บานปลายขึ้นทุกที...กรณีข้อพิพาท เขาพระวิหาร ระหว่างไทยและกัมพูชา เพราะต่างฝ่ายต่างอ้าง สิทธิครอบครอง พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร บนเขาพระวิหาร ถึงเวลาที่คนไทยทั้งชาติต้องเป็น เสียงเดียวกัน หันมาดูปัญหานี้ร่วมกันอย่างจริงจัง
ก่อนที่ไทยจะพลาดท่ากัมพูชาใน สิทธิเหนือเขาพระวิหาร อีกคำรบหนึ่ง เพราะอีกฝ่ายเดิมเกมการทูตแบบ จุดประเด็น เรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจอยู่ข้างตัวเอง ด้วยข้อหา ผู้ใหญ่รังแกเด็ก
ทำให้กัมพูชาร่อนหนังสือถึง ยูเอ็น และให้นายฮอ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่กำลังประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่สิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ที่ประชุมถกปัญหาเขาพระวิหารเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังยื่นให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณาเป็นวาระฉุกเฉินอีกด้วย
ขณะนี้กัมพูชากำลังรุกหนักพยายามแสดงให้ต่างชาติเห็นว่าไทยที่มีศักยภาพทางทหารมากกว่ากำลังคุกคามอธิปไตยที่เขาอ้างสิทธิเหนือ เขาพระวิหาร หลังสองฝ่ายตรึงกำลังทหารบนเขาพระวิหาร
ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ คนในชาติ ต้องมาระดมสรรพกำลังแก้ปัญหา เพราะขณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาพระวิหาร บานปลายกลายเป็นปัญหา ระหว่างชาติ ไปแล้ว
ทั้งนี้ ประเด็นขัดแย้ง เขาพระวิหาร ของทั้ง 2 ชาติ วันนี้ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ตัวปราสาทเขาพระวิหาร 2.พื้นที่รอบตัวปราสาท นั่นคือ พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่แต่ละฝ่ายอ้างสิทธิเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้
ต้องยอมรับว่า ตัวปราสาท เขาพระวิหาร สิทธิการครอบครองคงยากที่ไทยจะ โต้แย้งสิทธิ เพราะด้วยคำตัดสินศาลโลกเมื่อปี 2505 ได้พิพากษาให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่คำพิพากษาของศาลโลกไม่ได้ระบุว่าพื้นที่รอบปราสาทเป็นของกัมพูชาด้วย
ทำให้ไทยและกัมพูชาเกิดข้อพิพาทยาวนานว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นของใคร?!?
ทั้งนี้ ประเด็น 4.6 ตารางกิโลเมตรนี้เอง ทำให้การหารือนอกรอบของ จีบีซี ระหว่าง ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่ได้ข้อยุติ
เพราะ 2 นักกฎหมายกัมพูชาที่ แข็งกร้าวต่อไทย คือ นายลอง วิสาโล รมช.ต่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายวา กิม ฮง รมต.อาวุโสที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาส่วนกิจการ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชา โต้แย้งและยืนยันว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นของกัมพูชาตั้งแต่มีคำสั่งศาลโลกเมื่อปี 2505
แต่ถูกนายวีระชัย พลาศรัย อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ปรับย้ายพ้นตำแหน่ง เพราะ ไม่เห็นด้วย ที่จะให้ร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา เมื่อช่วงเดือนกุมพาพันธ์หลังเข้ามาคุม บัวแก้ว ได้ไม่นาน
ทั้งนี้ การหารือนอกรอบ วีระชัย เป็น คีย์แมน ในการโต้ตอบข้อกฎหมาย ด้วยชั้นเชิง ผู้เชี่ยวชาญ กฎหมายระหว่างประเทศทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จนทำให้ 2 นักกฎหมายกัมพูชา ต้องถอย เพราะไทยโต้แย้งได้ ทุกข้ออ้าง
โดยเฉพาะที่กัมพูชาอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรว่า ไทยไม่มีสิทธิ วีระชัยโต้ทันทีว่า พื้นที่ดังกล่าวคำพิพากษาศาลโลกไม่ได้ยกให้เป็นสิทธิของกัมพูชา ซึ่งคำพิพากษาให้สิทธิกัมพูชาเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น แต่พื้นที่รอบตัวปราสาทยังคงเป็นสิทธิของไทยเช่นเดิม
เมื่อพิจารณาคำพิพากษาศาลโลก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ตัดสินว่า 1.ปราสาทพระวิหาร ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ประเทศไทยมีพันธะที่จะต้องถอนกำลังทหาร หรือตำรวจผู้เฝ้ารักษาหรือดูแลซึ่งประเทศไทยส่งไปประจำอยู่ที่ปราสาทพระวิหารหรือในบริเวณใกล้เคียง ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3
2.คำฟ้องกัมพูชาระบุเฉพาะอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ มิอาจขยายให้กว้างออกไปนอกพื้นที่จนครอบคลุมเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาดงรัก
ดังนั้น ย่อมชัดเจนว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นของไทย !!
ทั้งนี้ ข้อพิพาทเขาพระวิหารย้อนไปปี 2447 ถึง 2451 ฝรั่งเศสเป็น รัฐผู้อารักขากัมพูชา ทำสัญญากับไทยหลายฉบับ แต่สัญญาที่เป็นปัญหา คือ สัญญาลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2447 ตกลงว่าพรมแดนที่เป็นปัญหาให้ถือเอาสันปันน้ำเป็นเกณฑ์การแบ่งเขตแดน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการปักบันเขตแดน เพื่อสำรวจบริเวณพื้นที่แถบนั้น
ปี 2450 ไทยขอให้ฝรั่งเศสทำ แผนที่พรมแดน ฝรั่งเศสจัดทำแผนที่ยื่นส่งแก่ฝ่ายไทย โดยฝรั่งเศสลากเส้นเอาเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของไทยไปอยู่ในฝั่งเขตแดนกัมพูชาของฝรั่งเศสด้วย เป็นแผ่นที่ฉบับ 1 : 200,000
แผนที่ฉบับฝรั่งเศสนี้...กัมพูชาอ้างเป็นหลักฐานมีอำนาจเหนือ เขาพระวิหาร
แม้ไทยโต้แย้งว่า แผนที่ฝรั่งเศสไม่ใช่ของคณะกรรมการปักปันเขตแดน จึงไม่มีผลผูกพันกับไทย และเส้นเขตแดนที่เขียนมิได้ถือเอาสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ ซึ่งไทยใช้แผนที่ฉบับ 1 : 50,000 ที่ยึดตามสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ ตามข้อตกลงที่ทำร่วมกัน
แต่ฝ่ายไทยไม่แสดงออกถึง การคัดค้าน ความไม่ถูกต้องของแผนที่ และเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลโลกทำให้ศาลโลกถือว่าเห็นชอบกับแผนที่ฉบับนั้น ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา
นี่คือข้อพิพาทของ 2 ชาติ ซึ่งเกิดจาก มรดกเลือด ของฝรั่งเศสที่ฝากไว้ใน ยุคล่าอาณานิคม ซึ่งวันนี้กำลังย้อนกลับมาสู่ปัญหาของคนทั้ง 2 ชาติ
ต้องยอมรับว่าวันนี้กัมพูชากำลังเดินหน้าแสดงจุดยืนเดียวกันของคนทั้งชาติ ที่จะอ้างสิทธิครอบครอง เขาพระวิหาร แต่ผู้เดียว หลังผลักดัน ตัวปราสาท เขาพระวิหารขึ้นเป็น มรดกโลก สำเร็จ
เชื่อแน่ว่าประเด็น เขาพระวิหาร กัมพูชาไม่มีทางเปลี่ยนจุดยืน แม้ผ่านเลือกตั้ง 27 กรกฎาคม สมเด็จฯ ฮุน เซน กลับเป็นรัฐบาลอีก
เพราะวันนี้คือจุดยืนร่วมกันของคนกัมพูชาทั้งประเทศ ดังนั้น ไม่มีวันที่เขาจะยอม ลดราวาศอก ให้ไทยแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงเวลาที่คนไทยทั้งชาติต้องตื่นจากภวังค์ หันมาจับมือแก้ปัญหา เขาพระวิหาร ด้วยกันผลักดันเป็น วาระแห่งชาติ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...
หน้า 11
| Hit : เขาพระวิหาร ตารางกิโลเมตร พื้นที่ ด้วยคะแนนเสียง ชาติ ประเด็น ต่างประเทศ กรกฎาคม ตัวปราสาท ทั้งนี้ เกณฑ์ |














