เชษฐา ยืนยันแถลงการณ์แกนนำกลุ่ม ใต้ดินฯเป็นของ จริง ย้ำไม่มีนายทหารระดับบิ๊ก อยู่เบื้องหลัง ขณะที่คน ใกล้ชิดวอนขอให้รอดูภายใน 30 วันเป็นเครื่องพิสูจน์
พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร
หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นำเทปบันทึกการประกาศยุติการก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้แห่งประเทศไทยออกอากาศทางสถานี ททบ.5 โดยเชื่อว่า ชาย 3 คน ที่อ้างตัวเป็นแกนนำออกทีวีไม่ใช่ แกนนำที่กุมอำนาจตัวจริงนั้น
ต่อมาวันที่ 19 ก.ค. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษา กอ.รมน. ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ในรายการ ลับ ลวง พราง ของสถานีวิทยุ 100.5 ว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะจากการตรวจสอบแล้ว ชื่อกลุ่มรวมใต้ดินไม่มีในสารบบโจรก่อการร้ายในภาคใต้ แถมรูปร่างหน้าตาของทั้ง 3 คน ก็ไม่มีใครรู้จัก ส่วนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ระบุว่า 1 ใน 3 คน ชื่อ นายฮาลิเซ็ง คานร์ ที่นั่งซ้ายสุดอ่านแถลงการณ์และพูดภาษาไทยนั้น ตรวจสอบแล้วเป็น 1 ใน 131 คนไทยที่อพยพหนีไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย
เมื่อถามว่า การที่คนกลุ่มนี้ออกมาแถลงการณ์ยุติ การก่อเหตุมีจุดประสงค์อะไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า งงเหมือนกัน เพราะทั้งหมดไม่มีชื่ออยู่ในขบวนการ อีกอย่างถ้าบริสุทธิ์ใจจริงต้องบอกชื่อและฐานะของแต่ละคน แต่ กลับปิดบังหมด ปัญหาภาคใต้มีมาเกือบ 100 ปี แล้วจู่ๆ ประกาศยุติโดยไม่มีเงื่อนไข ถือว่าไม่เคยมีในประวัติศาสตร์โลก มองไม่ออกว่าเขาต้องการอะไร ถ้าหากจะยุติจริงน่าจะมีระดับผู้นำของกลุ่ม อาทิ ดร.ฟาร์เดร์ กลุ่มเบอร์ซาตู หากเป็นคนระดับนี้ออกมาพอรับประกันได้ แต่พวกนี้โนเนม พล.อ.พัลลภกล่าว
พล.อ.พัลลภกล่าวอีกว่า การออกมาแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ซึ่งเป็นของกองทัพบก จะถูกหลอกหรือไม่นั้น ไม่อยากพูด กรณีอย่างไรก็ตามต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ที่ท่านต้องการยุติปัญหาในภาคใต้แต่ตนคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ ข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อน อีกทั้งกลุ่มพูโล กลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นขบวนการใหญ่ในภาคใต้ต่างออกมาปฏิเสธถือว่าชัดอยู่แล้วว่าไม่ใช่
เมื่อถามว่า เบื้องหลังน่าจะมีเงื่อนไขตกลงกันหรือไม่ พล.อ.พัลลภตอบว่า ตกลงอย่างไรก็ไม่ได้เพราะชัดเจนแล้วว่ากลุ่มก่อการร้ายต่างๆออกมาปฏิเสธแล้ว ส่วนที่มองว่า พล.อ.เชษฐาออกมาในช่วงที่จะมีการปรับ ครม.พอดีหวังผลทางการเมืองหรือไม่นั้น ไม่อยากก้าวล่วงไปถึงเรื่องการเมือง อีกทั้ง พล.อ.เชษฐาหวังดีเพียงแต่ข้อมูลไม่สมบูรณ์เท่านั้น เท่าที่รู้มีนายทหารระดับบิ๊กคนหนึ่งสนับสนุนเพื่อหวังผลทางการเมือง
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.เชษฐาเป็นคนประสาน คงมีความตั้งใจดีในการดำเนินการ แต่ทุกฝ่ายต้องเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่ การดำเนินการของรัฐบาล กลุ่มที่ออกมาแสดงเจตนาก็เป็นเรื่องของกลุ่มนั้น ถ้ามีความสามารถในการหยุดความรุนแรงได้จริง ก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม ทางการไทยต้องประกาศให้ชัดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องในการประสาน เพราะกลุ่มก่อความไม่สงบมีหลากหลายที่ช่วงชิงการนำและอยากยกระดับในเวทีนานาชาติ ทางการไทยจึงต้อง ระวังไม่ตกเป็นเหยื่อ และไม่ให้เป็นการยกระดับลุกลามเป็นการเจรจาระดับสากล
ขณะที่ พล.อ.เชษฐาให้สัมภาษณ์ว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่า การนำเทปแถลงการณ์หยุดยิงของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้มาเผยแพร่ ไม่มีนายทหารระดับสูงอยู่เบื้องหลัง ตามที่ พล.อ.พัลลภออกมาระบุ ตนดำเนินการเพียงลำพังกับทีมงาน ไม่เกี่ยวกับราชการหรือกองทัพ และไม่หนักใจ แม้ถูกมองเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือตำแหน่งอื่นใด เพราะมั่นใจในข้อมูลที่นำเสนอ ต้องติดตามสถานการณ์ไปอีกสักระยะ ทีมงานของตนยังเดินหน้าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ต่อไป แต่ต้องรอบคอบกว่าเดิม
แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.เชษฐาเปิดเผยว่า พล.อ. เชษฐาเป็นคนที่เสียสละมากที่ทำแบบนี้เหมือนกับการขุดบ่อล่อปลา ทำให้รู้ว่าใครเป็นใครเพราะที่ผ่านมา การข่าวในพื้นที่ทำได้ยาก โดนหลอกมาไม่น้อยเสียเงินไปมากกับการหาข่าวว่า ใครคือแกนนำตัวจริง การจับตัวคนร้ายเหมือนกับไล่ล่าจับผี ดังนั้น การที่ พล.อ.เชษฐาออกมาครั้งนี้เหมือนไล่ผีให้ออกมาปรากฏตัว ท่านเจ็บตัวบ้างแต่ถือว่าเป็นสุดยอดนายทหารตัวจริง ที่ทำให้คนที่อยู่ในมุมมืดแสดงตัวออกมากันหมดตอนนี้จะเห็นว่ากลุ่มต่างๆทั้งพูโล กลุ่มบีอาร์เอ็นคอร์ออร์ดิเนตแสดงตัวออกมากันเป็นแถว หลังจากที่ซ่อนตัวมาตลอด ทำให้เราเห็นแล้วว่าใครเป็นใคร
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แผนนี้เราได้ทำกันมานาน และเสร็จเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว จากการหารือกำหนดว่า จะเปิดเผยในวันอาสาฬหบูชา เพราะเป็นวันดีของไทย ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าจะมีการปรับ ครม.และขณะนี้ พล.อ. เชษฐาไม่ได้หวังว่าทำแล้วจะเป็นรัฐมนตรีอะไร แต่ข่าวที่ออกไปว่า ท่านต้องการตำแหน่งทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจ และที่หลายฝ่ายข้องใจว่าคนที่ประกาศยุติการยิงจะเป็นกลุ่มรวมใต้จริงหรือไม่อยากจะถามกลับว่า หน่วยข่าวเมืองไทยมีใครบ้างไหมที่เห็นหน้าตัวขบวนการจริงๆ สักคน ที่ผ่านมาการข่าวไทยบอดมาก ไม่เคยรู้ว่าใครเป็นหัวหน้าตัวจริงและไม่เคยจับแกนนำได้สักคน และพอท่านออกมาทำอย่างนี้ทำให้การข่าวทำงานง่ายขึ้นตามหาแกนนำตัวจริงได้ง่ายขึ้น
แหล่งข่าวกล่าวต่ออีกว่า คนที่ประกาศถือว่าเป็นระดับแกนนำจริง กลุ่มนี้เขามีกลุ่มที่อยู่ด้วยกันทั้งหมด 11 กลุ่ม ส่วนกลุ่มบีอาร์เอ็น กลุ่มพูโลใหม่ และกลุ่มอื่นๆก็เป็นคนละกลุ่มกัน เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา จะเห็นว่าการปะทะกันลดน้อยลงไปมาก จึงขอให้รอดูว่า 30 วันเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้หลังการประกาศแล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกหน่วยจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพราะ ผบ.ทบ.สั่งแล้วว่าให้ทหารทำงานตามปกติ ตอนนี้ทางบีอาร์เอ็นออกมาตอบโต้ส่วนหนึ่งเพราะเขาเกรงจะเสียรายได้ที่เขาเคยได้ เพราะปัญหาภาคใต้มีเรื่องผลประโยชน์ไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างๆและแต่ละกลุ่มต่างระแวงกันเอง กลุ่มที่ออกมาประกาศตัวเขาก็บอกแล้วว่าหากกลุ่มไหนมีปัญหา เขาจะจัดการเองซึ่งเราไม่ต้องไปจัดการอะไร เหมือนหนามยอกเอาหนามบ่ง
ด้านนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า พล.อ.เชษฐาเป็นถึงอดีต ผบ.ทบ. และเป็น ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้ามาเป็นตัวแทนมีแนวความคิดที่จะทำความดีเท่าที่ทำได้และใครที่ออกมาบอกว่าพรรครวมใจไทยลอยแพ พล.อ.เชษฐาก็ยิ่งไม่ถูกเพราะเรื่องแบบนี้ใครเขาจะเอาประชุมกันในพรรคเพราะต้องเป็นความลับ ฉะนั้นพวกเราพรรครวมใจไทยฯต่างเห็นใจท่านหัวหน้าพรรคและจะเฝ้ารอดูว่าปัญหาภาคใต้จะลดลงหรือไม่ ถ้าเกิดมีปัญหาเพิ่มขึ้น พล.อ.เชษฐาก็ประกาศแล้วว่าจะรับผิดชอบและท่านก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง
ส่วนเหตุการณ์ในพื้นที่ยังระอุ เมื่อโจรใต้กลุ่มอาร์เคเคเมินคำประกาศหยุดยิง โดยเมื่อเช้าวันที่ 19 ก.ค. ร.ต.ต.สุรวิทย์ ดาวกระจาย พนักงานสอบสวน สภ.ท่าธงอ.รามัน จ.ยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.รามัน พร้อมกำลัง ไปสอบสวนเหตุยิงกันที่บ้านโต๊ะปาเก๊ะ ต.วังพญา พบคราบเลือดริมถนนกับรถ จยย.ที่ล้มตะแคง ส่วนผู้ถูกยิงอาการสาหัสนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ทราบชื่อนายเกื้อ ชูชม อายุ 47 ปี อยู่หมู่ 2 บ้านไม้แก่น ต.เนินงาม และเป็น ชรบ.ของหมู่บ้าน ถูกยิงที่สีข้างขวากับโคนขาขวา รวม 2 นัด สอบสวนทราบว่า ขณะคนเจ็บขี่ จยย. ไปตลาดถูกคนร้าย 2 คน ซ้อน จยย.ประกบยิงคาดเป็นคนร้ายกลุ่มนายซอพวัน สาหมะ แกนนำอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวในพื้นที่
อีกรายขณะที่นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ อายุ 25ปี อยู่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 7 บ้านอูแตบาโงย ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา เจ้าของปั๊มน้ำมันหลอดนั่งรอบริการลูกค้า ได้มีวัยรุ่น 2 คนซ้อน จยย.ทำทีมาขอเติมน้ำมัน หลังเติมน้ำมันเต็มถังแล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายชักปืนจ่อยิงนายอับดุลเลาะ จนล้มคว่ำเสียชีวิตคาที่ คาดสาเหตุมาจากเรื่องขัดแย้งส่วนตัวหรือโจรใต้สร้างสถานการณ์













