ยอดรัก สลักใจ
เป็นข่าวช็อกวงการเพลงลูกทุ่ง-แฟนเพลงลูกทุ่ง เมื่อ แอ๊ว-ยอดรัก สลักใจ นักร้องเพลงลูกทุ่งรุ่นใหญ่ เจ้าของเพลงดัง 30 ยังแจ๋ว รักแม่หม้าย และอีกมากมายนับแทบไม่ถ้วน ป่วยเป็นโรค มะเร็งตับ ซึ่งวันนี้ทีม วิถีชีวิต มีคำบอกเล่าจากปากผู้เป็นภรรยาและลูกชายของยอดรัก มาถ่ายทอด...
ไปที่ศิริราช หมอดูรายงานแล้วเขาก็เจาะตับส่งไปตรวจที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 7 วัน ผลออกมาว่าพี่แอ๊วเป็นมะเร็งในตับ ...เป็นส่วนหนึ่งจากคำบอกเล่าของ ลัดดา ไพรวัลย์ หรือ หนู ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของ ยอดรัก สลักใจ ในวันที่ทีม วิถีชีวิต ไปขอสัมภาษณ์
ลัดดาเรียบเรียงและเล่าย้อนช่วงเวลาก่อนสามีจะตรวจพบโรคร้ายให้ฟังว่า...ปกติแอ๊ว-ยอดรัก จะเป็นคนที่แข็งแรงมาก ไม่ค่อยป่วยเป็นอะไรกับใครเขา บุคลิกก็ติดจะขี้เล่น ร่าเริงและอารมณ์ดีตลอดเวลา จนปลายปีที่แล้วก็เริ่มไม่สบาย ซึ่งด้วยความที่เขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ จากอาการที่เขาเป็นอยู่ก็ลองนำมาเปรียบเทียบ และก็พอจะรู้ว่าน่าจะเป็นโรคตับ ก็ได้ไปซื้อยาโรคตับอักเสบมากินตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว
กินอยู่ 2-3 เดือนก็ไม่หาย จึงได้ บอกให้ไปหาหมอ แต่ยอดรักก็ไม่ยอมไป จน กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา เขาบ่น บอกว่าแน่นท้องมากเหมือนมีแก๊สจำนวนมากอยู่ใน กระเพาะ ร่างกายก็อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แถมกินข้าวก็ไม่ได้ ซึ่งปกติทุกครั้งที่มีอาการแน่นท้อง ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย เขาก็มักจะไปซื้อยามาทานเอง แล้วก็จะหาย แต่ครั้งนี้เป็นมากถึงขนาดลุกไม่ขึ้น ปวดท้องอย่างแรง ร่างกายก็ซูบผอมลง
พอดีมีงานโชว์ตัว ก็บอกพี่แอ๊วว่าถ้าไม่ไปหาหมอก็คงไม่มีแรงไปโชว์ตัว เขาจึงตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน พอไปถึงคุณหมอก็บอกให้นอนที่โรงพยาบาลแล้วจับเช็กท้องทั้งหมด ก็พบว่าเป็นเนื้องอกอยู่ในตับ 2 ก้อน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าพี่แอ๊วเป็นมะเร็ง แต่ทางโรงพยาบาลมีเครื่องมือไม่พร้อมก็เลยจะส่งตัวไปเจาะชิ้นเนื้อที่โรงพยาบาลในเครืออีกแห่ง แต่ทางเราไม่สะดวกในหลายอย่าง จึงขอเข้าโรงพยาบาลศิริราช พอไปที่ศิริราช หมอดูรายงาน แล้วเขาก็เจาะตับส่งไปตรวจที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 7 วัน ผลก็ออกมาว่าพี่แอ๊วเป็นมะเร็งในตับ
...ภรรยายอดรักบอก
ก่อนจะเล่าต่อไปว่า...พอหมอบอกว่าเป็นมะเร็งตับ ก็รู้สึกช็อกกันมาก คิดว่าฟังผิด ก็ถามย้ำว่าเป็นอะไรนะ หมอก็บอกซ้ำว่าเป็นมะเร็งในตับ รู้สึกชาไปเลย มืออ่อนขาอ่อนไปเลย ซึ่งปกติเขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเจ็บป่วย ไม่ค่อยมีโรคเหมือนคนทั่วไป จึงไม่ค่อยตรวจสุขภาพ ไม่ชอบไปโรงพยาบาล
สงสารพี่
แอ๊ว
มาก ถ้าเป็นไปได้อยากจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บป่วยมาอยู่ที่เราด้วย สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือคอยอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจ ตอนหาหมอจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และยอมรับว่าช่วงแรก ๆ จะเครียดมาก กังวลสารพัด ไม่อยากพูดอยากคุยอะไรกับใคร ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มทำใจได้ เพราะคิดว่าต้องเป็นผู้ให้กำลังใจพี่แอ๊วสู้กับโรคร้าย
ทุกวันนี้ก็จะคุยกันว่าไม่ต้องเครียด พยายามให้กำลังใจกัน ลูก ๆ ก็ให้กำลังใจพ่อ ซึ่ง 2-3 วันแรกที่รู้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกแย่หมด เครียด ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ และสังเกตกิริยาอาการของยอดรักก็รู้สึกว่าเขาแย่เช่นกัน แล้วก็เงียบ ๆ ไป ไม่ได้พูดอะไร ตอนหลังก็มีเพื่อนในวงการมาให้กำลังใจกันเยอะแยะ ต่างก็ซื้อหายาบำรุง-อาหารเสริมมาให้ พร้อมทั้งหาข้อมูลเรื่องการดูแลตัวเอง รวมถึงเรื่องอาหารการกิน ก็ทำให้ครอบครัวรู้สึกดีขึ้น และคิดว่าถ้าเราเครียดอยู่อย่างนี้เจ้าตัวเขาก็จะแย่ไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเขาเป็นหลักหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว
ตอนนี้ผู้นำครอบครัวต้องหยุดอยู่กับบ้าน เราก็ต้องดูแลเขาอย่างดีที่สุด
ภรรยาคู่ชีวิตของยอดรักจะคอยดูแลสามีอย่างใกล้ชิด อาหารการกินก็จะงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด เหลือแต่ปลากับผัก แล้วก็ซื้อเครื่องปั่นมาทำน้ำผัก-น้ำผลไม้ จะมีแต่อาหารย่อยง่าย ทุกเช้าเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ยอดรักก็จะกินน้ำผลไม้กับยาอาหารเสริมที่สกัดจากเห็ดชิตาเกะ เป็นเห็ดญี่ปุ่น จากการแนะนำของ เรืออากาศตรี นพ.จักรี ฝ้ายเทศ เพราะหมอยังไม่ได้ให้ยาอะไร แต่นัดตรวจใหญ่วันที่ 11 ก.พ. แล้วคงจะมีการพูดถึงรายละเอียดเรื่องขั้นตอนการรักษา จากนั้นอีกราวครึ่งชั่วโมงก็จะกินอาหารอ่อน ๆ หรือข้าว
พี่แอ๊วจะทานอาหารน้อยลง เพราะทานมากไม่ได้ มันจุก แน่น ช่วงบ่ายก็ทานน้ำผักผลไม้อีก ตอนนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลย เพราะจะอ่อนเพลียมาก พี่แอ๊ว อยากจะนอนพักอย่างเดียว เพราะไม่มีแรงจะไปไหน อย่างดีหลังจากทานอาหารก็จะอ่านหนังสือเรื่องโรคมะเร็ง ซึ่งความจริงก็ไม่อยากให้อ่าน กลัวว่าจะหดหู่ หมดกำลังใจ แต่พี่เขาบอกว่าเป็นการเตรียม การทำให้รู้ตัวว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เป็นถึงขั้นไหนแล้ว ควรรับมืออย่างไร บางวันถ้าพอจะมีแรงก็ไหว้พระสวดมนต์
ลัดดาเล่าต่อไปว่า...ในระหว่างนี้ที่บ้านจะมีโทรศัพท์จากทั่วประเทศโทรฯ มาให้กำลังใจ และก็มีคนโทรฯ แนะนำเรื่องยา บ้างก็เสนอขายอาหารเสริมซึ่งอ้างว่ามีส่วนช่วยทำให้มะเร็งหายได้ โดยยกตัวอย่างคนนั้นคนนี้ ซึ่งทุกคนก็จะบอกว่าเป็นยาดี วิเศษหมด วันหนึ่งกว่า 40-50 สาย จนไม่รู้ว่าจะเลือกตัวไหนดี บางคนถึงขนาดบุกมาเสนอขายยาวิเศษถึงบ้านเลย มีทั้งยาต้ม ยาแคปซูล ยาลูกกลอน อาหารเสริม และยาสมุนไพร ก็ฟัง ๆ ไว้
คิวงานของพี่
แอ๊ว
ตอนนี้ก็ได้คุณเสรี รุ่งสว่าง กับคุณสุนารี ราชสีมา ไปร้องแทน ถ้าใครว่างก็ไปแทน เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนมีน้ำใจช่วยพี่แอ๊วกันเต็มที่ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย.....ภรรยาของ ยอดรัก สลักใจ กล่าว
ทางด้าน เกรียงศักดิ์ ไพรวัลย์ หรือ เอส อายุ 32 ปี ลูกชายคนเดียวของนักร้องดัง เผยว่า... หมอที่ศิริราชแจ้งว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งที่ตับ มี 2 ก้อน อยู่ด้านใน ไม่สามารถผ่าตัดออกมาได้ เพราะว่าเป็นก้อนเนื้อที่เกิดภายใน แต่ยังไม่ได้บอกว่าเป็นระยะใดแน่ กับคุณพ่อเองคุณหมอก็ยังไม่ได้บอกอะไรโดยตรงมากนัก
แต่ท่านคงฟังแล้วเข้าใจ วินาทีนั้นท่านก็ตกใจ แต่พยายามทำตัวให้ปกติ คือพยายามสร้างกำลังใจขึ้นมา ...เกรียงศักดิ์กล่าว และว่า...ช่วงแรกที่ทราบข่าวเมื่อกลางเดือนที่แล้ว น้ำหนักของพ่อลดลงไปหลายกิโลฯ เสียงก็แห้ง มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อแตก อ่อนเพลียตลอดเวลา ซึ่งเมื่อก่อนถ้ามีเวลาว่างก็จะชอบมาเดินดูสวนที่ทำไว้เอง แต่เดี๋ยวนี้เอาแต่นอนตลอด
ตอนนี้ที่พ่อรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง พ่อก็ยังพูดติดตลกตามแบบของเขา เขาจะเป็นคนอารมณ์ดี ขนาดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาต้องไปร้องเพลงที่พระประแดง เขาก็ประกาศกลางเวทีว่าเป็นมะเร็ง และยังพูดต่ออีกว่าโชคดีที่เขาสามารถรู้วันตายของเขา แต่บางคนเดินอยู่ดี ๆ ก็โดนรถชนตาย พูดออกมา ในแบบติดตลก แต่ลึก ๆ เราก็รู้ว่าพ่อคิดอะไรอยู่ ตอนนี้ที่บ้านดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ส่วนคุณแม่เครียด แต่ก็ทำแบบไม่เครียด บางทีก็แอบร้องไห้ ทุกคนก็พยายามทำเหมือนปกติไป เพราะถ้ามัวแต่เศร้าไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมจะคิดมากกัน ทำให้คุณพ่อกังวลอีก
ลูกชายนักร้องลูกทุ่งดังบอกอีกว่า...สำหรับเรื่องที่คุณพ่อเป็นห่วงและกังวลตอนนี้ไม่ใช่เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเรื่องที่ท่านจะเครียดมาก คืออยากไปร้องเพลงให้กับแฟน ๆ ฟัง เพราะคิวงานของพ่อเต็มตลอด แต่เดือนที่ผ่านมาต้องงดหมดเลย ตอนนี้เรื่องงานถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ให้คุณพ่อรับงาน งานของคุณพ่อทางอาต้อม (เสรี รุ่งสว่าง) จะมาช่วยรับไปแทน แล้วเอาเงินที่ได้มาให้เราทั้งหมด นอกจากนี้ อาต้อมและเพื่อน ๆ พ่อหลายคนยังจะช่วยเรื่องซีดีเพลงชุด เพื่อน และ อะไร ๆ ก็กู ที่พ่อทำเอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว
ตอนนี้ตนเองก็คอยขับรถพาพ่อไปโรงพยาบาล ซึ่งก็ค่อนข้างยุ่งยาก กว่าจะซื้อยาแต่ละตัว กว่าจะอะไร ต้องเดินไปตึกนู้นตึกนี้ ติดต่อประสานไปห้องนู้นห้องนี้ ก็ลำบาก ที่ผ่านมาเหนื่อยก็เพราะไปโรงพยาบาลนี่แหละ
เราจะพยายามทำทุกอย่างเป็นปกติ เพราะใจจริงพ่อก็อยากให้ทำเป็นปกติ อย่าไปมองว่าท่านป่วย ให้คิดว่าไม่มีอะไร พ่อบอกว่า คนเราเกิดมาก็ต้องตาย แต่จะตายเร็วตายช้าเท่านั้น อย่าไปคิดอะไรมาก ถ้าอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ตาย แค่นั้น ตายก็วันสบายของพ่อ เป็นคำพูดที่เราได้ยินเสมอ
ปัจจุบันเพราะมีเพื่อนฝูงทุกคนมารวมกันบ่อย ๆ เกรียงศักดิ์บอกว่า...ก็รู้สึกว่าพ่อมีกำลังใจดีขึ้นมาก จากการที่มีเพื่อนฝูงมาให้กำลังใจเยอะมาก ดูท่าสดชื่นขึ้น
แต่กับเรื่องการรักษาพยาบาล เกรียงศักดิ์ยอมรับว่า...ตอนนี้ที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงิน เพราะว่ามีหนี้สินอยู่ 5 ล้านกว่าบาท โดยก่อนหน้านี้เคยเป็นหนี้อยู่ประมาณ 30 กว่าล้าน เพราะเคยเปิดบริษัท สลักใจ โปรโมชั่น แต่ทำแล้วขาดทุน ซึ่งหนี้สินดังกล่าวก็ทยอยใช้จนเกือบจะหมด มาตอนนี้ก็ห่วงกันด้วยว่าจะไม่มีเงินใช้หนี้
ล่าสุดครอบครัวของ
ยอดรัก สลักใจ
ได้ปรึกษากันแล้วว่าจะขายบ้านที่อยู่ปัจจุบันราคา 15 ล้าน ถ้าขายได้ก็จะนำเงินไปใช้หนี้ ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปซื้อที่ปลูกบ้านชั้นเดียวเล็ก ๆ อยู่กัน
การขายบ้านก็เป็นความคิดของพ่อด้วย เพราะว่าจะได้ไม่ต้องห่วงลูกหลาน ไม่เป็นภาระให้ลูก แต่ป่วยอย่างนี้ก็เรื่องยาว ค่ารักษามหาศาล ซึ่งบางทีเราอาจจะไปอยู่ที่ จ.พิจิตรกัน เพราะคุณพ่อชอบความเรียบง่าย ปลูกผัก เลี้ยงปลา ชอบธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้ ...ลูกชายยอดรักบอกทิ้งท้าย
ประวัติ 'ขุนพลเพลงลูกทุ่ง'
ยอดรัก สลักใจ
หรือ แอ๊ว ชื่อ-นามสกุลจริงคือ ส.ต.ต.นิพนธ์ ไพรวัลย์ ปัจจุบันอายุ 52 ปี เกิดเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2499 เป็นชาว ต.ริ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เป็นบุตรของนายบุญธรรม ไพรวัลย์ กับนางบ่าย ไพรวัลย์ เริ่มเข้าสู่วงการดนตรีตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ที่โรง เรียนวัดหาดแตงโม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยครูเห็นแววเส้นเสียงดีจึงได้ส่งประกวดร้องเพลงในงานต่าง ๆ ทำให้ได้รับรางวัลสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนตลอดมา
หลังจบ ป.4 เขาไม่ได้เรียนต่อ เพราะบิดาเสียชีวิต มารดาก็ยากจน และมีพี่น้องหลายคน แต่ด้วยใจรักการเรียนยอดรักเอาเงินที่หาได้จากการร้องเพลงตามบาร์รำวงคืนละ 5-10 บาท ซื้อหนังสืออ่านเอง เรียนด้วยตนเอง จนได้เข้าเรียนศึกษาผู้ใหญ่ที่โรงเรียนถาวรวิทยา อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และสอบเทียบจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ต่อมาได้เข้าโรงเรียนพลตำรวจบางเขน และ ภายหลังได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศศ.บ.) สาขาศิลปศาสตร์ สายดนตรีและศิลปการแสดง จากวิทยาลัยครูธนบุรี สหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์
ยอดรัก
เริ่มต้นชีวิตนักร้องอาชีพในวัย 12 ปี เป็นนักร้องรับจ้างตามบาร์รำวง ตะลอนไปตามจังหวัดต่าง ๆ กับคณะเกษน้อยวัฒนา จนกระทั่งวัยหนุ่ม เด็ดดวง ดอกรัก ได้ชักชวนให้ร้องเพลงลูกทุ่งเดินสายไปทั่วประเทศ จนสามารถตั้งวงดนตรีด้วยตัวเอง และเปลี่ยนชื่อเป็น ยอดรัก สลักใจ มีผลงานเพลงมากมาย
ผลงานเพลงของยอดรักได้รับรางวัลเกียรติยศจำนวนมาก อาทิ พ.ศ. 2520 ได้รับพระราชทานเสาอากาศทองคำ นักร้องยอดเยี่ยม ในเพลง ทหารเรือมาแล้ว, พ.ศ. 2522 รางวัลแผ่นเสียงทองคำ นักร้องยอดนิยมลูกทุ่งชาย จากสมาคมดนตรีแห่งประเทศ ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.ศ. 2523 รางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ เพลง กำนัน กำใน, พ.ศ. 2523-2524 ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองทีวีมหาชน โดยคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศ 2 ปีซ้อน และได้รับรางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น เนื่องในการจัดงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย กับเพลง จักรยานคนจน, พ.ศ.2533 ได้รับเกียรติให้ร้องเพลงชนะเลิศจากการประกวดวันแม่แห่งชาติ และมีโอกาสได้ร้องเพลงถวายในวโรกาสครบรอบ 90 พรรษา สมเด็จย่า ในเพลง สมเด็จย่า และได้รับรางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น งานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ภาค 2 ในเพลง ทหารใหม่ไปกอง เป็นต้น.
เชาวลี ชุมขำ - วิภาวี สมเพราะ
/
วิภาพร เปลี่ยนเจริญ
: รายงาน
จเร รัตนราตรี :
ภาพ














