ยูเอ็นเลื่อนประชุมกรณีนำข้อพิพาทไทย-กัมพูชาเป็นวาระฉุกเฉิน เป็น 21.00 น. คืนนี้ ด้าน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ หนุน ไทย-กัมพูชาควรเปิดการเจรจาแบบทวิภาคี ด้านชาวกัมพูชาส่งเอสเอ็มเอส.ยุชาวเขมรทั่วโลกให้แอนตี้สินค้าไทย ด้านตลาดโรงเกลือเหงาพ่อค้าชาวเขมรนับสิบรายปิดร้านขนของกลับประเทศหวั่นเกิดสงคราม ปชป.จี้บัวแก้วให้ข้าราชการแจงทุกเวที เนื่องจากมีความสำคัญเพราะประเทศมหาอำนาจยังมีท่าทีไม่ชัดเจน
นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง นั้น ที่ประชุมไม่มีข้อยุติและมีเสียงแตก ซึ่งหมายถึงข้อเรียกร้องตามที่กัมพูชาเสนอเข้ามา ยังไม่สามารถพิจารณาให้สิ้นสุดไปได้ว่า ควรจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะเมื่อมีเสียงใดเสียงหนึ่งไม่เห็นด้วย ก็จะไม่ถือเป็นข้อยุติ เนื่องจากต้องมีเสียงเป็นเอกฉันท์ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรใน UNSC ซึ่งได้มีการขอเลื่อนการพิจารณาไปเป็นเวลา 10.00 น. วันนี้ ตามเวลาในนครนิวยอร์ก (ประมาณ 21.00 น. วันนี้ ในประเทศไทย) เชื่อว่าจะหาข้อสรุปได้
ทั้งนี้ ประเทศที่ไม่เห็นด้วยที่จะนำเรื่องเข้าหารือในประชุมคณะมนตรีฯ คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อไทย เพราะเรื่องนี้จะได้ไม่ผ่านทะลุเข้าไปจนถึงจุดที่คาดการณ์ไม่ได้และอาจจะบานปลายต่อไป โดยเห็นว่าควรให้ไทย-กัมพูชา เจรจากันเอง
ขณะที่ประเทศฝรั่งเศส ต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ เป็นผู้คุมสถานการณ์และมีบทบาทเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว โดยไม่เน้นการเจรจาทวิภาคี
ขณะที่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำองค์การสหประชาชาติ เปิดเผยว่า สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงฯ จะหยิบยกประเด็นประสาทพระวิหาร กลับมาพิจารณาอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกวิตกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่า คณะมนตรีความมั่นคงฯ ควรจะตัดสินใจในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาอย่างจริงจัง ตามที่กัมพูชาร้องขอมา เพราะแม้จะสนับสนุนให้เป็นหน้าที่อาเซียน ในการรับบทเป็นคนกลางเข้าคลี่คลายปัญหา แต่คณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็น ก็มีหน้าที่ต้องช่วยบรรเทาข้อขัดแย้งเช่นกัน ในฐานะเป็นผู้รับรองสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศ ซึ่งกรณีข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาถ้าปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดผลร้ายแรงตามมาได้
ด้านนายนิโคลาส ที ดามเมน รองเลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงข้อพิพาทปราสาทพระวิหารขณะนี้ว่า เป็นเรื่องของ 2 ประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนพี่น้องกันที่จะเจรจาแก้ปัญหากันเอง โดยที่อาเซียน หรือองค์กรอื่น ยังไม่ควรเข้าไปแทรกแซง จนกว่าทั้งสองประเทศจะร้องขอ ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 ประเทศ สามารถแก้ปัญหานี้ได้
น.ส.คอนโดลีซซา ไรซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ แสดงท่าทีแนะให้รัฐบาลไทยและกัมพูชาดำเนินมาตรการเปิดการประชุมแบบทวิภาคี เพื่อแก้ไขกรณีพื้นที่ทับซ้อนตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศตามแนวทางในปัจจุบันต่อไป แทนที่จะผลักดันประเด็นปัญหาดังกล่าวไปสู่ การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเนื่องจากเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร อีกทั้งเห็นว่าทั้งไทยและกัมพูชา รวมทั้งอาเซียน เอง ต่างก็กำลังเปิดการเจรจาเพื่อหาช่องทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ทั้งนี้ ท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีขึ้นหลัง นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาเปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐ และอีก 2 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วย จีน และ รัสเซียได้ออกมาระบุว่า รัฐบาลกัมพูชา รีบร้อนเกินไปในการนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ข้อพิพาท"เขาพระวิหาร"เดือด SMSยุคนเขมรแอนตี้สินค้าไทย
(24ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงมีชาวเขมรเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลืออย่างต่อเนื่อง แต่บางตาลงกว่าทุกวัน ส่วนคนไทยเดินทางไปนครธม-นครวัดของกัมพูชา แทบไม่มีต่อมาได้เกิดกระแสปั่นป่วนขึ้นบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เนื่องจากมีพนักงานบ่อนกาสิโนชาวไทย พยายามสอบถาม จนท.ด่าน ตม.อรัญประเทศ ว่ากัมพูชาจะปิดด่านพรมแดนอรัญประเทศจริงหรือไม่ ซึ่งจนท.ได้แจ้งพนักงานฯดังกล่าวว่า ยังไม่มีคำสั่งใดๆ และยังไม่มีการปิดด่านใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจากการสอบถามดังกล่าวทำให้ จนท.ต้องออกตรวจสอบเพื่อหาต้นตอของข่าวลือดังกล่าว
ต่อมาพ.ท.เอกรัติ เมธาวัฒนานันท์ รองผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา สั่งกาณให้ พ.ต.ศลิษฏพงษ์ แก้วพิลา ผบ.ร้อย ทพ.ที่ 1201 ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา ทำการตรวจสอบหลังมีข่าวลือสพัดทั่วปอยเปต อ.โอวโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ของไทย ว่ามีใบปลิวและการส่งเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือมายังพ่อค้า แม่ค้า ชาวเขมรในตลาดโรงเกลือ และ พนักงานบ่อนกาสิโนชาวเขมร ให้ร่วมแอนตี้ประเทศไทย
และจากการตรวจสอบพบว่ามีการส่งเอสเอ็มเอส.ทางโทรศัพท์มือถือของชาวกัมพูชาที่มาค้าขายในตลาดโรงเกลือ และ พนักงานบ่อนกาสิโนชาวกัมพูชาจริง โดยเป็นโทรศัพท์ที่ใช้ซิมของกัมพูชา ซึ่งข้อความใน เอสเอ็มเอส เป็นภาษาอังกฤษ
เขียนว่า Akhmer love khmer , khmer help khmer try to cut off using and stop using thai products or any products print in thai language. We should not let this nation look down our people any more. If you are khmer or having khmer blood please pass this SMS to you khmer friends around the globe. แปลเป็นภาษาไทยว่าเราเป็นชาวเขมรต้องรักเขมรด้วยกัน เขมรต้องช่วยเหลือเขมรด้วยกัน จงพยายามที่จะลดและเลิกใช้สินค้าไทยหรือสินค้าใดๆที่เป็นภาษาไทย เราไม่ควรที่จะให้คนไทยดูถูกเราอีกต่อไป หากคุณเป็นชาวเขมรและมีสายเลือดเขมรจริง กรุณาส่ง SMS ต่อไปยังเพื่อนๆชาวเขมรหรือชาวเขมรทั่วโลกด้วย
นายเลือน ยี อายุ 25 ปี พนักงานบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ชาวกัมพูชา เปิดเผยว่า เอสเอ็มเอสถูกส่งมายังพนักงานบ่อนชาวเขมร และบรรดาข้าราชการชาวเขมรทั่วทั้งปอยเปต นอกจากนี้จากการโทรศัพท์ไปสอบถามเพื่อนๆที่อยู่ในตลาดโรงเกลือ ส่วนใหญ่ก็ได้รับ เอสเอ็มเอส นี้เหมือนกัน เชื่อว่าเอสเอ็มเอสนี้ ถูกส่งต่อไปยังชาวกัมพูชาทั่วโลกแล้ว และยอมรับว่าเป็นการยุยงให้ชาวเขมร เลิกซื้อสินค้าไทยทั้งหมด และส่อให้เกลียดคนไทยด้วย
ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ ช่วงเช้าในฝั่งปอยเปต ต่างมีกระแสข่าวลือออกมาว่า จะมีการปิดพรมแดนของกัมพูชา เนื่องจากอาจจะมีสงครามเกิดขึ้น ซึ่งข่าวลือดังกล่าว ทำให้ชาวเขมรบริเวณชายแดนบ้านปอยเปต และพ่อค้า แม่ค้าในตลาดโรงเกลือ ต่างแตกตื่นกลัวเกิดสงครามจริงบางคนรีบแจ้งให้ญาติที่มาค้าขายในตลาดโรงเกลือ ฝั่งไทยเก็บข้าวเก็บของออกจากตลาดโรงเกลือ กลับเข้าประเทศ
ส่วนบรรยากาศตลาดโรงเกลือจากการตรวจสอบพบว่ามีร้านค้าชาวเขมรที่มาค้าขายในตลาดโรงเกลือหลายสิบร้านค้าต่างปิดร้าน บางรายขนข้าวขนของออกจากร้านใส่รถเข็นกลับเข้าฝั่งกัมพูชา ทำให้ภายในตลาดโรงเกลือ แลดูเงียบเหงา อีกทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวตลาดโรงเกลือน้อย ยิ่งทำให้ชาวเขมรจำนวนมากหวั่นวิตก
ส่วนสถานการณ์บริเวณชายแดนด้านตรงข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในฝั่งกัมพูชามีการเสริมทหารกัมพูชา เข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านตรงข้ามบ้านปลายแหลมหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีการเสริมกำลังทหารกัมพูชา เข้ามากว่า 100 นาย โดยแต่ละคนจะไม่แต่งชุดทหาร แต่แต่งเป็นชุดพลเรือนทั้งหมด ส่วนจนท.ฝ่ายไทยก็ยังคงใช้กำลังของ ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา เจ้าของพื้นที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยบริเวณชายแดน โดยไม่มีการเสริมกำลังเข้าพื้นที่แต่อย่างใด
ด้านนายศิริโชค โสภา โฆษกคณะรัฐมนตรี (เงา) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปราสาทพระวิหาร ถึงกรณีที่มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องบันทึกความเข้าใจลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543 โดยอ้างว่าเป็นการเซ็นยอมรับในแผนที่ ที่ผลิตโดยประเทศฝรั่งเศสว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันข้อเท็จจริงว่า ในข้อ 1 ของบันทึกความเข้าใจโดยสรุป กล่าวว่า จะร่วมดำเนินการสำรวจและทำหลักเขตแดนให้เป็นไปตามเอกสารตามสนธิสัญญาในปีคศ.1904 ซึ่งยึดตามเส้นสันปันน้ำ ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็ขอให้อ้างอิงถึงแผนที่ของประเทศฝรั่งเศส จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนขึ้นมาชุดหนึ่งที่มี ประธานร่วมกันคือ รมช.ต่างประเทศและที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งขณะนี้การดำเนินการของคณะกรรมการปักปันเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ
ผมคิดว่าเป็นความชาญฉลาดของรัฐบาลในขณะนั้นที่ไม่อ้างอิงถึงแผนที่ แอล 7017 เพราะเราได้อ้างอิงถึงเส้นสันปันน้ำในสนธิสัญญาปี 1904 ว่าเป็นเขตแดนไว้แล้ว นอกจากนี้แผนที่ดังกล่าวยังอ้างอิงถึงเส้นเขตแดนที่ผิด เพราะไปเข้าใจว่ามติ ครม.2505 เป็นเส้นเขตแดน ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงแนวปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ผมเป็นห่วงกรณีคำแถลงการณ์ร่วมที่แนบท้ายแผนที่ซึ่งลงนามโดยนายวาร์คิมฮง ที่ปรึกษาผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 ในฐานะประธานตามบันทึกความเข้าใจลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543 แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าเอกสารดังกล่าวไม่มีผลบังคับ เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 แต่ก็ยังมีผลบังคับใช้ระหว่างประเทศอยู่ดี รัฐบาลต้องรีบทำจดหมายยกเลิกคำแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวไปที่ประเทศกัมพูชา และประเทศอื่น ๆ ที่เป็นกรรมการมรดกโลก เพื่อมิให้กัมพูชานำไปใช้อ้างอิงได้ หากมีการนำเรื่องนี้สู่ศาลระหว่างประเทศ นายศิริโชคกล่าว
โฆษกครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังเพราะกระบวนการตั้งแต่ต้นรัฐบาลไม่รอบคอบไม่ระมัดระวัง ขณะที่กัมพูชาทำงานเป็นระบบและเป็นเอกภาพ ในคำแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา เขาเอาคณะกรรมการปักปันเขตแดนมาเซ็นรับรองแผนที่ โดยเชื่อได้ว่ากัมพูชามีท่าทีที่จะต้องการเอาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้แผนที่ฝรั่งเศสมีปัญหายาวหลายร้อยตารางกิโลเมตร ซึ่งกัมพูชาคงพยายามรุกคืบอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนอีกกว่า 700 ตารางกิโลเมตร ดังนั้นรัฐบาลต้องรอบคอบ ยกเลิกแถลงการณ์ต่อนานาชาติก่อน เพราะยังมีผลบังคับใช้อยู่ ถ้ากัมพูชานำเรื่องนี้ขึ้นศาลโลกก็จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐาน
" กระทรวงการต่างประเทศต้องใช้ศักยภาพความสามารถของข้าราชการชี้แจงทุกเวที เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ วันนี้ประเทศมหาอำนาจยังมีท่าทีไม่ชัดเจนเพราะฉะนั้นไทยยังมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้เขาเข้าใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าขณะนี้ไทยเสียเปรียบไปเยอะแล้วแต่ยังไม่สายเกินไปถ้ารัฐบาลจะปรับท่าทีให้ข้าราชการเป็นเอกภาพ ให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีทิศทางเดียวกันทั้งหมด"นายศิริโชค กล่าวทิ้งท้าย













