คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา
Red Cliff หรือ สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ ของ จอห์น วู เป็นอีกครั้งที่สามก๊กถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์
ก่อนหน้าเรื่องนี้ก็มี Three Kingdoms : Resurrec tion of the Dragon (สามก๊ก : ขุนศึกเลือดมังกร) ซึ่งลงโรงฉายไปได้ไม่นาน
ด้วยความที่เป็นเรื่องยาวและมีเหตุการณ์สำคัญมากมาย การนำมาถ่ายทอดเป็นหนังจึงออกมาในรูปของการคัดเลือกนำเสนอเพียงบางส่วน โดยอาจจะเลือกนำเสนอตัวละครที่มีบทบาทเด่น หรืออาจจะเน้นไปที่เหตุการณ์
อย่าง Three kingdoms เน้นการนำเสนอตัวละครเด่น คือ จูล่ง ซึ่งเป็นทหารเอกผู้มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของเล่าปี่
ส่วนในกรณี Red Cliff เน้นไปที่เหตุการณ์ โจโฉ ยกกองทัพเรือมาโจมตี เล่าปี่ และซุนกวน กรณีนี้ หนังให้ความสำคัญกับตัวละครหลัก 3 คน คือ โจโฉ ขงเบ้ง และจิวยี่ และดูเหมือนว่าจะเน้นไปที่จิวยี่มากเป็นพิเศษ
หนังนำเสนอภาพจิวยี่ในลักษณะที่รอบด้านและหลากหลาย เช่น ให้เห็นภาพของแม่ทัพเรือผู้มีความสามารถทางการรบ ทั้งในฐานะของผู้กำหนดยุทธ ศาสตร์ ยุทธวิธี และผู้ลงมือสู้รบ ให้เห็นภาพของนักรบผู้มีความเป็นนักปกครอง เป็นนายทหารที่มีใจอ่อนโยน และเป็นนักดนตรี
อาจจะกล่าวได้ว่าหนังค่อนข้างเชิดชูจิวยี่อย่างชัด เจน และน่าจะเป็นตัวละครที่คนดูได้เห็นและรู้จักอย่างลึกซึ้งที่สุด
อีกด้านหนึ่ง ในแง่ของการคัดเลือกผู้แสดง การเลือก เหลียง เฉา เหว่ย มาสวมบทเป็น จิวยี่ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่จะเชิดชูตัวละครผู้นี้อย่างเด่นชัด
และเมื่อกล่าวถึงการเลือกผู้แสดง คงต้องกล่าวถึง ขงเบ้ง (จูกัดเหลียง) ซึ่งแสดงโดย ทาเคชิ คาเนชิโร่ ในเรื่องนี้ ขงเบ้งก็มีบทบาทสำคัญ เพียงแต่เป็นรองจิวยี่อยู่ โดยในส่วนของผู้แสดงเห็นว่าก็เหมาะสมดี อย่างน้อยก็ดูเป็นขงเบ้งแบบที่เห็นภาพจากการบรรยายในหนังสือ (ไม่เหมือนกับกรณี Three Kingdoms ที่อาจจะทำ ให้รู้สึกว่าขงเบ้งนั้นไม่คล้ายกับที่จินตนาการจากตัวหนังสือเลยแม้แต่น้อย)
เมื่อหนังเน้นเรื่องราวของจิวยี่ อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกว่ามีรายละเอียดมากเกินไปและอาจมีส่วนทำให้หนังยาวเกินไปด้วย
ผมคิดว่าการมองว่าหนังยาวนานเกินไปก็มีส่วนถูก เพราะเห็นว่าหลายฉากอาจจะไม่มีความจำเป็นนัก เช่น ฉากรัก รวมถึงฉากอื่นที่สะท้อนมิติทางด้านความรักของจิวยี่ ตรงส่วนนี้อาจจะตัดทอนออกไปบ้างได้
นอกจากนั้น เห็นได้ชัดว่าทางผู้กำกับฯ ยังเป็นห่วงว่าจะเสนอภาพของบรรดาทหารเอกของเล่าปี่ได้ไม่ครบ เลยนำเสนอเสียจนรู้สึกว่ามากเกินไป ตรงนี้ก็พอจะเข้าใจ ถ้าจะนำเสนอ ก็ต้องนำเสนอทั้ง กวนอู เตียวหุย และจูล่ง จะคัดเลือกหรือเน้นเฉพาะคนใดคนหนึ่ง อาจจะถูกมองว่าลำเอียง ก็เลยต้องออกมาเป็นชุดอย่างที่เห็น
การที่หนังมีความยาวถึงประมาณ 140 นาที ทำให้สามารถนำเสนอภาพและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครได้อย่างรอบด้าน และได้กลายเป็นจุดเด่นของหนัง คือแม้มีตัวละครจำนวนมากแต่ก็ยังสามารถทำให้เห็นภาพตัวละครที่มีลักษณะรอบด้านได้ และไม่เฉพาะแต่จิวยี่เท่านั้น แต่ก็ยังทำให้เห็นบางแง่มุมของ โจโฉ เล่าปี่ และขงเบ้ง ด้วย
จุดเด่นอีกอย่างก็คือ การนำเสนอภาพการสู้รบที่ดุเดือดและมีท่วงท่าลีลาสวยงาม เช่น ฉากรบบนหลังม้า หรือฉากพุ่งเข้าหากันแล้วอีกฝ่ายเอนกายหลบก่อนจะฟัน เป็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่ดูสวยงาม และสะท้อนถึงทักษะและงานฝีมือของทีมงาน
อีกจุดเด่น ได้แก่ การบรรยายยุทธวิธีการรบ ฉากสำคัญคือการแปรขบวนทหารเป็นรูปลายคล้ายกระดองเต่า และการที่ทหารนำโล่มาเป็นเกราะกำบังเป็นวงกลม เป็นภาพที่ทั้งเพลิดเพลินทางสายตา และมีผลทางอารมณ์
และที่จะมองข้ามไม่ได้เลยก็คือ การทำให้เห็นว่ากองทัพเรือของโจโฉ นั้นใหญ่โตขนาดไหน ภาพเรือเป็นร้อยเป็นพันที่ลอยอยู่ในน้ำนั้น ทำให้รู้สึกเลยว่า ภาพกองทัพเรือที่เคยเห็นใน Troy ที่เคยรู้สึกว่ายิ่งใหญ่นักหนานั้น เป็นเหมือนกองเรือเล็กๆ เท่านั้น
แม้หนังมีองค์ประกอบหลักอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งงานสร้าง งานด้านภาพ บท และการตัดต่อ แต่การจบทิ้งท้ายแบบที่เป็นนั้น มันไม่ค่อยจะเข้าท่านัก และที่สำคัญ ไม่ค่อยมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นหนัง ภาคแรก
การให้รู้ว่ามีภาคต่ออาจจะเป็นการทำให้คนดูประหลาดใจ แต่จะดีกว่าถ้าบอกตั้งแต่ชื่อหนังและในการโฆษณาว่าเป็น Red Cliff ภาคหนึ่ง
ผมจึงถือโอกาสนี้ประกาศเลยว่า Red Cliff เป็นหนังดี แต่ให้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่าเรื่องราวยังไม่จบ ต้องรอดูต่อในภาคสอง
ผู้กำกับฯ จอห์น วู
ผู้แสดง เหลียง เฉา เหว่ย, ทาเคชิ คาเนชิโร่, จาง เฟิ่ง อี้
หน้า 19














