู่ในบัญชีรอการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกให้เร็วที่สุด คาดว่าจะนำเสนอเพื่อเป็นมรดกโลกได้ในปี 2553 ผมเชื่อมั่นว่าจะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการมรดกโลก เพราะขนาดปราสาทพระวิหาร ใช้แค่หลักเกณฑ์ 1 ข้อ จาก 3 ข้อ ยังสามารถเป็นมรดกโลกได้ ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะเสนอในส่วนของประเทศไทยจึงไม่น่าเป็นห่วง เพราะในส่วนของสถูปคู่ สระตราว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ 3 และ 4 ตามระเบียบของคณะกรรมการมรดกโลก นอกจากนี้งานที่เร่งด่วนอีกประการที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปี 2551 คือการผลักดันให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี เส้นทางอารยธรรมโบราณจากพิมาย ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทเขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในบัญชีรอการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกแล้ว ผ่านการพิจารณาและได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกให้ได้ และวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก จะมีการประชุมและรายงานผลการไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 ณ ประเทศแคนาดาด้วย โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการกำหนดทิศทางการทำงานของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ให้ชัดเจนว่าจะเดินไปในทิศทางไหน
- มั่นใจแค่ไหนว่าคณะกรรการมรดกโลกจะรับรองให้สระตราว สถูปคู่ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก
ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่คณะกรรมการมรดกโลกจะรับรองให้เป็นมรดกโลก เพราะเราก็รู้หลักเกณฑ์การพิจารณาอยู่แล้ว ที่สำคัญเราก็อาจระบุได้ว่าขนาดปราสาทพระวิหารเข้าหลักเกณฑ์แค่ข้อเดียวยังเป็นมรดกโลกได้เลย ส่วนที่นักวิชาการออกมาระบุว่าการเสนอสระตราว สถูปคู่ อุทยานแห่งชาติพระวิหาร ไม่น่าจะได้รับการรับรองนั้น คนที่ออกมาพูดหรือแสดงความเห็นเช่นนี้ แสดงว่ารู้ไม่จริง เอาความคิดของตัวเองเป็นหลัก
- นักวิชาการออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการจาก 7 ชาติ เพื่อมาบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อน
คงทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะคณะกรรมการมรดกโลกมีมติรับรองปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว และเราก็ไม่มีอำนาจต่อรอง การตั้งคณะกรรมการจาก 7 ชาติ โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการแต่งตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เพื่อดูแลและจัดการพื้นที่ทับซ้อนนั้น เรื่องนี้ไม่มีอะไรเสียหาย ต้องยอมรับว่า 46 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยทำอะไรหรือแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนได้เลย ซึ่งแนวทางที่จะบริหารจัดการบริเวณพื้นที่ทับซ้อน จะสร้างเป็น พีคพาร์ค คือการจัดสร้างสวนตรงพื้นที่ทับซ้อน โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะช่วยดูแลและบริหารจัดการ นอกจากนี้ผมก็จะเสนอให้คณะกรรมการ เคลื่อนย้ายคนหรือสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนออกไปด้วย ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
- นักวิชาการเสนอให้ถอนรายชื่อมรดกโลกของไทยทั้ง 5 แห่ง ที่คณะกรรมการมรดกโลกรับรองออกจากทะเบียนมรดกโลก
การแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการในเรื่องนี้ เป็นการคิดสั้นและน่าตลกมาก ผมไม่มีสิทธิที่จะบอกว่าจะถอนหรือไม่ถอน เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และรัฐสภา จึงไม่เกี่ยวกับผม และถ้าย้อนถามกลับไปบ้างว่าแล้วทำไมกรณีแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่บอกว่าจะต้องส่งให้รัฐสภาพิจารณาก่อน แล้วทำไมเรื่องการถอดรายชื่อเป็นมรดกโลก ไม่เห็นคิดกันบ้างว่าจะต้องผ่านรัฐสภาเหมือนกัน
- นักวิชาการและกลุ่มพันธมิตรจี้ให้แสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้
ประเทศไทยไม่ได้เสียดินแดน แล้วทำไมผมต้องลาออก เรื่องนี้รู้สึกประหลาดใจและผิดหวังที่สุดที่นักวิชาการรวมทั้งกลุ่มพันธมิตรเรียกร้องให้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ผมขอท้านักวิชาการและพันธมิตรให้ไปยื่นข้อเรียกร้องที่คิดว่าประเทศไทยเสียเปรียบกัมพูชานี้ต่อคณะกรรมการมรดกโลก หากสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้โดยทำให้คณะกรรมการมรดกโลกยอมยกเลิกมติรับรองดังกล่าว ผมจะลาออกจาตำแหน่งประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทันที แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็ควรต้องหยุดเคลื่อนไหวและหยุดวิพากษ์วิจารณ์เสียที
- หลายคนมองว่าคุณปองพลเป็นอีกคนหนึ่งที่อาจทำให้ไทยต้องเสียดินแดน
ผมจะเป็นผู้ร้ายได้อย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นมติของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งผมก็ได้ยื่นคัดค้านและประท้วงไปแล้ว
- ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก จะชี้แจงเรื่องนี้กับคนไทยอย่างไร
เร็วนี้ๆ ผมจะเสนอให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก จัดทำสมุดปกขาว โดยจะรวบรวมรายงานของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (International Council on Monuments and Sites) หรือ ICOMOS ฉบับที่ใช้ในการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกทั้งฉบับภาษาอังกฤษ และฉบับที่แปลเป็นภาษาไทย ตลอดจนคำแถลงการณ์คัดค้านและผลสรุปจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา เพื่อเป็นการชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริง และคลายข้อกังขา ไม่ใช่แค่รับฟังข้อมูลจากผู้ที่ไม่รู้จริง
หน้า 23














