เพราะรับงานแบบเดียวกัน มีผู้นำคนเดียวกัน กลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน และวิธีการทำงานก็แบบเดียวกัน
ว่ากันตามจริงแล้ว การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้เริ่มขึ้นภายใต้อาณัติของ หมอผีเขมร ที่อยู่เคียงข้าง ทักษิณ ชินวัตร มาตลอด นับตั้งแต่ก่อนเสียอำนาจจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
เพียงแต่การเคลื่อนไหวครั้งนั้นทำในนาม คาราวานคนจน ซึ่งตอนนี้แกนนำได้กลายเป็นคนร่ำรวยกันเป็นแถว
ผลงานลือลั่นสนั่นทุ่งคือการบุกล้อมอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ท่ามกลางเสียงเล่าลือว่า หมอผีเขมร เป็นคนบัญชาการถึงที่
จนกระทั่งรัฐบาล ทักษิณ ถูกยึดอำนาจ กลุ่มคนพวกนี้ก็เริ่มทยอยออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า พีทีวี
กระบวนการของ พีทีวี นั้น ก้าวตามรอย เอเอสทีวี ที่สามารถล้มรัฐบาลทักษิณได้อย่างไม่เป็นท่า โดยมีขุนพลอย่าง วีระ มุสิกพงศ์-จักรภพ เพ็ญแข-จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นตัวชูโรง
พีทีวีเริ่มก่อตั้งขึ้น และออกอากาศไปเพียงไม่นาน ก็จัดตั้งมวลชนมาชุมนุมที่สนามหลวง และชวนกลุ่มพรรคพวกพี่น้องเข้ามาร่วมเคลื่อนไหว ในชื่อ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก. ขับไล่รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ และ คมช. พร้อมกับตีปี๊บเรียกร้อง ทักษิณคัมแบ็ก
กลุ่มคนต่างๆ ถูกดึงมาเคลื่อนไหว นัยว่าเพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรม โดยไม่ดูแม้แต่ประวัติความเป็นมา
จึงได้เห็นคนที่มีทั้งชื่อชั้น และคนไร้ต้นทุนทางสังคมอย่าง ประทีป อึ้งทรงธรรม - เหวง โตจิราการ - สุชาติ นาคบางไทร - สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์
หรือกระทั่ง วรัญชัย โชคชนะ ดา ตอร์ปิโด และ เป๋ คลองเตย ต่างก็วนเวียนผสมโรงกับเวที นปก.
แม้ อดีตไทยรักไทย จะปฏิเสธตลอดเวลาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเวที นปก. แต่ความเป็นจริงแล้วจะเห็นอดีต ส.ส.ไทยรักไทยเทียวไปเทียวมาอยู่หลังเวทีอยู่บ่อยๆ ประหนึ่งที่ทำการพรรคก็ไม่ปาน
หลังจากสร้างผลงานอันลือลั่นด้วยการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์จนถูกตำรวจใช้กำลังเข้าสลาย จากนั้นขบวนการ นปก. ก็ถือโอกาสเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น นปช. ก่อนที่บ้านเมืองจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และได้รัฐบาลพลังประชาชนเข้ามาบริหารประเทศ
นปก.หรือ นปช. ก็ลดบทบาทไป พร้อมกับ พีทีวี ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นโทรทัศน์เฉพาะกิจโดยการปิดตัวเองลงและลอยแพพนักงานอย่างง่ายดาย
ต่างจากผู้บริหาร พีทีวี ที่ต่างได้รับปูนบำเหน็จถ้วนหน้า จักรภพ ได้เป็นถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แต่สุดท้ายก็ตายเพราะปากและกรรมเก่าจากกรณีจาบจ้วงสถาบัน
ณัฐวุฒิ จากสภาโจ๊กก็ได้ดิบได้ดี ชีวิตได้มีโอกาสมาไกลถึง รองโฆษกรัฐบาล
หรือแม้แต่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ที่ป้วนเปี้ยนอยู่หลังเวที ก็ได้ตำแหน่งเป็นถึง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร
รัฐบาลพยายามปฏิเสธความเกี่ยวพันกับกลุ่มนี้ แต่ต่อให้ปากปฏิเสธกี่ครั้ง พฤติกรรม ต่างตอบแทน และการเรียกใช้งาน ต่างก็เป็นสิ่งที่สารภาพแทนคำพูดได้อย่างดียิ่ง
โดยเฉพาะในวันที่รัฐบาลอยู่ในภาวะโงนเงนง่อนแง่นเช่นทุกวันนี้ กลุ่มนี้จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเป็นแรงหนุนรัฐบาลร่วมต่อสู้กับปัญหาที่รุมเร้า
ม็อบนปก. ถูกปลุกขึ้นมาชนกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แทบจะในทุกพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหว หรือมีการจัดการชุมนุม
หรือกระทั่งการฟื้นตัวของ พีทีวี ที่แม้ปัจจุบันจะเป็นเพียงทีวีทางอินเทอร์เน็ต และมีแกนนำไม่กี่คนออกมาจัดรายการด่าฝั่งตรงข้ามเพียงไม่กี่ชั่วโมง
แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว พีทีวี ต้องการที่จะจัดตั้ง ม็อบ นปก. อีกครั้ง โดยมีเป้าเหมายเพื่อต่อต้านพันธมิตรทุกรูปแบบ
ด้วยยุทธวิธี มวลชนปะทะมวลชน
และแว่วมาว่าอาจจะเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปยึดพื้นที่หน้าสภา เพื่อป้องกันพันธมิตรไปปิดล้อมในกรณีที่มีการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการใช้พวกเดียวกันปิดเพื่อป้องกันย่อมดีกว่าการปล่อยให้คนอื่นมาเป็นอุปสรรค
หรือการรับลูกจากรายการ สนทนาประสาสมัคร โดยการยื่นถอดถอน ป.ป.ช. กกต. ก็มีคนกลุ่มเดิมเป็นผู้เดินตามคำสั่งและยื่นถอดถอนแทบจะทันทีที่เสียงนกหวีดเป่าปรี๊ด
หรืออย่างรายการล่าสุดที่สามทหารเสือ วีระ-ณัฐวุฒิ-จตุพร ข้ามห้วยจาก พีทีวี มาใช้พื้นที่โต้ตอบขั้วตรงข้ามรัฐบาลในช่องสิบเอ็ด เอ็นบีที ตามใบสั่งนั้น
ก็ยากที่จะมองเป็นอื่นได้ว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากอาณัติของใครในรัฐบาล
แต่สุดท้ายรัฐบาลก็พลาดเอง
เพราะต้องไม่ลืมว่ากลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ใช่ผู้ที่มีพลังในการเคลื่อนไหวที่แท้จริง ซ้ำยังเป็นกลุ่มคนที่ควบคุมลำบาก และก่อปัญหาเรื่องความชอบธรรมนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่บนเวที นปก.ครั้งแรก
ม็อบ นปก. นั้น ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ความรุนแรง ความหยาบคาย หลายครั้งการชุมนุมของ นปก.ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการชุมนุม แต่มีเป้าหมายเพื่อปะทะเท่านั้น
หรือกระทั่งคนปราศรัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ จนเกิดเหตุอย่าง ดา ตอร์ปิโด ที่ออกมาหมิ่นสถาบัน จนกองทัพรับไม่ได้ ต้องออกมากระตุ้นให้จัดการ
เรียกได้ว่า หากรัฐบาลอยู่ในภาวะจนตรอกจนกระทั่งต้องเรียกใช้ทั้งคนและวิธีการเหล่านี้ เชื่อขนมกินได้เลยว่าความขัดแย้งในสังคมจะยิ่งทวีขึ้นจนอาจจะเกินควบคุม และสุดท้ายรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ
เพราะจิ๊กซอว์ทุกตัวที่กำลังต่อกันอยู่นี้ เริ่มทำให้สังคมมองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่าสุดท้ายก็ ขบวนการเดียวกัน
อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ














