พัฒนาต้นแบบวิสาหกิจชุมชน
นายซุกรี หะยีสาแม รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หัวหน้าโครงการหมู่บ้านประมงรักษ์สุขภาพ กล่าวว่า ม.อ.ปัตตานีได้สร้างรูปแบบการพัฒนาต้นแบบด้านวิสาหกิจชุมชนที่แท้จริง เพราะต้องการสร้างอาชีพใหม่ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงานและความยากจนของประชาชนในพื้นที่ จึงได้เลือกหมู่บ้านปาตาบาระ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ในวงเงินลงทุนเริ่มแรก 30,000 บาท ในปี 2549 มีการรวมกลุ่มผลิตข้าวเกรียบสดจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น โดยช่วงแรกมีการผลิตเพียงวันละ 30-50 กิโลกรัม จนถึงปัจจุบันมีการสร้างอาคารขยายเป็นโรงงาน สามารถผลิตได้วันละ 800 กิโลกรัม มียอดการผลิตเฉลี่ยเดือนละ 450,000 บาท หรือ 5.4 ล้านบาทต่อปี ทำให้สร้างงานให้ประชาชนในพื้นที่ได้มากกว่า 20 คน และงานต่อเนื่องอีกจำนวนมาก มีตลาดหลักที่จัดส่งไปจำหน่ายคือ จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และขยายตลาดจำหน่ายไปยังจังหวัดทางพื้นที่ฝั่งอันดามันอีกด้วย
นายซุกรี หะยีสาแม รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หัวหน้าโครงการหมู่บ้านประมงรักษ์สุขภาพ กล่าวว่า ม.อ.ปัตตานีได้สร้างรูปแบบการพัฒนาต้นแบบด้านวิสาหกิจชุมชนที่แท้จริง เพราะต้องการสร้างอาชีพใหม่ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงานและความยากจนของประชาชนในพื้นที่ จึงได้เลือกหมู่บ้านปาตาบาระ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ในวงเงินลงทุนเริ่มแรก 30,000 บาท ในปี 2549 มีการรวมกลุ่มผลิตข้าวเกรียบสดจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น โดยช่วงแรกมีการผลิตเพียงวันละ 30-50 กิโลกรัม จนถึงปัจจุบันมีการสร้างอาคารขยายเป็นโรงงาน สามารถผลิตได้วันละ 800 กิโลกรัม มียอดการผลิตเฉลี่ยเดือนละ 450,000 บาท หรือ 5.4 ล้านบาทต่อปี ทำให้สร้างงานให้ประชาชนในพื้นที่ได้มากกว่า 20 คน และงานต่อเนื่องอีกจำนวนมาก มีตลาดหลักที่จัดส่งไปจำหน่ายคือ จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และขยายตลาดจำหน่ายไปยังจังหวัดทางพื้นที่ฝั่งอันดามันอีกด้วย
การสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนที่แท้จริงและใช้หลักศาสนาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต เป็นเครื่องมือสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาชุมชนที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง สร้างรายได้และชุมชนมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จ ปัจจุบันโรงงานต้นแบบหมู่บ้านปาตาบาระ ได้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานของชุมชนใกล้เคียงและจากภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ จนได้รับการคัดเลือกจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นโรงงานต้นแบบด้านการผลิตอาหารเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาลในระดับชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาโรงงานให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก มีมาตรฐานการผลิตที่ถูกต้องตามหลักสุขลักษณะการผลิตอาหาร และเป็นต้นแบบทั้งด้านการผลิตและการบริหารจัดการต่อไป นายซุกรีกล่าว
หน้า 23














