อดีตนายกฯ ทักษิณ เดินทางถึงศาลฎีกาฯ ทนายเสนอ ชวน หลีกภัย-บรรหาร ศิลปอาชา เป็นพยานในคดีทุจริตการซื้อขายที่ดินย่านรัดชา
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
(12มีค.) เวลา 9.00 .น.
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกฯ เดินทงมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อรายงานตัว ต่อศาลในคดีซื้อขายที่ดินย่าน
รัชดาภิเษก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ.บก.น.1 ,เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร,เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม,เจ้าหน้าที่ตำรวจสรรพาวุธหลายร้อยนายกระจายกำลังดูแลความปลอดภัยรอบๆศาลทั้งนี้ ทางขึ้นศาลฎีกาทางบชน.ได้นำแผงรั้วเหล็กมาปิดล้อมศาลและบรรดากองเชียร์
พ.ต.ท.ทักษิณ
ก็ยืนดูข้างๆไม่สามารถเข้าในบริเวณศาลได้
เมื่อ
พ.ต.ท.ทักษิณ
มาถึงศาล โดยมอเตอร์ไซค์ของตำรวจจราจรนำขบวน 1 คัน รถตำรวจกองปราบ 1 คัน รถติดตาม 3 คัน เข้าบริเวณศาล ซึ่งเมื่อ
พ.ต.ท.ทักษิณ
มาก็ไม่ได้หยุดแวะทักบรรดากองเชียร์ แต่มุ่งหน้ามาศาลทันที และเมื่อทักษิณลงจากรถ มีบรรดาสส.พปช.และอดีต สส.ทรท. รวมทั้งนักเรียนตรียมทหารรุ่น 10 ที่มารอรับหลายสิบคน
พ.ต.ท.ทักษิณ
ก็ยกมือไหว้รอบทิศและเดินเข้าไปในอาคาร และหยุดแวะทักกองเชียร์ที่อยู่ในศาลจำนวนหนึ่งและเดินขึ้นห้องพิจารณาคดีทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเพิ่มเติมว่าบรรยากาศ บริเวณศาลฎีกา มีการอารักขาของตำรวจ.สันติบาลกว่า 500 นาย มีประชาชนมาให้กำลังใจพ.ต.ท.ทักษิณประมาณ 1000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจวัตถุระเบิดด้วย ไม่ให้กองเชียร์เข้ามาด้านในศาล
นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความ"
ทักษิณ
" กล่าวว่า วันนี้
พ.ต.ท.ทักษิณ
มาปฏิเสธคำฟ้องทุกข้อหาและเสนอบัญชีพยานเป็นบุคคล และเอกสารจำนวนบุคคลมี 30 ปากไม่ซ้ำกับของคตส. ซึ่งมีนายชวน หลีกภัย,นายบรรหาร ศิลปอาชา และนายวราเทพ รัตนากร อดีตรมช.คลัง ที่ในฐานะกำกับดูแลกรมธนารักษ์ เพื่อต่อสู้ประเด็นเรื่องราคาที่ดินรัชดาและมั่นใจว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชี้แจงได้และสามารถแสดงความบริสุทธ์ได้เพราะในสมัยเป็นนายกฯไม่มีอำนาจกำกับกับดูแลกองทุนฟื้นฟู และความเสียหายของกองทุนไม่มี














