
สหมงคลฟิล์มฯแจง จา พนม มีปัญหาด้านการบริหาร
ญาติที่บ้าน จ.สุรินทร์ เชื่อ จา พนม หลบไปฝึกสมาธิ ไม่ได้หายไปไหน คาดไม่สบายใจเรื่องงาน เผยปกติเป็นคนชอบนั่งสมาธิ กลับมาบ้านจะปักกลดนั่งสมาธิตามป่าเป็นประจำ ปัดพึ่งไสยศาสตร์ มั่นใจสบายใจเมื่อไหร่กลับมาทำงานได้ตามปกติ สหมงคลฟิล์มฯ แจง จา มีปัญหาด้านการบริหาร ยันไม่พึ่งไสยศาสตร์
จา พนม ยีรัมย์
หลังจากที่มีข่าวว่า จา พนม ยีรัมย์ หรือ โทนี่ จา นักแสดงชื่อดังจากสุดยอดภาพยนต์แอ็คชั่น เรื่อง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สร้างความโกลาหลให้กับทีมงาน องค์บาก 2 ที่ จา ได้ร่วมงานด้วย นอกจากนี้ ญาติๆ ที่บ้านเกิดของจา ก็ตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดย พี่เขย ของจา (ขอสงวนชื่อ-สกุล) กล่าวว่า พบกับ จา ล่าสุด เมื่อช่วงวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา โดยปกติในช่วงนี้หากไม่ติดงานอะไร จาจะเดินทางกลับมาบ้านที่จ.สุรินทร์เป็นประจำ โดยการกลับมาบ้านครั้งนั้น สีหน้าของจาก็เป็นปกติ ไม่เคยบ่นหรือเล่าเรื่องงานให้ฟัง
"ข่าวจาหายตัวไป สร้างความตกใจให้กับญาติๆ ที่บ้านพอสมควร แต่ไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากมาย เพราะปกติ จา จะเป็นคนชอบฝึกสมาธิ ชอบหาสถานที่ออกไปฝึกสมาธิเป็นประจำ ซึ่งญาติๆ เชื่อว่า จา คงมีเรื่องไม่สบายใจ จึงได้หลบออกไปฝึกสมาธิ ซึ่งหากสบายใจแล้ว จา ก็คงจะกลับมาทำงานปกติ" พี่เขย กล่าว
สำหรับความชอบในการหาที่สงบเพื่อฝึกสมาธิ ญาติสนิทจาบอกว่าเป็นเรื่องที่นักแสดงคนนี้ชอบทำมานานแล้ว หากกลับมาบ้านครั้งไหน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ก็จะนำกลดไปปักฝึกสมาธิตามที่นา ตามป่าเขาเป็นประจำ โดยจาบอกว่าหากฝึกสมาธิแล้วจะทำให้จิตว่าง มีความสบายใจ
"ที่มีข่าวว่าเขาไปพึ่งไสยศาสตร์นั้น เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเป็นการเข้าใจผิด และเชื่อว่าที่ตอนนี้ จา หายไป เขาคงไปหาที่สงบๆ ไปนั่งสมาธิมากกว่า พี่เขยของจา พนมกล่าวย้ำ
นอกจากนี้ พี่เขยจา ยังกล่าวอีกว่า ปกติ จา จะเป็นคนง่ายๆ อยู่บ้านก็ไม่ได้ถือตัวอะไร พูดคุยทักทายกับชาวบ้านตามปกติ และยังคงกินปลาร้าเหมือนเดิม ไม่ว่าก่อนเข้าวงการ หลังเข้าวงการ จนโด่งดังมีชื่อเสียง ก็ยังเป็นจา พนม เหมือนเดิม ส่วนเรื่องการทำธุรกิจนั้น ตนไม่ทราบว่าจา ทำธุรกิจอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้ก็ไม่เห็นว่าจา นำเงินไปทำธุรกิจอะไรมากมาย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จาไม่ได้หนีไปไหน เขาขอเวลาหน่อย เขาอยากมีสมาธิเพื่อเตรียมฉากใหญ่ ฉากสำคัญ เพราะจาเป็นคนค่อนข้าวละเอียด จาเป็นคนคิดพล็อตเรื่องและคิดท่าทางเอง เขาต้องดูแลการผลิตทุกอย่าง เลยต้องใช้เวลานิดหนึ่ง เสี่ยเจียงรับทราบแล้ว ก็ปล่อยให้จามีสมาธิและมีเวลามากขึ้น ไม่ได้บังคับจา หรือบีบคั้นอะไร พร้อมที่จะถ่ายก็มาถ่าย" แหล่งข่าว กล่าวและว่า จา ขึ้นมาเป็นผู้บริหารตั้งแต่อายุยังน้อย อาจจะยังไม่มีประสบการณ์การบริหารน้อย
"เรื่องของไสยศาสตร์ จาก็ศึกษา ไม่ได้เชื่อขนาดนั้น แต่นับถือโดยวิจารญาณของเขาเอง จาเชื่อในพระ เชื่อในความดีมากกว่า จาเป็นคนละเอียด ไม่ใช่คนจู้จี้ขนาดนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของจา ที่จะพิสูจน์ฝีมือให้คนเห็น เขาจึงภูมิใจในทุกฉาก ทุกซีน จึงสนใจและคอนเซ็นเทรดกับงาน ควบคุมด้วยตัวเองหมด แต่เขาอาจจะยังใหม่มากในการบริหาร ประสบการณ์ยังน้อย แต่ก็คุยกับคุณหนึ่ง คุยกับเสี่ยตลอด" แหล่งข่าวกล่าว














