คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร (ศก.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมของคณะกรรมการย แห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ (UNESCO)ย ได้ขอให้ไทยพิจารณาเรื่องการให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ใต้น้ำ เพื่อเป็นการรักษาและคุ้มครองแหล่งเรือโบราณจมในเขตทะเลของไทยนั้น ขณะนี้ทางกลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ สำนักโบราณคดีย ย ย ได้ศึกษาข้อมูลและจัดทำรายละเอียดเสร็จแล้วโดยพบว่า มีแหล่งโบราณคดีใต้น้ำจำนวนมาก ในอ่าวไทย โดยเฉพาะบริเวณน่านน้ำจังหวัดย ชลบุรี ไปถึงจังหวัดตราด และบางส่วนก็อยู่ในเขตพิพาททางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งทางกรมจะส่งข้อมูลให้กรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาต่อไป
นายเกรียงไกร กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการกรมศิลปากร เห็นว่าประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อดีข้อเสียของย ย อนุสัญญาดังกล่าวอย่างรอบคอบ และควรจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการทั้งด้านประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก่อนการตัดสินใจให้สัตยาบันเพื่อเข้าเป็นภาคีของยูเนสโกในการคุ้มครองมรดกใต้น้ำ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศมหาอำนาจ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่กัมพูชาเองก็ยังไม่ได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาดังกล่าว แต่ยูเนสโกกลับเร่งรัดประเทศไทยให้สัตยาบัน
ข้อดีของการให้สัตยาบันต่ออนุสัญญา จะช่วยคุ้มครองสมบัติของชาติ โดยเฉพาะสมบัติที่อยู่ใต้ทะเล ซึ่งแต่ละประเทศก็มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่จะปกป้องน่านน้ำของตน แต่ข้อเสียเปรียบก็คือบางประเทศที่อยู่ในภาคีอาจจะเรียกร้องศิลปวัตถุของตนกลับคืน และต่างประเทศสามารถอ้างสิทธิในการขอเข้ามาดำเนินการ สำรวจทรัพยากรทางโบราณคดีใต้น้ำของไทยได้อย่างเสรี โดยอ้างเหตุผลในการศึกษาองค์ความรู้ ซึ่งปัจจุบันมี 60 ประเทศที่ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาดังกล่าวแล้ว อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว และว่า สำหรับการศึกษาข้อมูลศาสนสถานองค์ประกอบของปราสาทพระวิหารที่อยู่ในเขตไทย ทั้งสระตราว สถูปคู่ แหล่งตัดหิน ภาพสลักนูนต่ำที่จะเสนอขึ้นมรดกโลกภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมนั้น ขณะนี้สำนักโบราณคดีได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อส่งไปให้นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทยได้ดำเนินการต่อไป.














