หลังศาลโลกตัดสินให้ ปราสาทพระวิหาร ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา เมื่อปี 2505 พร้อมกับให้ถอนกำลังทหารหรือตำรวจผู้เฝ้ารักษาออกจากตัวปราสาทพระวิหาร พี่น้องชาวไทยรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ
แต่ทว่าตามรอยตะเข็บชายไทย-กัมพูชาที่มีพื้นที่ติดกันกว่า 780 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ จันทบุรี และตราด ก็ยังมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องเช่นเดิม
คำสั่งศาลโลกไม่อาจส่งผลกระเทือนต่อวิถีชีวิตของชาวพื้นถิ่น คนพื้นที่ยังคงไปมาหาสู่ แลกเปลี่ยนซื้อขายกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่กัมพูชาเกิดสงครามรบพุ่งภายในประเทศเมื่อปี 2516 ชาวกัมพูชาต่างประสบปัญหา แต่ไทยก็แสดงความเอื้ออาทรด้วยการให้พึ่งพาอาศัยอย่างไม่เดียจฉันท์
ล่าสุดเมื่อปี 2538 กัมพูชาเกิดปัญหาภายในประเทศขึ้นอีกครั้ง โดยปรากฏข้อมูลว่าผู้นำเขมรแดง 3 คน แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายรัฐบาลจนส่งผลให้กองกำลังของฝ่ายรัฐบาลกัมพูชารุกเข้าพื้นที่ของเขมรแดงและเป็นที่มาการยึดพื้นที่
ส่งผลให้ชาวกัมพูชากว่า 2 หมื่นคน ต้องอพยพหนีภัยสงครามจาก อ.อันลองเวง จ.อุดรมีชัย เพื่อรอความช่วยเหลือจากนานาชาติ ยังหมู่บ้านนาตำบล อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งภายหลังชาวกัมพูชาได้เรียกผู้อพยพเหล่านี้ว่า ชมรมภูน้อย นั่นจึงเป็นจุดก่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องไทย-กัมพูชา
คงไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ของฝ่ายกองทัพ ที่ระดับผู้นำภาคพื้นของสองประเทศมีความแน่นแฟ้นกันอยู่แล้ว โดย พล.ท.เตีย มอญ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ได้เดินทางไปมาหาสู่กองกำลังสุรนารีที่ตั้งอยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อย่างไม่ขาดสาย
แม้คณะกรรมการมรดกโลกจะตัดสินให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ความสัมพันธ์ของคนพื้นที่ระหว่างสองประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนไป มีเพียงผลกระทบทางเศรษฐกิจตามตะเข็บชายแดนเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ หัตถชัย เพ็งแจ่ม นักธุรกิจไทยที่ไปประกอบธุรกิจใน อ.อันลองเวง จ.อุดรมีชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้การค้าขายตามด่านต่างๆ โดยเฉพาะช่องสะงำที่เป็นด่านระหว่าง อ.อันลองเวง กับ อ.ภูสิงห์ นั้นค่อนข้างซบเซาและมียอดขายลดลงกว่า 70%
สาเหตุที่เศรษฐกิจหดตัว อาจเป็นเพราะมีข่าวลือภายในกัมพูชาว่าจะมีสงคราม ดังนั้น ชาวบ้านที่มีความคุ้นเคยกับสงครามจึงเตรียมตัวปิดร้านค้าเป็นการชั่วคราว ประกอบกับวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะมีการเลือกตั้งใหญ่ ลูกจ้างส่วนใหญ่ที่มาทำงานในย่านธุรกิจโดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา จึงกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเลือกตั้ง แต่คาดว่าหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น เพราะความสัมพันธ์ของผู้คนตามแนวตะเข็บชายแดนยังคงเหมือนเดิม
หัตถชัย ยังเผยอีกว่า ขณะนี้มีข่าวจากวงการธุรกิจว่า รัฐบาลกัมพูชาได้อนุมัติให้ 3 บริษัทของนักธุรกิจกัมพูชาสัมปทานก่อสร้างบ่อนกาสิโนและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขึ้นบริเวณช่องชะงำ ยิ่งทำให้วงการธุรกิจตื่นตัวมากขึ้น
หากข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารจบลงก็จะทำให้ความสัมพันธ์ตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาดีขึ้น เพราะจะมีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันมากขึ้น
ความหวังของคนที่อาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดนจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ว่าจะสามารถเจรจาตกลงกันได้มากน้อยแค่ไหน
ถ้าหากต่างฝ่ายยังไม่ลดท่าทีความแข็งกร้าวลง ท้ายสุดความสัมพันธ์อันดีฉันเพื่อนบ้านอาจไม่ยุติที่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่อาจเป็นกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามขึ้น เพราะท้ายสุดของสงครามคนที่แพ้ คือ ประชาชน ทั้งชาติ
หน้า 11














