คอลัมน์ รายงานพิเศษ
รัฐบาลชุดนี้ได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในระดับรากหญ้า ที่โฟกัสไปที่เกษตรกร เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจโลกไปได้ตลอดรอดฝั่ง
ในฐานะรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ว่าจะมีการไขลานนโยบายฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรอย่างไร
- วางเป้าสร้างเกษตรกรยุคใหม่
ห่วงเกษตรกรไทย ที่ขณะนี้มีจำนวนลดลงมาก และในจำนวนที่เหลืออยู่ยังเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้สูงอายุจำนวนมาก ทั้งที่อาชีพเกษตรกรถือเป็นอาชีพที่เกิดมาคู่กับสังคมไทย แต่ที่ผ่านมาอาชีพเกษตรกรลดลง ซึ่งเกิดจากความไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเผชิญหนี้สินจำนวนมาก
วันนี้จึงอยากเห็นเกษตรกรมีชีวิตใหม่ สามารถอยู่ได้ในสังคมอย่างภูมิใจ โดยอาศัยอาชีพเกษตรกรช่วยเหลือครอบครัว และดำรงชีพอย่างมีความสุข นี่คือเป้าหมายหลักของกระทรวงเกษตรฯ
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการต้นทุน สามารถสร้างจุดคุ้มทุน กระทั่งสามารถสร้างกำไรในอาชีพและครอบครัวได้ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าของความเป็นเกษตรกรไทย
แน่นอนที่สุด หากจะยกระดับเกษตรกร จำเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องเป็นพี่เลี้ยงในการสนับสนุนงบประมาณ เทคโนโลยี พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ที่จะทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดี ในต้นทุนที่ถูกลง
โดยการสร้างเกษตรกรยุคใหม่ จะเกิดพร้อมการรณรงค์ในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิต โดยการผลิตสินค้าเกษตรปลอดสารพิษที่สามารถให้ชาวโลกยอมรับในคุณภาพผลผลิตด้านการเกษตรไทย
- ผุดนิคมพัฒนาทั้งระบบ
นิคมการเกษตร เป็นโครงการต่อเนื่องรองรับเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อให้การแก้ปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตรทั้งระบบ เป็นโครงการที่ต้องร่วมมือกัน โดยกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนโครงการ กระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรด้านการเกษตรให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ โดยหลักสูตรมีอายุประมาณ 6 เดือน ก็สามารถปฏิบัติจริงได้
ส่วนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร (ส.ป.ก.) จะเตรียมพื้นที่ในความดูแล เพื่อกำหนดที่ตั้งนิคม โดยจะมีทุกภาค อีสาน เหนือ ใต้ แต่โครงการนี้จะไม่มีทางสำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือจากเอกชน ในฐานะผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ผลผลิตด้านการเกษตร
ตามแผนโครงการนี้ถือเป็นงานเร่งด่วน หากสามารถขับเคลื่อนหรือทำได้สำเร็จ นอกจากจะเพิ่มปริมาณผลผลิตด้านการเกษตรที่มีคุณภาพ เกษตรกรยังไม่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของราคาและตลาดในการขาย เพราะมีเอกชนรองรับอยู่แล้ว
- เล็งจีบญวนนำร่องคู่ค้าข้าว
ยอมรับว่าไทยใช้วิกฤตของคู่แข่งเป็นโอกาส จากภัยธรรมชาติที่คู่แข่ง อาทิ เวียดนาม ได้รับ ส่งผลให้สินค้าเกษตรไทยราคาเพิ่มขึ้น และส่งออกได้มากขึ้น แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เป็นสิ่งที่น่าคิด เพราะสินค้าด้านการเกษตรยังคงถูกกำหนดโดยผู้ซื้อ
จึงมีแนวคิดว่าจะเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างจุดแข็งเพื่อต่อรองกับผู้ซื้อร่วมกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับราคาสินค้าเกษตรกร เช่น กรณีโอเปก หรือกลุ่มยางพารา ที่มีการจับมือร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศผู้ส่งออก คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
เบื้องต้นได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้ดูแลการขาย จึงมองว่า ข้าว น่าจะเป็นสินค้านำร่อง เพราะเป็นผลผลิตที่ไทยส่งออกอันดับ 1 และเวียดนามส่งออกอันดับ 2 โลก หากร่วมมือกันแบบทวิภาคีจนประสบความสำเร็จ เกษตรกรก็จะไม่จน และปัญหาการทำนาแล้วขาดทุนจะไม่เกิดขึ้น ที่สุดแล้วบังกลาเทศ อินเดีย หรือประเทศอื่นๆ ก็ต้องร่วมด้วยแน่นอน
ดังนั้น จึงเตรียมเชิญทูตเวียดนามมาหารือเพื่อเสนอแนวความคิดดังกล่าว
หากร่วมมือกันก็รวยทั้งคู่ แต่หากไม่คุยกัน ก็เจ็บทั้งคู่ หากสามารถตกลงกันได้ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ในปีนี้แน่
- ปัดฝุ่นกองทุนประกันความเสี่ยง
นอกจากนี้ จะปัดฝุ่นการประกันความเสี่ยงด้านการเกษตร เพื่อให้ได้เห็นกันในรัฐบาลนี้ โดยจะทำในรูปกองทุนประกันความเสี่ยง ที่เคยมีมติครม.เมื่อปี43 เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วม
โดยจะเริ่มต้นในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงซ้ำซาก เช่น พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก ซึ่งการจัดการในรูปแบบกองทุนโดยไม่ต้องส่งผ่านไปยังภาคการประกันภัย กระทรวงเกษตรฯ จึงไม่ใช่ต้นเรื่อง เพราะต้นเรื่องคือ กระทรวงการคลัง ผู้ที่ต้องให้ทุนประเดิมในการจัดตั้งกองทุน
ดังนั้น ปี52 เตรียมตั้งของบประมาณไว้ 1.08 แสนล้านบาท เพื่อรองรับภารกิจที่วางไว้ จากปีก่อนกระทรวงเกษตรฯ ได้งบประมาณ 6.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 70%
ภารกิจที่ถูกกำหนดไว้รัฐธรรมนูญ และภารกิจของรัฐบาลที่จะทำใน 1 ปี และ 4 ปี เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตของกลุ่มเกษตรกรจำนวนมาก เช่น เรื่องแหล่งน้ำ การจัดสรรที่ดินทำกิน การฟื้นฟูความเชื่อมั่น การเข้าโครงการพักชำระหนี้ จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากขึ้น
- จัดสมดุลพืชพลังงาน-อาหาร
สำหรับราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น พืชพลังงานทดแทนเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ กระทรวงเกษตรฯ ต้องร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพื่อกำหนดผลผลิตให้สมดุลกับความต้องการ และจะต้องหารือกับผู้ผลิตอาหาร เพื่อกำหนดปริมาณในการนำผลผลิตด้านการเกษตรไปแปรรูปเป็นอาหาร
และเพื่อให้การกำหนดพื้นที่ในการปลูกพืชพลังงานและพืชอาหารชัดเจน ล่าสุดได้หารือร่วม 3 กระทรวงแล้ว คือ พาณิชย์ เกษตร และคมนาคม เพื่อบริหารจัดการผลผลิตและความต้องการ ตลอดจนจัดการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ
แม้ในระดับปลัดกระทรวงพลังงาน และกระทรวงเกษตรฯ ตกลงจะบูรณาการพืชพลังงานร่วมกันแล้ว แต่คงต้องคุยกันอีกรอบเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างผลผลิตและความต้องการ เพราะขณะนี้กระทรวงพลังงานไม่สามารถกำหนดปริมาณความต้องการเอทานอลได้ หากภาคการเกษตรผลิตได้ต้องหาตลาดขายเอง ส่วนไบโอดีเซลไม่มีปัญหา
- มึนแม้วไม่ตั้งกระทรวงน้ำ
ยอมรับว่าปัญหาเกษตรกรหมักหมมมานาน ไม่มีใครมาแก้ไขอย่างจริงจัง เมื่อรัฐบาลก่อนแก้ปัญหาไม่ได้ก็ฝากความหวังรัฐบาลใหม่ พอรัฐบาลใหม่เข้ามาก็ต้องตั้งหน้าตั้งตารับม็อบ ก็หมดเวลาทำงานแล้ว จึงเป็นการทำงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมา เป็นปัญหาที่ซ้ำซาก ไม่เคยได้รับการแก้ไขแบบยั่งยืน
แปลกใจว่าทำไมรัฐบาลทักษิณไม่คิดทำกระทรวงน้ำ โดยการนำหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำมาร่วมกัน แบ่งภารกิจออกไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้น้ำ อาทิ น้ำบริโภค อุตสาหกรรม การเกษตร เพื่อรักษาระบบนิเวศ เมื่อเกิดปัญหาจะแก้ไขผ่านรัฐมนตรีกระทรวงน้ำคนเดียว
ปัจจุบันการแก้ปัญหาน้ำทำได้ไม่ดีนัก เพราะตราบใดที่คนคิดไม่เหมือนกัน การทำงานก็ไม่สามารถดำนินการไปได้ เพราะเรื่องน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ เพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย
- เร่งคลอดสภาเกษตรกรใน1ปี
ส่วนงานเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ คือ การจัดตั้งสภาเกษตรกรให้เสร็จภายใน 1 ปี เพื่อจะเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่ง และแกนนำในการขจัดปัญหาและอุปสรรคของเกษตรกรทั่วประเทศ เป็นปากเสียงให้กลุ่มเกษตรกร แต่ละสาขา ผลักดันความต้องการของเกษตรกรเข้าสู่การดำนินการแก้ไขจากภาครัฐอย่างมีพลัง
เป็นองค์กรที่สามารถกำหนดอนาคตเกษตรกร ต่อสู้แทนเกษตรกร มีกฎหมายรองรับทำให้เกษตรกรมีโอกาส ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เกษตรกรเป็นกลุ่มคนน่าสงสารที่สุด ไม่เคยได้เป็นผู้กำหนด แต่เป็นผู้ถูกกำหนดมาตลอด
หากสภาเกษตรกรดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ แนวโน้มและทิศทางภาคการเกษตรของไทยจะชัดเจนขึ้น ไม่ต้องรอการเมืองเข้ามาขับเคลื่อน
รัฐบาลเพียงกำหนดแนวทาง สนับสนุน และช่วยแก้ปัญหาบางอย่างเท่านั้น
หน้า 8














