รายงานข่าวจากวุฒิสภาแจ้งว่า น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ลงนามคำสั่งวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษากรณีการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามรัฐธรรมนูญหมวด 12 ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจ ส่วนที่ 2 การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ ส.ส.และ ส.ว.ซึ่งบัญญัติการกระทำอันเป็นการต้องห้ามไว้ในมาตรา 265 และ 266
แต่งตั้งคณะกรรมการ 14 คน มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เป็นประธาน นายสมัคร เชาวภานันท์ ส.ว.สรรหา เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายคำนูณ สิทธิสมาน นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เป็นต้น
ส่วนหน้าที่คณะกรรมการชุดนี้จะพิจารณาศึกษาคำร้องที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบการถือหุ้นของ ส.ว.ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ด้านนายไพบูลย์ชี้แจงว่า เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันในหลักปฏิบัติต่อไป ซึ่งมาตรา 265 (2) คงต้องดูที่เจตนารมณ์ ไม่ใช่ตีความแค่ตัวอักษร ทั้งนี้สัมปทานของบริษัทต่างๆ บริษัทเหล่านั้นได้สัมปทานมาก่อน ไม่ใช่ได้มาตอนที่ ส.ส. ส.ว.ไปซื้อหุ้น ดังนั้นระหว่างดำรงตำแหน่ง ส.ส. ส.ว.จึงไม่มีส่วนทำให้เขาได้สัมปทาน และโดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ต้องการให้ใช้ตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาวิ่งเต้นให้บริษัทได้สัมปทาน ดังนั้นกรณีที่เกิดขึ้นไม่น่าผิด
กรณีเปรียบเหมือนการห้ามรับของขวัญราคาเกิน 3,000 บาท เมื่อมีการรับก่อนมาเป็น ส.ส. และ ส.ว.พอมาเป็นสมาชิกรัฐสภาแล้ว ของนั้นยังอยู่ ก็ไม่น่าผิด แต่ถ้าเป็นสมาชิกรัฐสภาแล้วไปรับอันนี้ผิด ซึ่งผลการศึกษานี้จะนำไปอธิบายและทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป และให้ ส.ว.ที่มีปัญหา นำผลการศึกษาไปดำเนินการตามกระบวนการต่อไป นายไพบูลย์กล่าว














