
มนตรีมั่นคงยูเอ็นรับลูก อุ้มเขมร ส่อจะเอาแดนเพิ่ม
มนตรีมั่นคงยูเอ็นรับลูก อุ้มเขมร! ส่อจะเอาแดนเพิ่ม เปิดประชุมฉุกเฉินเคลีย์ปัญหาข้อพิพาท ล็อบบี้กันวุ่น สมัคร ยังยัน ไทยไม่เสียดินแดน
UN ประชุมฉุกเฉินวันนี้
หลังจากที่กัมพูชาได้ส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี เปิดประชุมฉุกเฉินในวันที่ 28 ก.ค. เพื่อเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยหาข้อยุติปัญหาความขัดแย้งและการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างไทย-กัมพูชา จากกรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารนั้น
ยูเอ็นรับลูกกัมพูชาเปิดประชุมฉุกเฉิน
เมื่อเช้าวันที่ 23 ก.ค. นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวโดยยอมรับว่า ล่าสุดยูเอ็นได้บรรจุคำร้องของกัมพูชาที่ต้องการให้สหประชาชาติเข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาทปัญหาเขาพระวิหารเป็นวาระฉุกเฉินแล้ว โดยขณะที่กัมพูชาพยายามรวบรัดดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทุกอย่างก็เป็นไปตามข้อบังคับของยูเอ็น ที่เมื่อมีประเทศร้องเรียนปัญหาเข้ามาก็สามารถเรียกประชุมฉุกเฉินได้ เป็นเรื่องที่ไทยไม่คาดคิดมาก่อน ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกำลังหาแนวทางเพื่อกำหนดท่าทีที่ชัดเจนของไทย
ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรง ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวมีสมาชิกทั้งหมด 15 ประเทศ โดยมีจีน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และอังกฤษ เป็นสมาชิกถาวร และอีก 10 เป็นหมุนเวียนกันไป ขณะนี้มีประเทศเวียดนามเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียเพียงประเทศเดียวที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งไทยมีความหวังจากท่าทีของเวียดนามในขณะนี้ที่ยังวางตัวเป็นกลางในเรื่องนี้อยู่
บัวแก้วล็อบบี้ขวางเขมรเต็มที่
ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะหารือพิจารณาคำร้องของกัมพูชาให้เปิดประชุมฉุกเฉินข้อพิพาทปราสาทพระวิหารว่า ท่าทีหรือจุดยืนของไทยเรื่องนี้ได้แจ้งให้สมาชิกชาติต่างๆรับทราบในเรื่องเหตุผลและท่าทีของไทยไปแล้ว เมื่อวันที่ 21 ก.ค. โดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ไปหารือกับประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่อง กัมพูชามีการล็อบบี้ ฝ่ายเราก็ล็อบบี้ไปอย่างแข็งขัน การยื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติสามารถกระทำได้ทั้งนั้น ถ้ามีประเด็นที่อยากจะหยิบยกขึ้นมาขอหารือ แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะพิจารณาว่าจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาหรือจะมีทางออกอย่างไร
เผยอาเซียนเฉ่งเขมรมองข้ามหัว
นายธฤตกล่าวว่า ท่าทีของไทยที่มีมาเสมอในสัปดาห์ที่ผ่านมา คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่าง 2 ประเทศ ควรจะทำตามครรลองระหว่างประเทศ ในกฎบัตรสหประชาชาติข้อที่ 32 ที่ 2 ประเทศควรจะหารือกันเองก่อน ถ้าหารือกันไม่ได้ อาจจะไปใช้องค์กรระดับภูมิภาค ก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในระดับสหประชาชาติ ซึ่งเป็นข้อแนะนำของสหประชาชาติเอง การที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามนำเรื่องนี้เข้าสู่เวทีที่กว้างขึ้นตั้งแต่ระดับอาเซียน ถึงระดับสหประชาชาติที่ผ่านมา 2-3 วัน โดยเฉพาะในเวทีอาเซียนสิงคโปร์ ซึ่งประธานอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เห็นด้วยกับไทยว่าควรหาทางออกระดับทวิภาคีก่อน ขณะเดียวกันสมาชิกอาเซียนหลายประเทศเห็นว่า การที่กัมพูชาเสนอเรื่องข้ามกระโดดไปสู่สหประชาชาติเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เหมือนกับว่ามีอาเซียนไว้ทำไม อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของอาเซียนได้รับความกระทบกระเทือนแล้วจะทำให้ปัญหามีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น
มั่นใจไทยไม่เสียเปรียบ
นายธฤตกล่าวว่า ตนถือว่าความเห็นของอาเซียนในภาพรวม แนวทางที่ไทยจะเดินในระดับทวิภาคีเป็นแนวทางที่เหมาะสมแล้ว และอาเซียนเสนอว่ามีความพร้อมที่จะเข้าช่วยในทางใดทางหนึ่งถ้าไทยและกัมพูชามีความต้องการและจำเป็น ส่วนในเวทีสหประชาชาตินั้นในอีกประมาณ 12-14 ชั่วโมง อาจจะมีการนำเรื่องนี้มาพิจารณากันว่าจะเดินไปอย่างไร ซึ่งผลสามารถออกมาเป็นได้ทุกทาง การที่กัมพูชาเดินเรื่องนี้ไปยังสหประชาชาติเป็นการล่วงหน้า จะทำให้เราเสียเปรียบหรือไม่นั้น แล้วแต่จะมอง เพราะว่าในการที่จะตัดสินใจใดๆของประเทศต่างๆ ย่อมต้องการข้อมูลให้ครบทุกด้านอยู่ดี ไม่สามารถดูข้อมูลเพียงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ มั่นใจว่าขณะนี้ทุกประเทศมีข้อมูลของไทยอยู่ในมืออย่างครบถ้วนแล้ว
เชื่อต้องมีจีบีซีไทย-เขมรอีกรอบ
นายธฤตกล่าวว่า การประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่ผ่านมา แม้จะไม่มีข้อยุติ แต่ก็เป็นแนวทางที่รับได้ เพราะในข้อเท็จจริงแล้ว 70-80% ที่หารือกันนั้น ตกลงกันได้มีอยู่อย่างเดียวในเรื่องเส้นเขตแดนที่ต่างฝ่ายต่างเห็นว่าจะนำไปสู่การหารือในระดับรัฐบาลต่อไป เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่จีบีซีหยิบยกขึ้นมา ครั้งแรกไม่ได้หมายความว่ามีครั้งเดียว สิ่งที่เราได้จากจีบีซีในครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีว่า 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะไม่ใช้กำลังรุนแรง อันนี้เป็นเรื่องที่มีความคืบหน้า ที่สามารถทำให้สถานการณ์ไม่ไปไกลกว่านี้ จีบีซียังเป็นกลไกที่สามารถใช้คุยกันได้และไม่ได้จบไปแล้ว ดังนั้น ในแนวทางนี้คิดว่าควรเดินต่อไป ส่วนใครจะเริ่มต้นก่อนนั้น คิดว่าฝ่ายทหารและรัฐบาลกำลังพิจารณา
ย้ำความสัมพันธ์ทุกช่องทางปกติดี
นายธฤตกล่าวว่า แนวทางของประเทศไทยเป็นที่รับรู้และรับทราบของนานาชาติ รวมทั้งกัมพูชา ขอย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชายังเป็นไปโดยปกติ ช่องทางทุกช่องทางยังเปิดอยู่สามารถยกหูโทรศัพท์ไปมาหาสู่และพูดคุยกันได้ กัมพูชายืนยันว่าให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยกับชุมชนคนไทยในกัมพูชา ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปโดยปกติ ที่จริงเรื่องนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้คุยกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไว้นานแล้วว่าขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ดูแลประชาชนและสถานทูตอีกฝ่ายหนึ่งด้วยดี และเป็นที่รับรู้รับทราบถือปฏิบัติอย่างดี
ข่มขอเดินเกมสุขุมแบบผู้ใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ นายธฤตตอบว่า ท่าทีของไทยเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วในประเทศต่างๆ และอาเซียนก็เห็นด้วยกับท่าทีของไทยที่อยากให้เจรจาในระดับทวิภาคีไปก่อน ไม่อยากใช้คำว่าตอบโต้ คิดว่าเราเดินเกมเรื่องนี้แบบผู้ใหญ่และตามครรลองไม่จำเป็นต้องตอบโต้ แต่มีวิธีการที่จะอธิบายอย่างประเทศที่สุขุมอย่างเป็นผู้ใหญ่ อย่าไปใช้วิธีการตอบโต้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการโต้ตอบทางสื่อนั้นจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้ การเดินเรื่องแบบนี้อย่างน้อยตอนนี้ที่เห็นชัดๆ คืออาเซียนออกมาในแนวทางเดียวกับที่ไทยเดินอยู่
พร้อมฉะเขมรบนเวทียูเอ็น
ต่อข้อถามว่า กรณีที่สมเด็จฮุน เซน ร้องต่อคณะกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ไทยจะมีท่าทีชี้แจงอย่างไร นายธฤตตอบว่า ยูเนสโกดูเฉพาะเรื่องของโบราณคดีในกรณีนี้ ยูเนสโกเป็นองค์กรสหประชาชาติที่เน้นในเรื่องของวิทยาศาสตร์วัฒนธรรมและการศึกษา แน่นอนถ้ามีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเราอธิบายได้อยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องมองข้อมูลของทุกฝ่ายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลขององค์กรใดหรือประเทศใด เราพร้อมทุกเวทีและเดินอยู่แล้วทุกเวที เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะถอนคำร้องต่อสหประชาชาติ นายธฤตตอบว่า เชื่อว่ากัมพูชาคงไม่ถอนคำร้อง แต่ถึงแม้ว่าจะมีการพิจารณาในยูเอ็นหรือไม่ข้อมูลของเราก็พร้อม
สมัคร ใช้ช่องทางทูตไม่เล่นตามเกมเขมร
สมัคร สุนทรเวช
ที่ทำเนียบรัฐบาล เที่ยงวันเดียวกัน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ ปราสาทพระวิหาร ที่ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาเดินหน้าไปอย่างมาก ว่า ให้ฝ่ายกัมพูชาเร่งไปข้างเดียว ช่างเขา ไม่ต้อง ไปเล่นตาม ทั้งหมดเราได้ชั่งน้ำหนักดูแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ เรามีนายดอน ปรมัตถ์วินัย ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติอยู่ที่นิวยอร์ก ไม่ว่ากัมพูชาจะพูดอะไร เราได้แจกเอกสารชี้แจงทันที ส่วนการประชุมอาเซียนที่สิงคโปร์ นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกฯ เป็นหัวหน้าคณะประชุม ก็ได้พูดกับอาเซียนแบบไม่เป็นทางการ ด้วยการกินข้าวคุยกันแบบไม่ต้องมีการจดบันทึกการประชุม คุยได้ทุกเรื่องที่ไม่ถือว่าเป็นการประชุม
เจรจาหลัง 27 ก.ค. รอเขมรเลือกตั้งเสร็จ
เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งกัมพูชาวันที่ 27 ก.ค. นี้แล้ว ท่าทีกัมพูชาจะดีขึ้นหรือไม่ นายกฯตอบว่า คาดว่าท่าทีคงจะเบาบางลง เราบอกไปแล้วว่าหลังเลือกตั้งของกัมพูชาคงได้พูดกันง่ายขึ้น ทุกอย่างทางเราทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ออกข่าว ตอนนี้ก็ปล่อยให้ฝ่ายเขาแสดงไป มันไม่มีอะไรเสียหาย เพียงแต่เขาต้องการเพื่อวันเลือกตั้งของเขาเท่านั้นเอง ต่อข้อถามว่า นายกฯฮุนเซน กล่าวหาไทยบุกรุกดินแดนเป็นข้อกล่าวหาที่ร้าย แรง นายสมัครตอบว่า ไม่เป็นไร ยังไม่เสียหาย เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯฮุนเซนหรือยัง นายสมัครตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ต้องพูดคุยอะไร เขาต้องการให้ผ่านการเลือกตั้งวันที่ 27 ก.ค.ไปก่อน ก็ให้เครดิตท่านหน่อย ผู้สื่อข่าวถามว่า กัมพูชามีท่าทีเรียกร้องต้องการดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร นายกฯตอบว่า เรื่องนี้คงต้องคุยกันในวันข้างหน้าก่อน คงเป็นหลังเลือกตั้งที่จะพูดคุยกัน
มั่นใจ 100% ไทยไม่เสียดินแดนแน่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นที่ต้องชี้แจงให้คนในประเทศได้เข้าใจข้อเท็จจริงหรือไม่ นายกฯตอบว่า ผมจะชี้แจงในจังหวะที่ควรจะชี้แจง แต่ผมไม่อยากรอถึงวันอาทิตย์ อยากจะเลือกวันอื่นก่อน ความจริงคิดว่าจะเอาวันพุธที่จะออกเรื่องนี้ แต่ถ้าไปออกตอนนี้ทางโน้นเขาก็จะเห็นเป็นเรื่องสำคัญใหญ่โต พอออกปั๊บ ทางโน้นก็จะแสดงความเห็นตอบโต้มันก็จะไปกันใหญ่ แต่ถ้าพูดในรายการพูดจาประสาสมัคร มันเป็นงานรูทีน เป็นเรื่องปกติที่เราทำอยู่แล้ว ก็จะไม่ทำให้มองว่าเป็นการตอบโต้ จึงอยากหลีกเลี่ยงในเรื่องนี้ เมื่อถามว่ารัฐบาลมั่นใจว่าจะรักษาดินแดนไทยได้ นายสมัครตอบว่า มั่นใจ 100% เพียงแต่เราไม่อยากพูด เพื่อเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ขวางยูเอ็นเคลียร์ข้อพิพาทไทย-เขมร
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ยูเอ็นเปิดประชุมฉุกเฉินข้อพิพาทไทย-กัมพูชา เรื่องเขาพระวิหาร เป็นวาระเร่งด่วนในวันที่ 28 ก.ค.ว่า เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่เป็นปัญหาบานปลาย เพราะปัญหาข้อพิพาทยังอยู่ในขั้นเจรจากันได้อยู่ โดยไม่ต้องให้ยูเอ็นเข้ามาช่วยดูแล เชื่อว่าถ้า ผ่านช่วงการเลือกตั้งของกัมพูชาไปแล้ว บรรยากาศน่าจะดีขึ้น คงจะมีการเปิดเจรจาระหว่างสองฝ่ายได้ ขณะนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มอบให้กระทรวงการต่างประเทศไปสรุปรายละเอียดเรื่องต่างๆอยู่ ไม่คิดว่า การที่กัมพูชาไปฟ้องยูเอ็นจะทำให้การสร้างความปรองดองทำได้ลำบาก เพราะทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานาน แต่อาจมีบางเรื่องที่คุยกันยังไม่ตกผลึก ที่สำคัญคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าไปยั่วยุ โดยเฉพาะคนไม่ ประสงค์ดีต่อรัฐบาล ไปสร้างความกดดันให้เกิดการท้าตีท้าต่อยกัน
ครวญเป็นเวรกรรมของรัฐบาล
พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร มีอยู่ 3 วิธีคือ 1. กำหนดเป็นพื้นที่โนแมนแลนด์ ไม่ให้มีใครอยู่ 2. การกำหนดเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพราะทางขึ้นอยู่ฝั่งไทย แต่ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา 3. การเจรจาปักปันเขตแดน ส่วนการเจรจากับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชานั้น คงต้องให้กระทรวงการต่างประเทศสรุปรายละเอียดทั้งหมดมาก่อน จึงจะทราบว่าจะส่งใครไปเจรจา แต่มั่นใจว่าจะไม่เกิดการสู้รบกันระหว่างสองประเทศ ความจริงแล้ว รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวอะไรเลย เพราะการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารทำมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่เป็นเวรกรรมของรัฐบาลนี้ แต่รัฐบาลก็จะพยายามเจรจาปัญหาให้จบ ไม่ให้บานปลายออกไป
เชื่อเขมรร้องยูเอ็นหวังผลการเมือง
ที่รัฐสภา ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแนวทางการพิจารณา ประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จากปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารว่า เรื่องดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะกรรมาธิการฯหวังว่า การเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีการตั้งคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรกัมพูชา ขึ้นมาโดยเร็ว เพื่อจะได้เจรจาในฐานะผู้แทนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีของกัมพูชา ที่จะหยิบยกเรื่องนี้ไปเจรจาในเวทีสากล ทั้งในระดับอาเซียน หรือสหประชาชาติ ซึ่งเป็นเวทีที่กว้างไกลเกินไป และเป็นเรื่องไม่เหมาะสมในความเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน เรายังสนับสนุนการเจรจาในระดับทวิภาคี ตามแนวทางของ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ทั้งนี้ ท่าทีของกัมพูชา อาจเป็นความพยายามที่หวังผลทางการเมือง ที่อยู่ระหว่างการเลือกตั้ง
กมธ.ต่างประเทศเชิญปองพลให้ข้อมูล
ร.ท.กุเทพกล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อ เพราะยังไม่มี รมว.ต่างประเทศคนใหม่นั้น คงไม่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะรัฐบาลมีรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ รมว.ต่างประเทศอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน การเจรจาที่ไม่คืบหน้า เพราะกัมพูชาอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่มี รมว.ต่างประเทศคนใหม่เช่นกัน รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอดถึงข้อเท็จจริง ในบันทึกช่วยจำที่รัฐบาลทำไว้กับกัมพูชาเมื่อปี 2543 ว่าพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหาเป็นอาณาเขตของประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในวันเดียวกันนี้ ได้เชิญอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และนายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการมรดกโลกประเทศไทย เข้าให้ข้อมูล โดยจะมีการออกแถลงการณ์ท่าทีของคณะกรรมาธิการฯต่อไป
ให้หาทางบีบเขมรกลับบ้าง
ขณะที่นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการมรดกโลกประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ถึงการเคลื่อนไหวของกัมพูชาที่พยายามดึงข้อพิพาท ปราสาทพระวิหารสู่เวทีการเมืองระดับโลกว่า ในระดับอาเซียนพยายามให้ทั้ง 2 ชาติตกลงกันในระดับทวิภาคีก่อน ซึ่งสถานการณ์น่าจะดีขึ้น หลังการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ในระหว่างนี้ทั้ง 2 ฝ่ายควรนิ่ง และตรึงกำลังเอาไว้ก่อนเพื่อรักษาสมดุล ส่วนที่กัมพูชาพยายามยื่นให้ศาลโลกเปิดไต่สวนฉุกเฉินนั้น เชื่อว่าคนที่เสนอก่อน อาจไม่ใช่ผู้ชนะอย่างที่คิดก็ได้ เมื่อกัมพูชาพยายามใช้เวทีโลกบีบประเทศไทย ทำไมเราไม่หาทางบีบเขาบ้าง เพราะไทยก็มีเพื่อนในเวทีระดับโลกเช่นกัน
แนะปรับ ครม.ต้องมี รมช.ตปท.เสริม
เมื่อถามว่ากัมพูชากำลังแสดงให้เห็นว่ากำลังถูกไทยรุกราน นายปองพลตอบว่า ในเวทีโลกเขารู้กันอยู่ว่าปัญหาเกิดขึ้นอย่างไร ดังนั้น ไทยไม่ต้องไปวิตก กับสิ่งที่กัมพูชากำลังทำอยู่ แต่เราต้องมีเอกภาพในการแก้ปัญหา ขณะนี้ยังขาดตัวรัฐมนตรีที่จะมารับผิดชอบ ที่สำคัญการปรับ ครม.ครั้งนี้ควรมี รมช.ต่างประเทศเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างเหมือนตอนนี้ และไทยต้องพยายามทำความเข้าใจในเวทีโลก ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศอยู่มาก จึงอยากให้ไทยใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจและพยายามเดินหน้าแก้ปัญหาโดยยึดหลักความเป็นเอกภาพ
บุญสร้างไปอินโดหารือข้อพิพาท
ก่อนหน้านี้เช้าวันเดียวกัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปประชุมคณะกรรมการระดับสูงที่ประเทศอินโดนีเซีย ถึงกรณีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหารว่า การเดินทางไปครั้งนี้อาจมีการหารือกรณีข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่อาจจะเป็นนอกรอบ แนวทางที่จะชี้แจงคงต้องเล่าความเป็นมาให้เขาเข้าใจจุดยืนของเรา เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยุติธรรม เพราะเรามีเหตุผลในการดำเนินการที่ดีอยู่แล้ว ชี้แจงได้เสมอ ตนได้อ่านหนังสือชี้แจงเรื่องเขาพระวิหารของเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ที่ส่งถึงประธานสภาความมั่นคงของสหประชาชาติ ถือเป็นเรื่องดี ท่านชี้แจงถึงความเป็นมาของปัญหานี้ โดยเสนอให้มีการดำเนินการในระดับทวิภาคีก่อน
ชี้ควรค่อยๆแก้ปัญหาพูดคุยกันดีๆ
เมื่อถามว่าขณะนี้ปัญหากลายเป็นระดับสากลไปแล้ว พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เราควรพยายามจัดการในระดับเล็กไปหาใหญ่ ค่อยๆแก้ปัญหาพูดคุยกันดีๆ แต่ ถ้าไม่สามารถปรองดองกันได้ ต่อให้ขึ้นไปสูงอย่างไรก็ปรองดองกันไม่ได้ ต้องมุ่งแบบทวิภาคีกันให้ดี อาเซียนเห็นควรที่จะให้ไทยและกัมพูชามีการหารือกันก่อนที่จะเข้าสู่ที่ประชุมอาเซียน เมื่อถามว่าสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทำหนังสือไปถึงยูเอ็นว่า ทหารไทยเข้าไปคุกคามเสรีภาพของกัมพูชา ทั้งที่กัมพูชาส่งทหารไปมากกว่าไทย พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ใครก็พูดได้ คนอื่นก็ต้องทราบ เพราะขั้นตอนต่างๆมีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าการที่กัมพูชานำเรื่องนี้ไปสู่นานาชาติ จะทำ ให้เหตุการณ์บานปลายมากกว่าการเจรจาตัวต่อตัวหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ถ้าเขาทำหลายระดับ เราก็ชี้แจงไปเรื่อย เมื่อถามว่าดูเหมือนว่าการดำเนินการต่างๆของเราจะไล่ตามกัมพูชาตลอด พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เราเป็นผู้ใหญ่ ต้องเริ่มจากเล็กไปหาใหญ่ แต่ถ้าเขาขึ้นไปหาใหญ่ ก็จำเป็นจะต้องชี้แจงล่วงหน้า ซึ่งนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ ท่านทำได้ดี
ให้ระวังถ้าต้องขึ้นเวทีศาลโลก
ปราสาทพระวิหาร
เมื่อถามว่ามุมมองของอาเซียนจะส่งผลบวกกับเราจะทำให้สหรัฐอเมริกา จีน เข้าใจได้ดีมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ถ้าเราชี้แจงดี เขาจะเข้าใจเรา เพราะเรายืนอยู่บนความยุติธรรม ไม่ได้เอาเปรียบใคร เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ หากเรื่องขึ้นไปถึงศาลโลกเราจะเสียเปรียบ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า แม้เราจะถูกต้องอย่างไร มีเหตุมีผลอย่างไร เมื่อขึ้นเวทีศาลโลกก็ต้องระวัง เพราะเรามีบทเรียน เมื่อถามว่าจำเป็นที่จะต้องขึ้นศาลโลกหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ตนไม่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ แต่เท่าที่ฟังมาจากนักกฎหมายบอกว่าเราไม่ขึ้นก็ไม่เป็นไร ส่วนจะเป็นแผนของกัมพูชาที่วางไว้ตั้งแต่การนำเขาพระวิหารไปเป็นมรดกโลก เพื่อต้องการนำพื้นที่ทับซ้อนเข้าสู่ศาลโลกหรือไม่นั้น พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ต้องไปถามเขา เมื่อถามว่าจำเป็นต้องทำสมุดปกขาวชี้แจงนานาชาติหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะหนังสือที่ทำตอบกันไปมา บางครั้งไม่ครอบคลุมและเข้าใจยาก บางครั้งมีภาษากฎหมาย การทำสมุดปกขาวชี้แจงไม่ว่าจะเป็นระดับโลก ระดับชาติ เป็นสิ่งที่ดี
ถ้ารุนแรงกันคนเดือดร้อนคือประชาชน
เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้ ได้มีการประเมินสถานการณ์ ที่ดูเหมือนว่ามีความรุมเร้ามากขึ้น พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็พูดคุยกัน ให้ต่างฝ่ายต่างกำชับคนของตัวเอง ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องรุนแรง เพราะคนที่เดือดร้อนคือเด็กและประชาชน เมื่อถามว่า กัมพูชาระบุว่า ควรมีคนกลางเข้ามาชี้แจง พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ทั้งสองประเทศยังไม่ได้คุยกันทั่ว คุยกันเฉพาะคณะกรรมการ ซึ่งอาจจะต้องคุยกันได้อีก โดยเฉพาะในระดับสูงกว่าคณะกรรมการ ที่กำหนดบทบาทให้มีความใจกว้าง เข้าอกเข้าใจจะช่วยได้มากในสปิริตของความเป็นเพื่อนบ้าน เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ ต้องพูดคุยกันพล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ควรมีอะไรที่เหนือกว่าระดับกรรมการที่คุยกันที่เหนือขึ้นไป ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นท่านไหน เราจะต้องคุยกันแค่สองประเทศดีที่สุด ยังไม่จำเป็นต้องมีบุคคลที่ 3 จนกว่าจะไปไม่ได้จริงๆ เมื่อถามว่า มาตรการทางทหารที่จะตอบโต้ข่าวทางกัมพูชาที่ระบุว่า ไทยมีการเพิ่มกำลัง พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า อยากให้สื่อถามไปยังหน่วยที่ปฏิบัติการในพื้นที่ของกองทัพบกเป็นหลักเมื่อถามว่าจำเป็นต้องให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีต นายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าบางอย่างเป็นสิ่งที่ดี แต่จำเป็นหรือไม่ต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา
อภิสิทธิ์ ชี้ยูเอ็นไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สหประชาชาติจะเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ตามที่กัมพูชาได้ร้องไปว่า สิ่งที่เราน่าจะพูดคุยทางหนึ่งคือ เมื่อมีการได้เจรจากันระดับคณะกรรมการชายแดนและมีการติดต่อกันระหว่างผู้นำ 2 ประเทศ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศก็ยืนยันเรื่องการใช้สันติวิธี ก็ไม่ควรนำเรื่องนี้เข้าสู่เวทีอื่นอีก และในกลุ่มอาเซียนก็มีท่าทีชัดเจนว่า เรื่องนี้จะบริหารจัดการได้ในระดับของทวิภาคี จึงคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่สหประชาชาติจะเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการดึงเรื่องเข้าไปสู่ระดับสูง จะทำให้คนเกิดความเข้าใจผิดว่า มีความขัดแย้งที่รุนแรง เมื่อถามว่า กัมพูชาอาจทำให้เป็นเรื่องใหญ่และดึงเรื่องเข้าสู่ศาลโลก นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เคยเสนอรัฐบาลไปว่ารัฐบาลต้องทำงานหนัก ในการรุกทางการทูต ในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ เมื่อถามว่า พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ระบุว่าคงจะปรองดองได้ยาก หากท่าทีของกัมพูชายังเป็นแบบนี้อยู่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็ต้องแจ้งกัมพูชาว่าเมื่อมานั่งโต๊ะเจรจาแล้ว ต้องให้เกียรติ และมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน แต่ถ้าหากลากไปสู่เวทีนั้น เวทีนี้ก็จะทำให้เรื่องไม่จบ เชื่อว่าหากเราสามารถชี้แจงให้ดี มีประสิทธิภาพ ฝ่ายต่างๆก็จะมองว่าปัญหานี้ ยังสามารถแก้ไขได้ในระดับทวิภาคี ดังนั้นรัฐบาลต้องมีความชัดเจนและจริงจัง ตั้งแต่ตัวผู้นำรัฐบาลไปถึงผู้ที่รับผิดชอบทุกด้าน
ด่านพรมแดนคลองลึกไม่คึกคัก
ในส่วนความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังมีชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาในตลาดโรงเกลือฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ลดลงกว่าทุกวันที่ผ่านมา ทำให้บริเวณหน้าด่านพรมแดน อรัญประเทศไม่คึกคัก ส่วนชาวไทยที่เดินทางเข้าไปในฝั่งกัมพูชาก็ลดลง ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปตซึ่งเป็นคนไทย ที่เดินทางเข้าไปทำงาน ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวนครธม-นครวัด ของกัมพูชา มีเพียงเล็กน้อย และเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่เสี่ยงเดินทางเข้าไปเที่ยวที่ จ.เสียมราฐ ของกัมพูชา
พ.ต.ท.จิรชาติ ร่มสายหยุด สว.ด่าน ตม.อรัญประเทศ เผยว่า ยอดคนไทยเดินทางไปเที่ยวนครธม-นครวัด ในกัมพูชา ลดลงกว่า 80% โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ถูกยกเลิกหมด เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ส่วนชาวเขมรที่เดินทางเข้ามาในตลาดโรงเกลือ ก็ลดลงกว่า 40% หากเหตุการณ์ยังอึมครึมเช่นนี้ จะทำให้ยอดการเดินทางผ่านเข้า-ออก บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ ลดลงอีก
ตลาดโรงเกลือซบเซาเขมรไม่ซื้อของ
ส่วนบรรยากาศภายในตลาดโรงเกลือ ที่เคยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวซื้อข้าวของวันละหลายหมื่นคน มีเงินหมุนเวียนในตลาดโรงเกลือวันละกว่า 20 ล้านบาท มาวันนี้ตลาดโรงเกลือเงียบเหงาลงถนัดตา ร้านค้าชาวเขมร หลายร้านค้าปิดตัวลง โดยเฉพาะในตลาดขายผลไม้ ที่เคยมีชาวเขมรนับพันคนมาหาซื้อสินค้าประเภทอุปโภค-บริโภคและผลไม้ไทย ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายผลไม้ในตลาดโรงเกลือวันละกว่า 1 ล้านบาท แต่วันนี้มีเพียงพ่อค้าแม่ค้า นั่งเฝ้าร้าน ไม่มีชาวเขมรมาหาซื้อเหมือนที่ผ่านมา นายรุน เผ่า อายุ 32 ปี ชาว อ.โอวโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย เผยว่า ขณะนี้ชาวกัมพูชาได้ปล่อยข่าวลือว่า รัฐบาลเขมร เตรียมบอยคอตสินค้าไทย ทำให้ชาวเขมรเริ่มไม่ซื้อสินค้าไทย บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวเขมรที่เคยมาซื้อสินค้าและผลไม้จากตลาดโรงเกลือไปส่งขายในฝั่งกัมพูชา ต่างหยุดซื้อ เนื่องจากเกรงจะนำไปขายไม่ได้ จึงทำให้ตลาดผลไม้ ในตลาดโรงเกลือซบเซา ขณะนี้ในฝั่งกัมพูชาที่บอยคอตสินค้าไทยส่วนใหญ่ จะเป็นจำพวกผลไม้และบะหมี่สำเร็จรูป โดยเฉพาะนมเปรี้ยวบางยี่ห้อ เขมรไม่ยอมซื้อกินเลย
ยอดส่งออกสินค้าไปกัมพูชาลดวูบ
นายสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ เปิดเผยว่า จากเหตุข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ได้ส่งผลกระทบถึงการส่งออกสินค้าเข้ากัมพูชา โดยเฉพาะเดือน ก.ค.นี้มียอดการส่งออกลดลงกว่า 300 ล้านบาท หากเหตุการณ์ยังไม่สามารถยุติลงได้ การส่งออกจะลดลงมากกว่านี้ โดยสถิติการส่งสินค้าออกไปกัมพูชา ผ่านด่านศุลกากรอรัญประเทศ ในปีที่ผ่านมาเราส่งออกเป็นจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นแปดพันล้านบาท ส่วนปัญหาการค้าในตลาดโรงเกลือซบเซา น่าจะมาจากหลายปัจจัย เช่น น้ำมันแพง ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ส่วนผลกระทบจากปัญหาข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะชาวเขมรที่เกิดความกลัวว่า อาจจะมีการปิดด่านฯ ซึ่งมีบางร้านค้าได้ปิดตัวขนของกลับภูมิลำเนา แต่ให้สาเหตุว่าขายไม่ดีเศรษฐกิจตกต่ำ จึงต้องเปลี่ยนอาชีพ คงไม่ใช่เรื่องปราสาทพระวิหารเรื่องเดียว
ทหารนอกเครื่องแบบเต็มปอยเปต
ส่วนบรรยากาศบริเวณตะเข็บชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ ยังคงมีทหารพราน ของ ฉก.กรม ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา วางกำลังตรวจตราอย่างเข้มงวดตามปกติ และยังไม่มี การเสริมกำลังเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด ส่วนภายในฝั่งปอยเปตทราบว่ามีทหารกัมพูชาเดินทางเข้ามาในพื้นที่ปอยเปตเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ใส่ชุดพลเรือน ไม่มีการแต่งเครื่องแบบ จากการสอบถามทหารเขมรบางนายตอบว่า เดินทางเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ส่วนที่ต้องแต่งนอกเครื่องแบบเนื่องจากเป็นคำสั่งของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่ให้ทหารกัมพูชาแต่งเครื่องแบบออกนอกหน่วย ดังนั้นทหารกัมพูชาที่เข้ามาในพื้นที่ปอยเปต จึงต้องแต่งนอกเครื่องแบบ
ทหารบนเขาพระวิหารขวัญ-กำลังใจดี
วันเดียวกัน พล.ท.สุจิตร สุทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เขาพระวิหาร ว่า ได้ลงพื้นที่ 2-3 ครั้งแล้ว กำลังพลทุกนายที่อยู่ในพื้นที่มีกำลังใจ ดีและเข้มแข็ง ไม่มีปัญหา ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทุกคนมี ความพร้อมในการปฏิบัติงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบ หมาย ส่วนที่มีข่าวว่า ในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ จะมีกลุ่มผู้ คัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารขึ้นไปในพื้นที่ทับซ้อนกันจำนวนมากนั้น ได้ประสานกับ ผวจ.ศรีสะเกษและตำรวจภูธรในพื้นที่ในการดูแลประชาชน เพราะทุกคน ก็มีความหวังดีต่อประเทศชาติ แสดงออกถึงความรักชาติทั้งนั้น เมื่อถามว่า สถานการณ์ตอนนี้ทหารห่วงเรื่องใดมากที่สุด พล.ท.สุจิตรตอบว่า ห่วงการปฏิบัติงาน เราต้องดูแลกำลังพลของเรา ระมัดระวังในเรื่องการปฏิบัติงานที่ อยู่ใกล้กัน เราไม่ต้องการให้เรื่องลุกลามใหญ่โต ทหารไทย กับทหารกัมพูชา ลาดตระเวนร่วมกัน มีการพบปะกัน นั่งปั้นข้าวเหนียวกินข้าวด้วยกัน ฉะนั้น ก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
ใบปลิวว่อนพนมเปญบอยคอตสินค้าไทย
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศยังเกาะติดเหตุความขัดแย้งเรื่องพรมแดนของไทย-กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดย เอพีรายงานว่า ตำรวจกัมพูชาสอบสวนหลังมีใบปลิวว่อนทั่วกรุงพนมเปญ เรียกร้องให้คว่ำบาตรสินค้า และธุรกิจ ภาคบริการของไทยในกัมพูชา โดยพลจัตวาทัช นาร็อธ ผู้บัญชาการตำรวจในพนมเปญ กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาล กำลังพยายามแก้ปัญหากับฝ่ายไทย พวกเราไม่ต้องการเห็นการแบ่งแยกสินค้าไทย ประชาชนไม่ควรถูกปลุกเร้าด้วยการยุยงเช่นนี้ แม้หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า สถานการณ์ อาจบานปลายเกิดรุนแรงขึ้น เพราะแต่ละฝ่ายต่างเสริมกำลังทหารพร้อมอาวุธเข้าประชิดพรมแดนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังพบเห็นทหารไทยและกัมพูชาที่ประจำการ ณ พื้นที่ที่เป็นเขตพิพาท พูดคุย กินข้าว และทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกันตามปกติ สอดคล้องกับพลจัตวาเจีย เกียว ผู้บัญชาการทหารในจังหวัดพระวิหารที่ระบุว่า ทหารของทั้งสองฝ่าย ยังมีปฏิสัมพันธ์กันฉันมิตร
สื่อเทศตีข่าวยูเอ็นรับข้อร้องขอกัมพูชา
ส่วนเอเอฟพีรายงานว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย ทูตไทยประจำสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์จากมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ระบุว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค. คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จะเปิดประชุมฉุกเฉิน หารือเรื่องข้อพิพาทของไทย-กัมพูชา ตามที่ฝ่ายหลังยื่นหนังสือร้องเรียนไป และว่ากัมพูชาพยายามให้ประชาคมโลกและไทยยอมรับแผนที่ฉบับที่ฝรั่งเศส เขียนขึ้นในยุคเป็นเจ้าอาณานิคม ซึ่งเอื้อต่อกัมพูชา อันหมายถึงกัมพูชาไม่ได้ต้องการแค่ปราสาทพระวิหาร แต่ยัง อยากได้พื้นที่ที่เป็นเขตพิพาทอีกด้วย
สหรัฐฯชื่นชมบทบาทอาเซียน
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายเกา กิม เฮิร์น ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าวในสิงคโปร์ว่า เขาหวังว่ายูเอ็นเอสซีจะช่วยแก้ปัญหาขัดแย้งด้านทหารกับไทยได้ หลังการหารือระหว่างประชุมอาเซียนเมื่อวันอังคารไม่บรรลุผล ขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กำลังใช้กรณีขัดแย้งพรมแดนกับไทย เรียกคะแนนหาเสียง และว่าหลังการเลือกตั้ง กัมพูชาผ่านพ้น การเจรจากันคงจะเริ่มได้ ส่วน ดร.คอนโดลีซา ไรซ์ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมบทบาท ของอาเซียนต่อการตอบรับปัญหาดังกล่าว แม้การพยายามช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาจะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม
ยันต้องการให้ 2 ประเทศเจรจาทวิภาคี
ขณะที่ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวในสิงคโปร์ว่า การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของอาเซียน และว่าอาเซียนต้องการให้ทั้งสองฝ่าย หาข้อยุติกันเองผ่านการเจรจาแบบทวิภาคี และหลีกเลี่ยงการกระทำทุกประการ ที่อาจทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายเป็นเหตุรุนแรง อีกทั้งยอมรับด้วยว่า กัมพูชา มีสิทธิ์ที่จะยกระดับปัญหาเข้าสู่การหารือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นได้













