
แม่ทัพภาค2เสริมทหารเข้าพื้นที่ หลังมีข่าวเขมรเพิ่มจำนวนรถถัง
แม่ทัพภาค 2 ยันเสริมกำลังทหารเข้าพื้นที่เขาพระวิหารอีก หลังมีข่าวฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังรถถังเพิ่ม สั่งผู้บังคับบัญชาในพื้นที่หารือกับฝ่ายกัมพูชาตลอดเพื่อป้องกันการปะทะ ระบุ พร้อมรับมือม็อบพันธมิตรปะทะชาวบ้านวันเสาร์นี้
(23ก.ค.) ที่กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาค 2 เปิดเผยภายหลังรับมอบเครื่องอุปโภคบริ โภคจากสโมสรไลอ้อนโคราชไปช่วยทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร ว่า ขณะนี้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนเขาพระวิหารมีขวัญและกำลังใจที่เข้มแข็งมีความอดทนขอให้ประชาชนชาวไทยไม่ต้องเป็นห่วงส่วนกรณีที่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีมวลชนเดินทางไปชุมนุมและอาจเกิดการปะทะกันอีกครั้งนั้น ทางกองทัพภาค 2 ได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาในการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันซ้ำอีก
"ในขณะนี้ขวัญกำลังใจของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา ด้านประสาทพระวิหาร มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จึงขอให้พี่ น้อง ประชาชนชาวไทยมั่นใจว่ากำลังพลทุกนาย สามารถปฏิบัติงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายอย่างเต็มที่ เหตุการณ์ที่จะเกิดการปะทะกันของประชาชน ในพื้นที่ ที่รวมกลุ่มกันแสดงออกถึงความรักชาติหวงแผ่นดินต่อต้าน และทวงคืนปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ดินแดนไทย กับกลุ่มพันธมิตร ฯ ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานงานกับ ผวจ. และ จนท.ตำรวจในการดูแลความสงบ เรียบร้อย มาตลอด ทุกฝ่ายมีความหวังดีต่อชาติ บ้านเมือง และแสดงออกถึงความรักชาติทุกคน เราไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น"พล.ท.สุจิตร กล่าว
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังรถถังเข้ามาในพื้นที่เขาพระวิหารนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ในการปฏิบัติงานก็จะมีข่าวว่าทางฝ่ายกัมพูชามีการเพิ่มเติมกำลังซึ่งในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 ก็จะต้องดำเนินการในภาระหน้าที่ของทหารที่จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยได้ดำเนินการเพื่อประกันความสำเร็จในหน้าที่ของทหารทั้งนี้ในส่วนของกำลังพลในพื้นที่ได้มีการปฏิบัติงานร่วมกับทางฝ่ายทหารของกัมพูชา จึงทำให้มีความสนิทสนมและรู้จักมักคุ้นกันดีซึ่งในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยตกลงกันได้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น
"ในเรื่องหลักฐานต่างๆ ที่กัมพูชาตกลงสัญญากับรัฐบาลไทยมีประการใดนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการ แต่ทหารของประชาชนในประเทศไทยมีหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดิน ส่วนทางกัมพูชาก็ปกป้องแผ่นดินของเขา เนื่องจากใช้แผนที่ต่างฉบับกัน อาจจะมีข่าวลือในช่วงระหว่างการปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษว่าทางฝ่ายกัมพูชาได้ส่งรถถังหุ้มเกราะ จำนวน 3 คัน มาตรึงกำลังตามเขตชายแดน แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด"พล.ท.สุจิตร กล่าว
ส่วนการส่งกำลังเสริมก็ดำเนินการประกันความสำเร็จในหน้าที่ของทหารไทย ทหารของทั้งสองฝ่ายนั้นมีความสัมพันธ์กันเก่าในระดับหนึ่งมีการลาดตระเวนร่วมกันมีความคุ้นเคยกัน มีความเป็นพี่น้องระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน สามารถพูดจากันได้ อาศัยความอดทนอดกลั้นพยายามอาศัยอยู่กันด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดปัญหาที่จะลุกลามใหญ่โตขึ้น
ทั้งนี้การที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า การที่ฝ่ายกัมพูชานำกรณีเขาพระวิหารไปฟ้องต่อสหประชาชาติทำให้ความขัดแย้งยุติลงยากนั้น ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขปัญหาและไปทำความเข้าใจกับต่างชาติส่วนเรื่องการซ้อมหลบภัยของประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นก็เป็นการเตรียมการณ์กรณีที่อาจเกิดมีการปะทะกันเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการเตรียมพร้อม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางรัฐบาลควรจะแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศโดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาเขาพระวิหารหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้อมยิ้มและหัวเราะ โดยบอกว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดำเนินการ














