
พธม.ทิ้งไพ่ส่ง จำลอง ให้จับ! แลกล้ม รบ.- สมชายไม่นิรโทษ
จับ มหาจำลอง คาหน่วยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยันไม่ยื่นประกันตัว พันธมิตรระดมทั่วประเทศเข้ากรุง ผบช.น.โต้ไม่มีใบสั่งจากใคร ศาลนัดฟังคำสั่งข้อหากบฏชอบด้วย ก.ม.หรือไม่จันทร์นี้ นายกฯ ปัดรัฐสั่งการ-เมินนิรโทษกรรม 9 กบฏ รัฐประเมินม็อบปลุกไม่ขึ้น กลุ่มเนวิน เชื่อตั้งใจให้จับหวังเรียกมวลชน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ 1 ใน 9 แกนนำพันธมิตรที่ถูกออกหมายจับในข้อหากบฏ หลังเป็นแกนนำบุกยึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มายังหน่วยเลือกตั้งที่ 12 โรงเรียนเศรษฐเสถียร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ก่อนหน้านี้ พล.ต.จำลองให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่สามารถออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้ เพราะอาจโดนจับกุมตามหมายจับข้อหากบฏ แต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนในที่สุด
ทันทีที่มาถึง พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สาระ ภูมิประดิษฐ์ ผกก.สน.สามเสน และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้เข้าเจรจาเพื่อขอจับกุมตัวตามหมายจับ แต่ พล.ต.จำลองขอใช้สิทธิก่อน เพราะครั้งนี้มาทำหน้าที่ เนื่องจากเคยเป็นผู้ว่าฯ กทม. และเคยได้รับรางวัลแมกไซไซ โดยจะไม่ขอประกันตัว ภายหลังจากใช้สิทธิลงคะแนนแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว พล.ต.จำลองไปสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี ที่เดียวกับที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ถูกจับกุมไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากควบคุมตัว พล.ต.จำลองแล้ว มีการเรียกระดมกำลังตำรวจ ตชด.กว่า 100 นาย ในชุดปราบจลาจลเข้าคุมพื้นที่ พร้อมทั้งนำลวดหนามขึงบริเวณด้านหน้ากองบังคับการ เพื่อป้องกันหากมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น โดยหลังเกิดเหตุมีกลุ่มพันธมิตรกว่า 100 คน เดินทางมาชุมนุมหน้า บก.ตชด.ภาค 1 ซึ่งพบว่ามีการปะทะคารมตำรวจเป็นระยะๆ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.อ.หญิง ศิริลักษณ์ ศรีเมือง ภรรยา พล.ต.จำลองมาขอเข้าเยี่ยม พร้อมทั้งนำอาหารมาให้รับประทาน โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ ภายหลังเข้าเยี่ยมนาน 1 ชั่วโมง พ.อ.หญิง ศิริลักษณ์ กล่าวสั้นๆ ว่า "ท่านสบายดี" จากนั้นจึงเดินทางกลับ
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ
ถูกตำรวจเข้าจับกุม หลังลงหย่อนบัตรเลือกผู้ว่าฯ กทม.ที่โรงเรียนเศรษฐเสถียร (5ต.ค.)
ศาลนัดฟังคำสั่งคดีกบฏจันทร์นี้
เวลา 13.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความฝ่ายพันธมิตร ซึ่งเข้าไปดูแลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางออกมาจาก บก.ตชด.ภาค 1 พร้อมทั้งกล่าวว่า เข้ามาดูแลการสอบสวน โดยมี พ.ต.ท.ภูเบศน์ เส้นขาว พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เจ้าของพื้นที่ตามหมายจับเป็นผู้สอบสวน ซึ่ง พล.ต.จำลองปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ขอประกันตัว วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคมนี้ เวลา 08.30 น. ตำรวจจะส่งตัว พล.ต.จำลองไปศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อฝากขังต่อไป
ส่วนนายไชยวัฒน์ แกนนำพันธมิตรที่ถูกออกหมายจับในข้อหากบฏและถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม จะเดินทางออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปฟังคำสั่งศาลว่า หมายจับในข้อหากบฏของ 9 แกนนำชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 14.00 น.
สนธิ ซัด จงรัก อยู่เบื้องหลังการจับกุม
ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตร กล่าวว่า เมื่อเวลา 06.00 น.ก่อนที่ พล.ต.จำลองจะถูกตำรวจจับกุม โทรศัพท์มาแจ้งว่าให้อยู่เป็นเสาหลักในการชุมนุม พร้อมกับนายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งตอบกลับไปว่ามีความคิดเดียวกัน เพราะไม่มีการต่อสู้ไหนที่ไม่มีผู้เสียสละแล้วจะชนะ เพราะฉะนั้นผู้ชุมนุมทุกคนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น ขอให้เพียรต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
ขณะเดียวกัน นายสนธิยังระบุว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกหมายจับครั้งนี้คือ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. โดยขอให้ทุกคนจำชื่อและตระกูลของตำรวจคนนี้เอาไว้
นายสนธิกล่าวอีกว่า เบื้องต้นพันธมิตรยังไม่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ดาวกระจายเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด หากต้องการช่วย พล.ต.จำลองและนายไชยวัฒน์ ขอให้พันธมิตรทุกพื้นที่สวมเสื้อเหลืองและมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลให้มากที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นการเสียสละของบุคคลทั้งสองจะสูญเปล่า
จำลอง ฝากจ.ม.ระบุต้องใช้หนี้แผ่นดิน
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น.บนเวทีพันธมิตร น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ขึ้นเวทีประกาศว่า พล.ต.จำลองฝากจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง ระบุว่าให้เปิดอ่านในเวลา 09.00 น.เท่านั้น โดยมีข้อความว่า ทุกคนต่างมาใช้หนี้แผ่นดิน และมาทำบุญเพื่อประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกๆ คนที่เกิดมาแล้ว ก่อนตายต้องชดใช้หนี้แผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น ให้ทุกคนคิดว่าต้องทำหน้าที่รับใช้ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ขอย้ำกับคนไทยทุกคนว่า เราต่างเกิดมาพร้อมหน้าที่ ไม่ว่าสูงต่ำดำขาว เรามีหน้าที่ใช้หนี้แผ่นดิน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมหลายคนต่างหลั่งน้ำตา หลัง น.ส.อัญชลีอ่านจดหมายของ พล.ต.จำลองเสร็จ ขณะที่ น.ส.อัญชลีกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า พล.ต.จำลองถูกจับกุมเพื่อไปทำหน้าที่ใช้หนี้แผ่นดิน เป็นการแสดงให้เห็น ไม่ใช่เอาแต่พูดเพียงอย่างเดียว ดังนั้นทุกคนต้องออกมาแสดงพลังที่ทำเนียบรัฐบาลกันให้มากๆ
ต่อสายแกนนำพธม.ล้มโต๊ะเจรจา
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร กล่าวว่า การที่ตำรวจแถลงข่าว โดยระบุว่า พล.ต.จำลองต้องการให้เจ้าหน้าที่จับกุมนั้น ถือเป็นการตีกิน ยืนยันว่า พล.ต.จำลองต้องการเดินทางไปใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะอดีตผู้ว่าฯ กทม. เคยได้รับรางวัลแมกไซไซ และตลอดชีวิตของ พล.ต.จำลองไม่เคยไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และขอยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การหาทางลงของกลุ่มพันธมิตร
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มพันธมิตรยังเชื่อมั่นต่อการเจรจากับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือไม่ นายสุริยะใสกล่าวว่า หลังจากที่ พล.ต.จำลองถูกจับกุม ได้โทรศัพท์มาบอกกับแกนนำว่า ไม่ต้องเจรจากับรัฐบาลและไม่ให้ออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ พล.อ.ชวลิตก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย เราจึงตั้งคำถามว่าที่ผ่านมา พล.อ.ชวลิตมีอำนาจในการตัดสินใจเจรจาหรือไม่ ตอนนี้แกนนำหลายฝ่ายเรียกร้องให้คว่ำโต๊ะเจรจาโดยสิ้นเชิง รวมทั้งเคลื่อนไหวด้วยยุทธวิธีดาวกระจาย เพื่อกดดันรัฐบาล
ปัดสร้างสถานการณ์-ลั่นพร้อมตอบโต้
นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรแถลงว่า พล.ต.จำลองต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าอาจจะนำไปสู่การถูกจับ แต่เนื่องจาก พล.ต.จำลองเคยเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนเดียวที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ ดังนั้นมโนธรรมและจิตสำนึกของ พล.ต.จำลอง จึงต่อสู้กันระหว่างความกลัวและการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ในที่สุด พล.ต.จำลองก็ตัดสินใจว่าต้องใช้ความกล้าหาญทางจริยธรรม และรักษาสิทธิในการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการหาทางออกของพันธมิตรที่สร้างสถานการณ์ให้เหมือนปี 2535 หรือไม่ นายพิภพยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อเรียกระดมพลพันธมิตรแต่อย่างใด
เวทีพันธมิตรคึกคัก-ขู่ตอบโต้รัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังเหตุการณ์จับกุม พล.ต.จำลอง คึกคักขึ้นมาถนัดตา ต่างจากการชุมนุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ มายังทำเนียบรัฐบาลจนแน่นขนัดล้นหลามเต็มถนนพิษณุโลก และเวทีสะพานมัฆวานฯ
นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำพันธมิตร รุ่น 2 ระบุว่า เมื่อรัฐบาลกระทำอย่างนี้จะต้องตอบโต้ และไม่ว่าแกนนำจะถูกจับกี่คน แต่ประชาชนพร้อมสู้เสมอ แกนนำจะชุมนุมและจะประกาศต่อผู้ชุมนุมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ดังนั้น ขอให้ทุกคนทุกสาขาอาชีพออกมา ทหารไม่ต้องเอาปืน หรือรถถังออกมา แค่เพียงถอดเครื่องแบบมาอยู่ข้างประชาชนก็พอแล้ว
พธม.อีสานประกาศเป่านกหวีดเข้ากรุง
ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ประธานสภาเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด และแกนนำพันธมิตรภาคอีสาน กล่าวว่า การจับกุมตัวแกนนำพันธมิตรทั้ง 2 คนถือว่านายกรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตามคำพูด ที่บอกว่าจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นฉันพี่น้อง มองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งยังสะท้อนให้เห็นอีกว่า เบื้องหลังของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้น มีอำนาจบางอย่างที่เหนือกว่านายกรัฐมนตรี คอยบงการอยู่เบื้องหลัง ในส่วนสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด และเครือข่ายพันธมิตรอีสาน ได้ร่วมหารือกันแล้วและมีมติกำหนดแผนการเคลื่อนไหวไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะเคลื่อนขบวนเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปร่วมชุมนุมทั้งทางรถยนต์ รถบัส รถไฟ รวมทั้งรถส่วนตัว
พธม.17จว.เหนือแค้นรัฐหักหลัง
นายสมโชค จันทร์ทอง เลขาธิการแกนนำพันธมิตรภาคเหนือ กล่าวว่า การจับกุม พล.ต.จำลองและนายไชยวัฒน์ ในระหว่างที่ศาลอุทธรณ์รับคำร้องไต่สวนเพิกถอนข้อหากบฏไว้แล้วนั้น ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งกัน ส่งผลให้พันธมิตรภาคเหนือโกรธแค้นมาก เพราะถือว่ารัฐบาลบิดพลิ้วและหักหลัง
ดังนั้น ในส่วนของแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และพันธมิตร 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงต้องเดินทางมุ่งหน้าไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ โดยจะออกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถไฟ เครื่องบิน รวมถึงจัดรถตู้มารับพันธมิตรที่ต้องการจะร่วมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ คาดว่า 1-2 วันนี้จะมีพันธมิตรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือหลายพันคนเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่อย่างหนาแน่น
"ขอให้ตำรวจ ทหาร ช่วยเปิดทางคุ้มครอง ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมาทำร้ายระหว่างเดินทางด้วย ซึ่งเราคาดว่าจะต้องมีแน่นอน" นายสมโชคกล่าว
14จว.ใต้คาดเข้ากรุงนับหมื่นคน
นายสุนทร รักษ์วงศ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตร 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า แกนนำพันธมิตรทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้มีมติที่ชัดเจนว่า จะระดมพลพันธมิตรเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสมทบกับกลุ่มพันธมิตรที่ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเดินทางทั้งทางรถไฟและรถบัสโดยสาร คาดว่าจะมีประชาชนร่วมเดินทางไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน เพื่อกดดันรัฐบาลในการแก้ปัญหาประเทศ
นายสุนทรกล่าวด้วยว่า การระดมพลครั้งนี้มีทั้งเอกชนและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมด้วย เช่น สหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนประชาชน เพื่อเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้ปล่อยแกนนำพันธมิตร โดยยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด
ผบช.น.ปัดรับใบสั่ง-โต้แผนสลายเจรจา
พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.กล่าวว่า พล.ต.จำลองเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต เมื่อตำรวจที่ประจำการอยู่ที่คูหาทราบว่า พล.ต.จำลองเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับ จึงเข้าจับกุมก็เท่านั้นเอง โดยมีนายตำรวจระดับ รอง ผบก.และ ผกก.เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง พล.ต.จำลองก็ไม่ได้ขัดขืน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ประกอบกับแจ้งว่าไม่ต้องการประกันตัวอีกด้วย จากนี้ไปตำรวจก็ต้องดำเนินการสอบสวนไปตามขั้นตอน
พล.ต.ท.สุชาติกล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่มีแผนทำลายบรรยากาศการเจรจาแต่อย่างใด และไม่มีผู้ใดสั่งการมาเป็นพิเศษ ตำรวจเข้าจับกุมตามหมายจับก็เท่านั้น หากแกนนำพันธมิตรคนอื่นๆ มาปรากฏให้เห็นต่อหน้า เจ้าพนักงานก็สามารถจับกุมได้ทันที เพราะไม่เช่นนั้นตำรวจอาจถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
สตช.ประสานทหารเพิ่มกำลังดูแล
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การที่ตำรวจเข้าจับกุม พล.ต.จำลอง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด การที่ พล.ต.จำลองออกมาปรากฏตัวชัดเจนในวันนี้ คาดว่าจะเป็นความตั้งใจที่ต้องการจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และอาจจะเป็นการนำร่องให้แกนนำที่เหลืออีก 7 คน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย
ส่วนที่แกนนำพันธมิตรระบุว่า การออกหมายจับ 9 แกนนำไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ต้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นฝ่ายตัดสิน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งมาตัดสินว่าหมายจับที่ออกมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนี้หากศาลจะตัดสินอย่างไรจะสั่งฟ้องหรือไม่ หรือจะสั่งไม่ฟ้อง ก็ถือว่าเป็นกลไกของศาล
พล.ต.ต.สุรพลกล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะประสานไปยังกองทัพภาคที่ 1 เพื่อให้เตรียมกำลังทหารไว้รองรับสถานการณ์หากเกิดความรุนแรง หรือการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม จะไม่ปล่อยให้เกิดความวุ่นวาย หรือการปะทะกันของกลุ่มสนับสนุนและกลุ่มต่อต้านอีกอย่างเด็ดขาด
เรือนจำให้ จำลอง พักรวม ไชยวัฒน์
แหล่งข่าวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เรือนจำเตรียมความพร้อมการรับตัว พล.ต.จำลอง ซึ่งคาดว่าจะถูกศาลส่งตัวมาคุมขังในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ โดยจะจัดให้ พล.ต.จำลอง นอนในห้องขังร่วมกับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ถูกส่งตัวมาคุมขังก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เรือนจำจะเข้มงวดเป็นพิเศษเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกด้านให้แก่ผู้ต้องขังคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เรือนจำยังได้ประสานไปยัง สน.ประชาชื่น เพื่อเตรียมจัดวางกำลังรองรับกลุ่มพันธมิตรที่อาจรวมตัวมาเยี่ยมนายไชยวัฒน์และรอคอยการส่งตัว พล.ต.จำลองเข้าไปคุมขังในเรือนจำ โดยวันนี้ (5 ต.ค.) เป็นวันหยุดราชการ เรือนจำไม่อนุญาตให้เยี่ยมผู้ต้องขัง นายไชยวัฒน์จึงใช้เวลาช่วงกลางวันขลุกอยู่ในห้องสมุดของเรือนจำ โดยไม่มีสีหน้าหรืออากัปกิริยาที่แสดงออกถึงความเคร่งเครียดแต่อย่างใด
สนธิให้รอคำสั่งศาล-พธม.สมทบ
เวลา 21.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นเวทีพันธมิตร กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า จะรอฟังคำสั่งศาลที่จะชี้ขาดเรื่องการออกหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรในคดีกบฏว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม ขณะเดียวกันจะรอพันธมิตรจากทั่วประเทศที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงในวันที่ 6 ตุลาคมเช่นกัน ในส่วนของแกนนำหากจะตัดสินใจทำอะไรจะมีการปรึกษากับ พล.ต.จำลองทุกครั้ง เพราะระยะทางไม่ใช่อุปสรรค
"เราจะไม่ยอมอีกต่อไป เราจะไม่ยอมสยบต่อความชั่วร้ายและความไม่มีอธรรมของรัฐบาลชุดนี้อีกต่อไป ขอให้พวกเราเปลี่ยนความแค้นให้เป็นพลัง" นายสนธิกล่าว
ก่อนหน้านี้ นายสนธิพูดถึงความประทับใจที่มีต่อ พล.ต.จำลอง ทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงถึงกับร้องไห้ออกมาหลายคน
สมชาย ปัดรัฐไม่เกี่ยวจับมหาจำลอง
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พล.ต.จำลอง ว่า เรื่องนี้รัฐบาลจะไปสั่งการอะไรไม่ได้ เพราะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นตัวจึงต้องเข้าจับกุม หากไม่จับกุมจะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยืนยันว่าไม่มีใครไปแทรกแซงหรือสั่งการแต่อย่างใด
ส่วนกรณีหลายฝ่ายมองว่า การที่ พล.ต.จำลอง ปล่อยให้มีการจับกุมได้ง่ายมีนัยอะไรหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า คงต้องถาม พล.ต.จำลองเอง ไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลยังยึดแนวทางการเจรจาต่อไป และขอให้แยกแยะระหว่างคำว่าการจับกุมกับการเจรจา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางสมานฉันท์ของรัฐบาลจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ 9 แกนนำพันธมิตรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คงพูดไปถึงขั้นนั้นไม่ได้ เพราะความสมานฉันท์เราทำเป็นภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่สมานฉันท์เฉพาะคน 2-3 คน แต่รัฐบาลมองในภาพรวม ใครที่คิดว่าช่วยให้บ้านเมืองสงบสุขได้ อยู่ได้อย่างสงบ ก็เป็นผลดีต่อส่วนรวม
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องปรับวิธีการเจรจาหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ต้องถาม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง พล.อ.ชวลิตเป็นผู้ใหญ่ ก็มีวิธีการ
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พล.ต.จำลอง ว่า รัฐบาลไม่รู้เห็นด้วยกับการกระทำในครั้งนี้ เพราะเป็นเรื่องของศาลที่ออกหมายจับ อีกทั้งรัฐบาลไม่ทราบว่า พล.ต.จำลอง จะออกมาเลือกตั้งในเวลาใด จึงไม่ใช่การเจาะยาง พล.อ.ชวลิต อย่างแน่นอน
พัลลภ เชื่อเป็นแผนจำลองเดินไปให้จับ
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนร่วมรุ่น จปร.7 ของ พล.ต.จำลอง ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุม พล.ต.จำลอง ว่า คงเป็นจุดมุ่งหวังของ พล.ต.จำลอง ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เพื่อต้องการเรียกมวลชนจากทั่วประเทศเข้ามาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะหากมวลชนเข้ามาชุมนุมกันเยอะเรื่องจะได้จบเร็ว
พล.อ.พัลลภกล่าวต่อว่า ส่วนที่เกรงกันว่าการจับกุม พล.ต.จำลอง จะนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับแกนนำกลุ่มพันธมิตรว่าจะรุกมากขนาดไหน
เมื่อถามว่า การเจรจาเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ชวลิต กับกลุ่มพันธมิตร จะดำเนินไปอย่างไร พล.อ.พัลลภกล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะจบแล้ว หรือคว่ำโต๊ะไปได้เลย เพราะเมื่อกลุ่มพันธมิตรเดินเกมให้ พล.ต.จำลองถูกจับ การเจรจาก็ไม่ต้องพูดถึง
ผมคุยกับ พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ (เสธ.หมึก) นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ก็บอกว่าของกูจบแล้ว เจรจาไม่ได้แล้ว และ พล.ต.จำลอง มาโดนจับแบบนี้ด้วยแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปเจรจากับใคร เพราะ พล.อ.ชวลิต รู้จักและสนิทสนมกับ พล.ต.จำลองเท่านั้น ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ไม่ได้สนิทด้วย พล.อ.พัลลภระบุ
เมื่อถามว่า สัญญาที่ให้ไว้กับ พล.ต.จำลอง ว่า หากตำรวจจับกุมพร้อมที่จะเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรรุ่น 2 นั้น พล.อ.พัลลภกล่าวว่า คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตร เพราะเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.จำลองขึ้นเวทีประกาศลั่นว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตรรุ่น 2 มีเพียง 3 คน โดยไม่มีชื่อของตน ยอมรับว่าน้อยใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อไม่เอาเราก็ไม่ง้อ เพราะง้อคนไม่เป็น
รัฐประเมินม็อบปลุกไม่ขึ้น
รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรปลุกประชาชนให้เข้ามาชุมนุมใน กทม.หลังมีการจับกุม 2 แกนนำ คือนายไชยวัฒน์ และ พล.ต.จำลอง ผู้ต้องหาคดีกบฏไปแล้วนั้น คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมเข้ามาสมทบใน กทม.รวมแล้วกว่า 2,000 คนเท่านั้น
การประเมินของหน่วยงานความมั่นคงพบว่า ในส่วนของภาคกลางนั้น จ.ราชบุรี คาดว่าจะมีผู้เดินทางมาประมาณ 400 คน จ.เพชรบุรี ประมาณ 350 คน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 100 คน จ.กาญจนบุรี ประมาณ 80 คน จ.สมุทรสงคราม ประมาณ 50 คน จ.สมุทรสาคร ประมาณ 50 คน จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 100 คน จ.ลพบุรี ประมาณ 50 คน จ.สระบุรี ประมาณ 100 คน จ.ปราจีนบุรี ประมาณ 50 คน และ จ.สระแก้ว ประมาณ 20 คน
ส่วนภาคตะวันออกคาดว่า จ.ระยอง จะมีผู้ชุมนุมเดินทางเข้า กทม. 60 คนเท่านั้น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่า จ.นครราชสีมา มีประมาณ 50 คน จ.ขอนแก่น ประมาณ 100 คน จ.อุบลราชธานี ประมาณ 50 คน และ จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 25 คน
ส่วนภาคเหนือ จ.พิจิตร ประมาณ 50 คน จ.พิษณุโลก ประมาณ 10 คน และ จ.เพชรบูรณ์ ประมาณ 100 คน ขณะที่ภาคใต้คาดว่า จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 100 คน จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 70 คน จ.นราธิวาส ประมาณ 200 คน ส่วน จ.ภูเก็ต อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากพบว่ามีการแยกกันมาตามลำพัง
ขณะเดียวกันอาจมีตัวแทนกลุ่มรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เข้าสมทบอีกประมาณ 150 คน ซึ่งรวมยอดผู้ชุมนุมแล้วประมาณ 2, 315 คน นอกจากนี้หน่วยงานความมั่นคงยังประเมินด้วยว่าจำนวนผู้ชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลจะมีประมาณ 3,500 คน
เพื่อนเนวินเชื่อเป็นแผนของ จำลอง
นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้สัมภาษณ์ว่า โดยส่วนตัวมองว่าเป็นการจงใจของ พล.ต.จำลอง ที่ออกไปให้ตำรวจจับ เนื่องจากที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรที่เสนอเรื่องการเมืองใหม่ ไม่ได้รับการตอบสนองจากประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้การเจรจาระหว่างรัฐบาลและพันธมิตรจะยิ่งยากขึ้นหรือไม่ นายนิสิตกล่าวว่า ส่วนตัวมองลึกลงไปกว่านั้นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพันธมิตรไม่ต้องการจะเจรจา ไม่ต้องการประนีประนอม เป็นการชงเองกินเอง คือยอมให้ถูกจับหวังระดมมวลชนเข้าร่วมชุมนุมให้มากกว่าเดิม โดยเจตนาที่แท้จริงก็คือ ต้องการล้มรัฐบาลและสถาปนาการเมืองใหม่ เพราะหากยอมเจรจามีการตั้ง ส.ส.ร.3 ก็จะตั้งการเมืองใหม่ไม่ได้ พันธมิตรจึงต้องรีบดำเนินการ
เช่นเดียวกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) มองว่า พล.ต.จำลอง ต้องการโดนจับกุม เพื่อเรียกมวลชนมาชุมนุม
ลือสมัครป่วยหนัก-รพ.ไม่ปฏิเสธข่าว
เว็บไซด์มติชนออนไลน์ เสนอข่าวในช่วงค่ำวันที่ 5 ตุลาคม ว่า ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เกี่ยวกับอาการป่วยของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกระแสข่าวว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ และจะขอไปรักษาอาการที่ต่างประเทศ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิเสธว่านายสมัครป่วยเป็นมะเร็งตับจริงหรือไม่ แจ้งเพียงว่าไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ต้องให้ผู้ป่วยอนุญาตให้แพทย์เจ้าของไข้ หรือญาติ เป็นผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น
ทั้งนี้ นายสมัคร เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยคนใกล้ชิดของนายสมัครเปิดเผยว่า นายสมัครมีอาการปวดท้องรุนแรง จึงถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ให้การตรวจรักษาพบว่านายสมัครมีอาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง แพทย์ให้การรักษา และให้นอนพักที่โรงพยาบาลสักระยะหนึ่ง ก่อนที่จะให้กลับบ้าน
| Hit : จำลอง ประมาณ ตุลาคม ชวลิต ซึ่ง ศรีเมือง เพราะ ที่ผ่านมา นายสมชาย พัลลภ ศิริลักษณ์ |














