คอลัมน์ ข้าราษฎร
โดย สายสะพาย
เรื่องที่สอง อัยการสูงสุดยังคงส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจต่างๆ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดให้องค์กรอัยการเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร (มีผลสมบูรณ์ในวันที่ 24 สิงหาคม 2551 เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ครบ 1 ปี-ดูมาตรา 305(7))
รัฐธรรมนูญมาตรา 255 วรรคหกบัญญัติว่า
พนักงานอัยการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ทั้งต้องไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือกระทำกิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือที่ปรึกษากฎหมาย หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนบริษัท
เห็นได้ชัดว่า การห้ามอัยการเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐก็เพื่อป้องกันมิให้อัยการมีผลประโยชน์ทับซ้อนและเข้าไปมีผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจนั้น และยังเป็นผลที่อัยการเรียกร้องสถานะทางกฎหมายให้ทัดเทียมฝ่ายตุลาการคือ ต้องการความเป็นอิสระในการพิจารณาเงินเดือนและบุคลากร
อย่างไรก็ตาม ข้อห้ามดังกล่าวก็มีข้อยกเว้นไว้ว่า เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แต่น่าเสียใจที่ ก.อ.มิได้วางหลักเกณฑ์ในเรื่องข้อยกเว้นดังกล่าวไว้ เมื่ออัยการสูงสุดเสนอขอให้ส่งอัยการไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจโดยอ้างว่า ถ้าไม่ส่งอัยการไปจะเกิดความเสียหายแก่รัฐวิสาหกิจนั้นๆ ก็อนุมัติไปหมดทำราวกับว่าทั้งแผ่นดินมีนักกฎหมายที่เก่งกาจเพียงหยิบมือเดียว
ข้อสงสัยก็คือ อัยการระดับสูงและมีความสามารถที่เกษียณอายุไปแล้ว มีจำนวนมากก็สามารถเอาไปเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษากฎหมายได้ ทำไมต้องเจาะจงเอาเฉพาะที่มีตำแหน่งระดับสูงในสำนักอัยการสูงสุดเพียงไม่กี่คน
เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสำนักงานอัยการสูงสุดว่า อัยการระดับสูงจะเลือกเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจที่มีผลประโยชน์และผลตอบแทนสูง
ถ้าลองไปไล่เรียงรายชื่อดูก็จะรู้ว่าจริงหรือไม่
อีกจำพวกหนึ่ง คือนักการเมืองดึงอัยการที่เป็นพรรคพวกและยอมรับใช้เข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตนเอง และทำหน้าที่สมข้าวแดงแกงร้อน จ้องที่จะปลดผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ไม่ยอมสนองตอบผลประโยชน์ของเจ้านายตัวเอง
ไปดูได้ที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 อัยการคนหนึ่งร่วมมือกับนักกฎหมายใหญ่กำลังก่อกรรมไว้อย่างน่ารังเกียจ
ถึงเวลาแล้วที่บรรดาอัยการทั้งหลายต้องเลือกเอาระหว่างศักดิ์ศรีความเป็นอิสระหรือความเคยชินที่ได้รับผลประโยชน์ที่ได้จากตำแหน่งแห่งที่ทั้งหลาย
หน้า 22














