คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก นายพงศกร อรรณนพพร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติงานป้องกันนักเรียน นักศึกษา ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ว่า จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พบว่าในปี 2549 มีนักเรียนตีกัน 1,978 ครั้ง และในปี 2550 ลดเหลือ 1,713 ครั้ง ส่วนนักเรียนที่จับกลุ่มกำลังจะก่อเหตุ ปี 2549 มี 1,390 ครั้ง ปี 2550 มี 1,121 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ถึงเดือนมิถุนายน 2551 พบว่ามีนักเรียนก่อเหตุตีกัน 339 ครั้ง และกำลังจะก่อเหตุ 208 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียว กันของปี 2550 ซึ่งมีนักเรียนตีกัน 250 ครั้ง และกำลังจะก่อเหตุ 184 ครั้ง ตนจึงได้ให้สถานศึกษาแก้ปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้รายงานผลต่อคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติงานฯ ทุก 10 วัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนจะเป็นช่วงที่มีอัตราการทะเลาะวิวาทค่อนข้างสูง
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า กรณีที่นักเรียน นักศึกษาประกาศสงครามผ่านทางอินเทอร์เน็ต มีการท้าทายประกาศยึดหัวเข็มขัดกันก็ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การที่ศาลมีคำพิพากษานักศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เชื่อว่าน่าจะมีผลให้เกิดความหวาดเกรง และก่อเหตุน้อยลง ทั้งนี้ มีผู้เสนอว่าการประชุมครั้งต่อไปน่าจะเชิญผู้แทนอัยการ และผู้พิพากษาเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งตนก็เห็นด้วยเพราะจะได้วางแนวทางพิจารณาคดีให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. กล่าวว่า เหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอ จากเดิมแต่ละสถานีจะจัดสายตรวจออกตรวจตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ประมาณ 8 ทีม แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ต้องปรับลดลงเหลือสถานีละ 2 ทีม เพื่อส่งกำลังไปย ดูแลกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่หลังจากนี้คงต้องพิจารณาจัดกำลังกันใหม่
นางศิริพรรณ ชุมนุม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีว ศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาระยะสั้น จะให้สถานศึกษาอาชีวะทุกแห่ง ประสานกับสถานีตำรวจในพื้นที่ในการเฝ้าระวังเหตุ ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสมาคมโรงเรียนเอกชนวิจัยศึกษาปัญหาเชิงลึก หลังจากนั้นจะนำเสนอ รมช.ศึกษาธิการ เพื่อขอนโยบายในการแก้ปัญหาต่อไป.














