แยกประชาชื่น
ล็อกล้อ
สภาพแวดล้อม และสภาพความเป็นอยู่ โดยเฉพาะกับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ มีปัจจัยที่ทำให้เครียดมากมายเหลือเกิน
จากสถานการณ์ความเครียดต่างๆ นี้ ทางกรมสุขภาพจิตจึงได้ออกมาเตือนคนที่อยู่ในภาวะเครียดอยู่เรื่อยๆ เพราะอาการเครียดนั้นจะกระทบต่อสุขภาพ
และอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การป่วยเป็นโรคอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินอาหาร ไมเกรน ปวดหลัง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ติดสุรา ภูมิแพ้ หอบหืด ภูมิคุ้มกันต่ำลง เป็นหวัดง่าย อุบัติเหตุขณะทำงาน มะเร็ง ไปจนถึงการฆ่าตัวตาย
วันก่อนทางกรมสุขภาพจิตก็เพิ่งออกมาเตือนอีกว่า คนที่เครียดจากภาวะกดดัน อย่างการถูกรับน้อง หรือการแข่งขันที่หวังจะเป็นผู้ชนะ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคหอบทางอารมณ์ หรือกลุ่มอาการหายใจเกิน (Hyperventilation syndrome)
โรคนี้เป็นโรคที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ซึ่งทางกรมสุขภาพจิตอธิบายว่า เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของภาวะทางจิตใจ ที่วิตกกังวลเครียด กลัว หรือแม้แต่ตกใจมากๆ พบในเพศหญิงมากกว่าชาย โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้ที่อยู่ในวัยเรียนอายุ 15-30 ปี
อาการของโรคนี้ได้แก่ การหายใจหอบลึก มือและเท้าเกร็งคล้ายเป็นตะคริวเกิดขึ้น ในทันทีทันใดหลังเกิดความเครียด
โรคนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ต้องบำบัดทางจิตใจ และจะหายขาดได้เมื่อผู้ป่วยสามารถพัฒนาจิตใจจนเผชิญกับความเครียดในภาวการณ์ต่างๆ ได้
สำหรับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้นำถุงกระดาษครอบตรงปากและจมูกของผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยหายใจในถุงกระดาษนี้นาน 10-15 นาที เพื่อนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนสู่กระแสเลือด ช่วยให้เลือดลดความเป็นด่าง และทำให้แคลเซียมในเลือดกลับสู่ระดับปกติ ซึ่งจะทำให้มือและเท้าหายเกร็ง ขณะเดียวกันก็แนะนำให้ผู้ป่วยทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย หายใจช้าๆ ให้รู้สึกมั่นใจ ไม่วิตกกังวล
แต่ถ้าปฐมพยาบาลแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเกิดอาการขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับความคับข้องใจ หรือถูกขัดใจ หรือมีอาการเจ็บป่วยทางกายร่วมด้วย หรือหายใจหอบโดยไม่เจ็บเกร็ง หรือเจ็บเกร็งแต่ไม่หายใจหอบ ควรรีบพาผู้ป่วยพบแพทย์ทันที
เป็นอีกคำเตือนไว้ดูแลคนรอบข้าง
หน้า 30














