หมายเหตุ - นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นำทีมผู้บริหาร วธ. และดารานักแสดงหลายสิบชีวิต ร่วมเดินทางไปเปิดงาน มหกรรมวัฒนธรรมสัญจรสู่ชายแดนใต้ ตามโครงการ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมสัญจรสู่ชายแดนใต้ ที่บริเวณสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้มิติทางวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมความสามัคคี สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
มติชน จึงได้สัมภาษณ์ผู้นำศาสนา นักวิชาการ และชาวบ้านในพื้นที่จำนวนหนึ่งในมุมมองความคาดหวังว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยดับไฟใต้ได้จริงหรือไม่??
- นายมะตอเฮ ลอมา อีหม่ามมัสยิดบ้านตะโล๊ะไกรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราะถือเป็นอีกวิถีทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้แต่มุ่งแก้ปัญหาความรุนแรงด้วยวิถีทางการเมือง หรือไม่ก็เพิ่มกำลังทหาร การที่กระทรวงวัฒนธรรมมีแนวความคิดที่จะนำมิติทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวของชาวบ้านมาเป็นตัวประสานรอยร้าวแก้ความขัดแย้งของคนในพื้นที่ ผมเชื่อว่าน่าจะได้ผลดีบ้างไม่มากก็น้อย บางทีอาจจะดีกว่าวิธีการแบบเดิมๆ ของรัฐบาล เนื่องจากแต่ละศาสนาต่างมีความเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว เพียงแต่จะให้เกิดผลสำเร็จภายใน 1-2 วัน ก็คงเป็นไปไม่ได้ ปัญหานี้ต้องใช้เวลา และความสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านด้วย
- นายอับดุลเลาะ อับรู อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการในอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
คนไทยพุทธและคนไทยมุสลิมเป็นเหมือนพี่น้องกัน ต่างพึ่งพาอาศัยกันมาตลอดเวลา ดังนั้น การนำเอามิติทางวัฒนธรรมมาเป็นอีกกลไกหนึ่งในการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ จึงเป็นความคิดที่มาถูกทางแล้ว เพียงแต่ระดับนโยบายรัฐบาลจะคิดทำอย่างไรที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จมากที่สุด ซึ่งคงต้องช่วยกันคิดให้ถี่ถ้วน เพราะวิธีการดังกล่าวนี้จะไม่เหมือนกับโครงการที่ผ่านๆ มาของรัฐบาล การใช้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนามาช่วยพลิกฟื้นให้เกิดความสงบในพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร รัฐบาลจะต้องกลั่นกรองให้ดีก่อนด้วย เพราะอาจจะกลายเป็นการเพิ่มความขัดแย้งแทนการสร้างความสงบสุขก็เป็นได้ ที่สำคัญรัฐบาลจะต้องมีนโยบายการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชัดเจนมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นลักษณะของการประครองเพื่อให้ผ่านพ้นไปวันๆ มากกว่าที่จะคิดสร้างความสงบสุขแบบยั่งยืน
- นายมุหรอด ใบสะมะอุ รองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา
ผมเห็นด้วยกับการที่กระทรวงวัฒนธรรมใช้หลักศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียบประเพณีมาช่วยประสานความสามัคคีและสร้างความสงบสุขให้กับพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถ้าต้องการจะให้ประสบความสำเร็จโดยเห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับอิหม่ามและผู้นำทั้งในระดับหมู่บ้านและระดับอำเภอ เนื่องจากเป็นคนที่ใกล้ชิดชาวบ้านมากที่สุด เพื่อทำหน้าที่ในการถ่ายทอดและเป็นแกนกลางในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวที่ถูกต้องให้กับชาวบ้าน
- นายวันอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ เดล์ รองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณี ดังนั้น จึงเกิดคำถามขึ้นทันทีว่าแล้วจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี และหลักศาสนามาเป็นกลไกในการสร้างความสงบสุขและสันติภาพ เพราะถ้าทำเหมือนกับโครงการอื่นๆ ของรัฐบาลที่แล้วๆ มา ผมเชื่อว่าจะไม่สำเร็จ เพราะโครงการต่างๆ ที่ผ่านมาไม่มีความสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสม่ำเสมอและทำด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แค่จัดงานเพียงครั้งเดียวแล้วหายไป ความสงบสุขและความสามัคคีของคนในพื้นที่ก็ย่อมจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน
- นายสุรชัย ตันสนิท ชาวบ้านที่มาร่วมงานมหกรรมวัฒนธรรมสัญจรสู่ชายแดนใต้
ผมรู้สึกดีใจมากที่กระทรวงวัฒนธรรมและทางจังหวัดนราธิวาสมาจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมสัญจรสู่ชายแดนใต้ เพราะหลายปีที่ผ่านมาใน จ.นราธิวาส ไม่ค่อยได้จัดงานรื่นเริงลักษณะนี้ ส่วนที่ชาวบ้านทั่วไปไม่กล้าออกมาร่วมงาน เพราะกลัวจะเกิดเหตุรุนแรง ซึ่งทุกวันนี้เวลาจะเดินไปไหนมาไหนก็ต้องคอยระมัดระวังว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐบาลหรือฝ่ายจัดงานสามารถทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย ผมเชื่อว่าต่อไปถ้ามีการจัดงานหรือกิจกรรมอะไร ชาวบ้านก็จะออกมาร่วมจำนวนมากขึ้นอย่างแน่นอน
หน้า 7
| Hit : จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ดังนั้น ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี |














