
300 คนงาน ช.การช่าง หนีตาย เขมรส่ง 2 กองพันชิดชายแดน
กัมพูชาร้อนระอุ คนงาน ช.การช่าง 300 คนหนีตายกลับประเทศผ่านด่านช่องสะงำ ขณะที่เขมรเสริมเขี้ยวเล็บตะเข็บชายแดนร่วม 2,000 นายห่างไทย 2 กิโลเมตร การค้าชะงัก
บรรยากาศตึงเครียด
สถานการณ์ความร้อนแรงด้านเขาพระวิหาร ทำให้ช่วง 02.00-04.00 น.วันที่ 18 ก.ค.51 ทางกัมพูชาได้ส่งกำลังทหารตรึงแนวชายแดนกัมพูชา - ไทย ที่เชิงพนม อ.อัลลองเวง จ. อุดรมีชัย ห่างชายแดนไทยประมาณ 2 กิโลเมตร โดยใช้ทั้งรถบรรทุก รถยีเอ็มซี ขนทหารวางตามยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ ทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ ต่างรีบเดินทางกลับบ้านเกิด ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีคนงานไทยบริษัท ช.การช่าง จำนวนประมาณ 250 -300 คน ที่ไปก่อสร้างเส้นทางหมายเลข 67 อัลลองเวง-เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา แห่กันขนสัมภาระ ระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร ได้นำสิ่งของติดตัวกลับเข้าประเทศไทย โดยทิ้งอุปกรณ์เครื่องจักรกลหนัก - เบา ที่นำลงไปก่อสร้างมูลค่านับ 100 ล้านบาทไว้ เพื่อรอสถานการณคลี่คลายจึงจะกลับไปใหม่
ร.ต.อ.หญิงสุภาพ ศรีสุข หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า คนงานทั้งหมด ได้นั่งรถยนต์กระบะคันละ 5-6 คน ทยอยกันเดินทางกลับ โดยแจ้งว่ากลัวความรุนแรงด้านเขาพระวิหาร และการเมืองในประเทศกัมพูชาเอง เพราะอาจไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกคนไทยอย่างเต็มที่ คาดว่าขณะนี้คนงานได้เดินทางกลับมาทั้งหมดแล้ว
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม รองประธานหอการค้าฝ่ายต่างประเทศ นักธุรกิจที่มีการค้าในประเทศกัมพูชาหลายอย่าง กล่าวว่า ขณะนี้ทางกัมพูชา ได้เคลื่อนกำลังพลประชิดชายแดนไทยจริง โดยมีการเคลื่อนกำลังจากกองพลใหญ่ที่ 2 เสียมเรียบ นำโดย พล.ท.อุย สะเพียบ เคลื่อนกำลังโดยรถยีเอ็มซี. รถบรรทุกใช้เวลาช่วงดึก นำกำลังวางประมาณ 2,000 นาย ตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ ตั้งแต่เสียมเรียบ -อ.อัลลองเวง เขาพระวิหาร และช่องสะงำ ห่างชายแดนไทยประมาณ 2 กิโลเมตร อ้างเพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชน พ่อค้า และนักท่องเที่ยว
ขณะนี้คนงานชาวไทย ที่ลงไปสร้างเส้นทางอัลลองเวง - เสียมราฐ จำนวน 200 -300 คน ได้เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว ข้ามแดนกลับประเทศกันหมด เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน แม้ชาวเขมรเองที่มาทำงานฝั่งไทย ก็เดินทางกลับประเทศเช่นกัน ส่งผลให้การค้าช่วง 2 -3 วันซบเซาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้การค้าด้านด่านช่องสะงำคึกคักมากประชาชนเขมรเองแห่มาซื้อสินค้าไทยอย่างมาก โดยเฉพาะวันอังคาร วันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์ที่มีตลาดนัด แต่เวลานี้กลับเงียบเหงา
นายหัตถชัย กล่าวว่า สำหรับคนที่ไปท่องเที่ยว ไม่ควรพูดถึงเรื่องข้อพิพาทระหว่าง 2 ชาติ ควรเที่ยวอย่างมีมิตรภาพต่อกัน มิเช่นนั้น จะเกิดการต่อว่าซึ่งกันและกัน จะเป็นการจุดเชื้อเพิ่ม แนวโน้มความรุนแรงส่วนตัวเชื่อว่าไม่เกิดแน่ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าเป็นเกมการเมืองเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณตลาดการค้าฝั่งไทยเงียบเหงา ไม่มีผู้คนจาก 2 ประเทศพลุกพล่านซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าแต่อย่างใด ส่วนที่ตัว อ.อัลลองเวง ประชาชนชาวเขมรประกอบการค้าขายเป็นไปอย่างปกติ รถยนต์ จักรยานยนต์รับจ้าง สอบถามผู้คนบอกเรื่องเขาพระวิหารเป็นเรื่องของรัฐบาล ส่วนประชาชนทำมาค้าขายตามปกติไม่กังวลอะไร ทหารเคลื่อนย้ายก็เป็นปกติทั่วไปชินเสียแล้ว
สำหรับการก่อสร้างเส้นทางสายช่องสะงำ - อัลลองเวง -เสียมเรียบ ระยะทาง 167 ก.ม.(อยู่ในพื้นที่ประเทศไทย 16 ก.ม.ในกัมพูชา 151 ก.ม.) คณะรัฐมนตรีของไทย ได้มีมติวันที่ 10 มิ.ย.2547 ได้อนุมัติงบประมาณแบบให้เปล่ากับกัมพูชา จำนวนเงินรวม 229 ล้านบาท โดยทั้งโครงการจะแล้วเสร็จต้นปี 2552 โดย บริษัท ช.การช่าง เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง โดยเส้นทางนี้เป็นโครงการเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างไทย-กัมพูชา ด้านอีสานใต้ และเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเข้าถึงปราสาทนครวัด- นครทมที่สั้นที่สุด และเชื่อมเส้นทางเลียบชายแดนกัมพูชาที่ตัดตรงเข้าด้านหลังเข้าพระวิหาร














