เจริญ อาจประดิษฐ์
อุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นป่าที่คงคุณค่า มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่อีกห้องหนึ่งที่เรียนรู้ได้ตลอดเวลา และเป็นที่อยู่อาศัยหรือเป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด
โดยสภาพธรรมชาติ จำเป็นต้องมีการป้องกัน รักษา จัดหาที่อยู่อาศัย อาหารและแหล่งน้ำให้พอกับความต้องการของสัตว์ป่า อีกทั้งต้องมีการสงวนพันธุ์ไว้มิให้ถูกทำลายถึงกับสูญพันธุ์ โดยเฉพาะช้างป่า ที่มีให้เห็นกันเกือบทุกวัน เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผืนป่าแห่งนี้ ที่ออกมาให้เห็นโฉมอยู่เป็นประจำ
จากปัญหาคนกับช้างที่กระทบกระทั่งกันมาหลายปี จนถึงปีพ.ศ. 2548-2550 มีการจัดระเบียบระหว่าง คนกับช้างป่าให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดยได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย เฉพาะชุมชนท้องถิ่นชาวบ้าน อบต.หลายๆ แห่ง รวมถึง WWF ประเทศไทย ที่เคยมาอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ จนประสบความสำเร็จได้อีกระดับหนึ่ง ของการมีส่วนร่วมในการจัดการระหว่าง คนกับช้าง
คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงเรื่องราวของช้างป่ากุยบุรี ที่ลงมารบกวนชาวไร่สับปะรด จึงเป็นเรื่องราวที่กล่าวขานกันมานานนับสิบปี ทำให้ดูเสมือนว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี คงจะมีแต่ปัญหาช้างป่าออกมารบกวนชาวไร่ เพราะหากมีเรื่องราวกระทบกระทั่งกันระหว่างช้างป่ากับชาวไร่ ไม่ว่าคนรังแกช้างหรือช้างรังแกคน ก็เป็นความสูญเสียของทุกฝ่าย
จากข้อมูลในอดีตช้างไม่เคยทำร้ายคนจนถึงขั้นเสียชีวิต แต่ในช่วงปี 2538-2546 ช้างป่าถูกทำร้ายตายนับสิบตัว ความขัดแย้งมีความรุนแรง ในปี 2538-2542 ช้างป่า 4 ตัวถูกฆ่าตาย จนเป็นข่าวใหญ่โต การอนุรักษ์ ป่าธรรมชาติ สัตว์ป่า จึงได้รับการพูดถึงมากขึ้น
จากการทบทวนเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้น นักอนุรักษ์และผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น หม่อมเจ้ารังษีนพดล ยุคล หรือท่านหญิงอ๋อย นักอนุรักษ์ช้างป่า รวมถึงนักวิชาการหลายคน ที่สนใจปัญหาเรื่องคนกับช้างป่ากุยบุรี จึงกำหนดแนวทางการจัดการอุทยานแห่งชาติ ปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดใหม่ โดยยึดแนวพระราชดำริเป็นที่ตั้ง คิดอย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานวิชาการ ดำเนินการอย่างจริงจัง เชื่อมั่นสิ่งที่เป็นจริง ไม่รังแกชาวบ้าน ต่อต้านพวกบุกรุกทำลายป่า
จากสถานการณ์เก่าที่มีแต่ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ความโกรธเคืองกันในอดีตตัดทิ้งไป หันมาทำงานกัน และร่วมแก้ไขปัญหา จนสถานการณ์การรบกวนของช้างลดลง และไม่มีช้างป่าออกมารบกวนพืชไร่ของเกษตรกร แม้ชาวไร่ยังคงเห็นช้างลงมาเดินวนเวียนอยู่ในป่าและชายป่า แต่ลดการออกมารบกวนพืชไร่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค.2551 หม่อมเจ้ารังษีนพดล ยุคล นักอนุรักษ์ช้างป่า ร่วมกับนายบุญลือ พูลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรี และเจ้าหน้าที่ นำชาวบ้านร่วมกันปลูกหญ้า ปลูกไม้ในป่าพื้นที่โครงการ ฟื้นฟูสภาพป่าสงานแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อส่งเสริมให้สัตว์ป่า ทั้งช้าง กระทิง วัวแดง กวาง เก้ง ฯลฯ กินเป็นอาหาร ในอนาคตเชื่อว่าการจัดการดังกล่าวจะสามารถหยุดความขัดแย้งระหว่าง คนกับสัตว์ป่า ได้
นายสิงห์ สืบสุทธา คณะกรรมการที่ปรึกษาระดับพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชาวบ้านบ้านย่านซื่อ กล่าวว่า มีไร่อยู่ใกล้กับพื้นที่อุทยาน และมีช้างป่าลงมาหากินอยู่เป็นประจำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อุทยาน ทำให้การผลักดันช้างป่าเข้าพื้นที่เป็นเรื่องที่ง่ายและได้ผลเป็นที่พอใจ จากการแนะนำให้ใช้หลายๆ วิธีด้วยกันอย่างเช่น ใช้เสียงตะโกนจากคนเฝ้าไร่ต่อๆ กันไป และตี เคาะ อุปกรณ์รอบๆ ตัว เพื่อให้เกิดเสียงดัง อีกวิธีหนึ่งคือ ระเบิดลูกบอลจุดขว้าง หรือใช้คบไฟ ตะเกียง ซีดีสะท้อนแสง หลอดประหยัดกับโซล่าเซลล์ หรือใช้รถยนต์ขับไล่ เป็นต้น ระยะหลังการฟื้นฟูก่อให้ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ขึ้นมามาก จึงประสบผลสำเร็จสับปะรดได้รับความเสียหายน้อยลง ทำให้การทำไร่สับปะรด ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
ณ เวลานี้ การแก้ปัญหาระหว่างคนกับช้างป่ากุยบุรีเดินมาถูกทาง จากการเห็นรอยยิ้มและการทักทายของชาวบ้านหรือชาวไร่ที่อยู่รอบๆ แนวเขต ความเคียดแค้น ความกดดัน ความท้อแท้ ความเหนื่อยล้า ความเบื่อหน่าย ถูกแทนที่ด้วยมิตรภาพที่มีเป้าหมายเดียวกัน
คือลดผลกระทบจากช้างป่าทำลายผลิตผลทางการเกษตร และร่วมกันอนุรักษ์ช้างป่าให้อยู่คู่ผืนป่ากุยบุรีต่อไป
หน้า 30
| Hit : นักอนุรักษ์ช้างป่า ยุคล ได้ผล เจ้าหน้าที่ หม่อมเจ้ารังษีนพดล อาหาร |














